ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

การสร้างเอกลักษณ์ในตราสินค้า (ฺBrand Identity) หรือการทำแบรนด์ดิ้งสำหรับร้านกาแฟ ต้องอาศัยองค์ประกอบของแบรนด์ (Brand Element) ซึ่งประกอบด้วย การตั้งชื่อร้านกาแฟ ออกแบบโลโก้และกำหนดสี การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสุดท้ายคือสโลแกนของร้านกาแฟ ในบทความนี้จะกล่าวถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับร้านกาแฟโดยเฉพาะ บรรจุภัณฑ์ในที่นี้คงจะหนีไม่พ้นแก้วกาแฟ  – หลอด – กระดาษพันแ้ก้ว – หูหิ้ว -ฯลฯ ซึ่งบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นจะประกอบกันออกมาพร้อมส่งมอบให้ลูกค้า

บรรจุภัณ์ของร้านกาแฟสด หลักๆแล้วจะประกอบด้วย 5 ชนิด ซึ่งแต่ละร้านจะแตกต่างกัน บางร้านจะมีองค์ประกอบครบ บางร้านก็มีแค่บางอย่าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของร้านเป็นหลักหรือความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ผมจะอธิบายโดยแยกออกมาเป็นหน้าที่หนัก หน้าที่รองและหน้าที่ส่งเสริมการตลาดนะครับ

แก้ว มีหน้าี่ที่หลัก คือ การบรรจุของเหลว (จะเป็นกาแฟหรือน้ำปั่นก็แล้วแต่) ในบ้านเราจะมีแก้วอยู่ 4 ชนิดที่นิยมใช้กัน ผมกล่าวเฉพาะแก้วสำหรับใส่เครื่องดื่มเย็นเท่านั้นนะครับ

แก้วกระดาษ เป็นแก้วที่ไ้ด้รับความนิยมมากในร้านกาแฟระดับคีออสหรือร้านกาแฟที่มีราคาไม่แพง ข้อดีคือ มีราคาถูก ตกใบละ 1.60 บาทต่อใบ สามารถเก็บความเย็นได้ดี หาซื้อง่่าย บางที่ก็จะมีลายหลายแบบให้เลือก ข้อเสียคือ ไม่สามารถโชว์สีของน้ำกาแฟได้ โชว์น้ำแข็งก้อนกลมสวยๆไม่ได้ ชงกาแฟแบบมัคคิอาโต้ไม่ได้ และไม่สามารสื่อสารตัวตนของร้านได้

แก้วใส GPPS แข็ง แก้วที่ร้านกาแฟอินดี้นิยมใช้ มีข้อดีคือ โชว์สีน้ำกาแฟได้ โชว์ชั้นน้ำระหว่างสีกาแฟกับนมสดได้ ราคาไม่แพงมาก ตก 2 บาทต่อใบ หาซื้อง่าย ข้อเสียคือ ถ้าเผลอบีบหนักๆแก้วจะแตกครับ แตกแบบใส่น้ำไม่ได้เลย บางครั้งซื้อแก้วมาจะบรรจุเป็นแถว แถวละ 50 ใบ แล้วแต่ละแก้วมันจะติดกันจนดึงไม่ออก บางครั้งฝาที่ใช้ปิดกับแก้วชนิดนี้ก็ปิดไม่สนิทครับ

แก้ว PP เนื้อเหนียว เป็นแก้วอีกชนิดหนึ่งที่ร้านกาแฟชอบใช้กัน มีข้อดีคือ มันแข็งและเหนียว บีบยังไงก็ไม่แตก จะแตกได้ก็ต้องบีบแรงมาก ราคาไม่แพงตก 2 บาทต่อใบ ข้อเสียคือ สีเนื้อแก้วยังขุ่นๆไม่ใสมาก เวลาใส่น้ำกาแฟลงไปจะเห็นสีน้ำกาแฟไม่ชัด

แก้วใสอ่อน (แบบแก้วสตาร์บัคส์) ร้านกาแฟดังๆหรือราคาแพง มักนิยมใช้แก้วชนิดนี้ ข้อดีคือ สามารถโชว์สีน้ำกาแฟเห็นชัด บีบยังไงก็ไม่แตก ฝาปิดแน่นสนิททุกใบ ข้อเสียคือ แพงมาก ตก 4 บาทต่อใบ

ถามว่าควรจะเลือกใช้แก้วกาแฟแบบไหนชนิดใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของร้านละครับ ถ้าขายกาแฟแก้วละ 25 บาท ผมคิดว่าคงต้องใช้แก้วกระดาษแล้วแปะสติกเกอร์เอา  ถ้าขายแก้วละ 35 บาทอาจจะเลือกใช้แก้ว GPPS หรือแก้ว PP ก็ได้ครับ แล้วแต่ความชอบ ถ้าใครมีเงินหน่อย ขายกาแฟแก้วละ 60 บาทขึ้นไปก็เลือกแก้วชนิดใดกับสตาร์บัคส์ล่ะครับ

ในแง่ของการสร้างเอกลักษณ์ให้ตราสินค้า ผมคิดว่าควรเลือกใช้แก้วที่มีสีใสครับ (GPPS หรือ PP หรือ เนื้ออ่อน) การสร้างแบรนด์นั้นอย่างน้อยที่สุด จำเป็นต้องโชว์้น้ำกาแฟให้ลูกค้าเห็น ให้ลูกค้ามองเห็นความสวยงามของระดับชั้นกาแฟ และคุณสามารถหาสติกเกอร์มาแปะบนแก้วกาแฟเองได้ เพื่อสร้างการจดจำให้แ่ก่ลูกค้า  ถ้าใครมีเงินทุกหนาหน่อยสกรีนโลโก้ของร้านลงกาแฟก็ได้ครับ ค่าสกรีนจะตกอยู่ใบละ 40 สตางค์ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งพิมพ์แก้วสกรีนครับ

การสร้างเอกลักษณ์ใหักับร้านกาแฟ จุดประสงค์หนึ่งเพื่อให้ลูกค้าเกิดการจดจำตราสินค้าหรือแบรนด์นั้นๆได้ เช่นเดียวกับร้านกาแฟ หากสามารถสร้างเอกลักษณ์และสื่อสารกับลูกค้า ก็จะทำให้ลูกค้าจดจำร้านกาแฟคุณได้เช่นกัน ดังนั้น การกำหนดชื่อร้านกาแฟ การออบแบบโลโก้และการเลือกใช้สี จะถ่ายทอดออกมาเป็นสัญลักษณ์แล้วอยู่บนแก้วกาแฟครับ  ลูกค้าที่มองเห็นจะซึมซับชื่อร้าน โลโก้ร้าน สีของร้าน  ทันทีที่ใช้บริการ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตา ไม่ได้สัมผัสด้วยลิ้นหรือจมูกนะครับ ตัวอย่างเช่น

สตาร์บัคส์ – โลโก้นางเงือก – แก้วใสสีเขียว – หลอดเีขียว – กระดาษสีน้ำตาล
ทรูคอฟฟี่ – โลโก้ true – แก้วใสสีแดง – หลอดแดง – กระดาษสีน้ำตาล
อเมซอน – โลโก้ นกแก้วเขียว – แก้วขุ่นเขียว – หลอดเขียว – กระดาษสีน้ำตาล
ชาวดอย – โลโก้แก้วภูเขา – แก้วกระดาษเขียว – หลอดน้ำตาล – กระดาษขาว

พูดง่ายๆก็คือ คุณต้องแต่งตัวให้กับแก้วกาแฟทั้งตัว โดยให้บรรจุภัณฑ์แต่ละองค์ประกอบแมทช์ชิ้งกันในแง่ของสีและชื่อร้านกาแฟ ถ้าใช้สีชมพูดเป็นหลัก แ้ก้วกาแฟก็ต้องสกรีนสีชมพู หลอดก็สีชมพู กระดาษสีขาวสกรีนตัวอักษรสีชมพู คือ ต้องใส่สีลงบรรจุภัณฑ์ในเกือบๆทุกๆประเภทที่ใช้ เพื่อตอกย้ำให้ลูกค้าเกิดการจดจำและฝั่งข้อมูลเหล่านั้นไว้ในสมอง

เมื่อไหร่ที่เขาเห็นแก้วกาแฟ เห็นสีของหลอด พวกเขาจะนึกร้านกาแฟของเรา นึกถึงความหอมและรสชาติที่ดื่มกาแฟเรา ไม่เพียงแต่แก้วกาแฟนะครับที่เป็นบรรจุภัณฑ์ กล่องใส่ขนมเบเกอร์รี่ จานรองแก้วกาแฟ ไม้จิ้มฟัน ฯลฯ อะไรก็ตามที่ส่งมอบให้ลูกค้า เป็นจุดสัมผัสที่ลูกค้ามองเห็น

ข้อควรระวังของการสร้างแบรนด์ ในบรรจุภัณฑ์ก็คือ ระวังต้นทุนที่สูงเกินไปนะครับ ผมเคยเช็คราคาแก้วกาแฟที่บรรจุองค์ประกอบของแบรนด์แบบจัดเต็มนะครับ ได้ราคา แก้ว 16 oz รวมสกรีนตกใบละ 2.7 บาท หลอดงอสีเฉพาะ(ผสมสีใหม่) สั่งขั้นต่ำ 30,000 ชิ้น สกรีนกระดาษเป็นโลโก้ร้าน ปรากฎว่า ต้นทุนต่อหน่วยสูงเกิน (รวมแล้ว 6 บาทต่อแก้ว และเงินจมเกินไป ผมขายกาแฟแก้วละ 30 บาท) ต้องตัดบางอย่างที่คิดว่าไม่จำเป็นต่อการทำแบรนด์ดิ้งออก

ทางเลือกหนึ่งที่ง่ายและประหยัด คือ จ้างโรงพิมพ์ทำสติกเกอร์แปะแก้วกาแฟ จะประหยัดที่สุด ราคา 450 บาทต่อตาราเมตร จะได้กี่ดวงนั้นขึ้นอยู่กับขนาดดวงสติกเกอร์ที่ใช้ ข้อเสียก็คือ ต้องมาเสียเวลานั่งแปะเอง วันหนึ่งแปะเอาๆก็เสียเวลาเหมือนกันนะครับ

ย้อนกลับ สารบัญ การแบรนด์ดิ้งร้านกาแฟ


2 Responses to “แบรนด์ดิ้ง 3.3:สร้างเอกลักษณ์ให้ตราสินค้า บรรจุภัณฑ์”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج