ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

สตาร์บัคส์ขยายสู่ธุรกิจน้ำผลไม้ตลาด Juice Bar สะเทือนแน่

Source – ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ (Th)

หลังจากสตาร์บัคส์ขยายธุรกิจจากกาแฟปรุงรายถ้วยที่เน้นความสดใหม่ ไปเป็นกาแฟปรุงสำเร็จที่วางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วไปแล้ว วันนี้ของสตาร์บัคส์เป็นการเตรียมพร้อมที่จะรุกเข้าสู่ธุรกิจ น้ำผลไม้

ทั้งนี้เพราะเมื่อไม่นานมานี้ สตาร์บัคส์ได้เข้าไปซื้อกิจการผลิตน้ำผลไม้ชื่อ Evo lution Fresh เป็นเงินกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าสตาร์บัคส์กำลังมีนโยบายที่จะปรับธุรกิจออกไปเป็นผู้ให้บริการเครื่องดื่มแก่ตลาดผู้บริโภคอย่างเต็มรูปแบบ และเลิกยึดติดอยู่กับการจำหน่ายผ่านช่องทางร้านกาแฟของตนอย่างเดียว

มีการวิเคราะห์กลยุทธ์การซื้อกิจการ น้ำผลไม้ครั้งนี้ว่า

ประการแรก สินค้าน้ำผลไม้ของ Evolution Fresh เป็นกิจการที่มีส่วนครอง ตลาดในร้านค้าปลีกอย่างเช่นซับเวย์ คอสท์โก้ และโฮล ฟูดส์ ในพื้นที่ซีกชายฝั่งด้านตะวันตก

การซื้อกิจการผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำผลไม้ ทำให้สตาร์บัคส์สามารถขยายแบรนด์สินค้าของตนในระดับร้านค้าปลีกมากขึ้น รวมทั้งกาแฟของสตาร์บัคส์เอง

ประการที่สอง สตาร์บัคส์ต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์และตำแหน่งทางการตลาดของร้านกาแฟสตาร์บัคส์ใหม่

ว่ากันว่าสตาร์บัคส์ ได้เตรียมเปิดมุมน้ำผลไม้ที่เรียกว่า Juice Bar ในร้านกาแฟ สตาร์บัคส์ เพื่อจำหน่ายน้ำผลไม้ของ Evo lution Fresh และอาหารเพื่อสุขภาพอื่นให้ครบวงจรด้วย

การเปิด Juice Bar ของสตาร์บัคส์ครั้งนี้น่าจะกระทบต่อสถานะทางการตลาดของกิจการชื่อ Jamba Juice ที่เป็นเจ้าตลาด ด้าน Juice Bar ในกว่า 752 แห่งในสหรัฐมาก่อนที่จะมีแผนงานเปิด Juice Bar ของ สตาร์บัคส์ในครั้งนี้

ประการที่สาม สตาร์บัคส์ต้องการให้สินค้าน้ำผลไม้ของ Evolution Fresh เข้า ไปแทนที่เครื่องดื่มของเป๊ปซี่ ในร้านกาแฟ สตาร์บัคส์

การพัฒนาโครงสร้างทางธุรกิจของ สตาร์บัคส์จากการจำหน่ายกาแฟอย่างเดียวมาเปิด Juice Bar ของสตาร์บัคส์ ทำให้ ผู้บริหารของกิจการที่ครองตลาดมาก่อนอย่าง Jamba Juice Bar เตรียมการตอบโต้ด้วยการพัฒนานวัตกรรมของน้ำผลใหม่ๆ ออกมาสู้กับสตาร์บัคส์

นอกจากนั้น ผู้บริหารของ Jamba Juice ยังเชื่อว่าการมีสตาร์บัคส์เข้ามาสู่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ในตลาด Juice Bar อาจจะเป็นผลดีต่อตลาดประเภทนี้โดยรวม เพราะสตาร์บัคส์จะเข้ามาช่วยโปรโมตตลาด Juice Bar ให้เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนของ Jamba Juice ก็คงต้องปรับตัว เพื่อให้สามารถอยู่รอดในตลาดได้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างธุรกิจของสตาร์บัคส์ด้วยการเข้าไปซื้อกิจการน้ำผลไม้ เพื่อหวังว่าจะปรับให้สตาร์บัคส์ในกิจการจำหน่ายเครื่องดื่มเพื่อผู้บริโภค คงไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะปัจจุบันโครงสร้างของสตาร์บัคส์ยังคงพึ่งพาธุรกิจกาแฟถึงกว่า 82% ของมูลค่าการจำหน่ายรวมที่มีประมาณ 11,700 ล้านดอลลาร์ต่อปี

แผนกจำหน่ายสินค้าผู้บริโภคของ สตาร์บัคส์ ในปัจจุบันมีรายได้จากการจำหน่ายประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 9% ของรายรับทั้งหมดของสตาร์บัคส์ เพิ่มขึ้นจากราว 8% เมื่อปีที่แล้ว

การปรับตัวอย่างอื่นของสตาร์บัคส์ที่แสดงถึงการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่

ประการแรก ในช่วงต้นปีนี้ สตาร์บัคส์ได้ถอดคำว่า Starbucks Coffee ออกจาก โลโก้ของกิจการ และทำให้ภาพของนางเงือกขยายใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะแสดงสัญญาณว่าสตาร์บัคส์จะไม่ใช่กิจการร้านกาแฟอย่างเดียวอีกต่อไป

ประการที่สอง กระบวนการดำเนินงานหลายอย่างที่สตาร์บัคส์เคยใช้ผู้ให้บริการภายนอกดำเนินการแทน เช่น การกระจายและจำหน่าย งานการตลาดสินค้าบางอย่าง ได้เปลี่ยนมาดำเนินงานโดยทีมงานของสตาร์บัคส์เอง เพื่อให้ทีมงานมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการขยายงานในอนาคตประการที่สาม แผนงานของสตาร์บัคส์คือ การใช้ทีมงานของแผนกสินค้าผู้บริโภค ทดสอบสินค้าใหม่ในร้านของสตาร์บัคส์เอง ก่อนที่จะทำการขยายออกไปจำหน่ายตาม ซูเปอร์มาร์เกตต่อไป ซึ่งโมเดลการตลาด แบบนี้สตาร์บัคส์เคยใช้มาแล้วในกรณีของกาแฟปรุงสำเร็จเวีย จนปัจจุบัน กาแฟปรุงสำเร็จนี้สามารถวางจำหน่ายตามร้านค้ากว่า 70,000 แห่ง และสร้างรายได้แก่กิจการกว่า 250 ล้านดอลลาร์ต่อปี

ประการที่สี่ มื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สตาร์บัคส์เข้าไปซื้อกิจการทีมขายของคราฟท์ที่จำหน่ายกาแฟแบบถุงตามซูเปอร์มาร์เกต มาเสริมทัพเพื่อการพัฒนางานด้านนี้ในอนาคต โดยทีมงานของแผนกนี้ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 25 คนเป็นกว่า 100 คนแล้ว โดยกว่าครึ่งหนึ่งมาจากการดึงมือดีจากภายนอก อย่างเช่น ทีมงานบริษัท พี แอนด์ จี หรือจากคิมเบอร์รี่ คลาร์ก และเนสท์เล่ เป็นต้น

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริหารของแผนกนี้มีประสบการณ์ในการพัฒนาแบรนด์ใหม่มากกว่าการทำงานกับกิจการอื่นที่ซื้อเข้ามา เพราะการดำเนินการดังกล่าวจะยากกว่าในการที่จะรักษาดุลยภาพระหว่างการเติบโตด้วยการเพิ่มกิ่งก้านและแขนขาออกไปในธุรกิจอื่นๆ ในขณะที่ยังคงหัวใจของความเป็นสตาร์บัคส์เอาไว้

ประการที่ห้า ปัจจุบันลูกค้าที่เข้าออกในร้านกาแฟของสตาร์บัคส์มีจำนวนรวมกันกว่า 60 ล้านคนต่อสัปดาห์ ใกล้เคียงกับจำนวนผู้ชมรายการทางโทรทัศน์ที่เป็นรายการโชว์ยอดนิยม

แปลว่าสตาร์บัคส์ไม่จำเป็นต้องเสียเงินในการโฆษณาทางทีวี อันเป็นวิธีการส่งเสริมทางการตลาดแบบเดิมๆ ที่กิจการอาหารและเครื่องดื่มใช้กันอยู่

เพราะสตาร์บัคส์สามารถใช้ร้านกาแฟที่มีอยู่เป็นจุดส่งเสริมการจำหน่ายได้อย่างดี และน่าจะลงความเสี่ยงทางการเงินของการขยายฐานธุรกิจได้ดีกว่า ด้วยการเจาะจงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าที่จงรักภักดีต่อแบรนด์ของสตาร์บัคส์อยู่แล้วโดยตรง ด้วยเครือข่ายเอาต์เลตของสตาร์บัคส์เอง–จบ–

ที่มา: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 12 – 18 ธ.ค. 2554–

 


เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج