ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

มือชงตัวจริง Barista #9 ระยะห่างของกาแฟ

มือชงตัวจริงเล่มเก้า

จวบจนมาถึงเล่ม 9 แล้วครับ สำหรับเล่มที่ 9 คลิกที่นี่ครับ สำหรับหนังสือการ์ตูนชงกาแฟ มือชงตัวจริงบาริสต้า เรื่องราวของโลกกาแฟในการ์ตูนเล่มนี้ กำลังสร้างระยะห่างของกาแฟให้มากกว่า มีมิติมากกว่า มีความกว้างมากกว่าเดิม  ผมได้ยินมาแว่วๆมาเล่มต่อไปเล่มที่สิบจะเป็นเล่มจบแล้วนะครับ

ส่วนในเล่มนี้มีอะไรที่น่าสนใจ ตามไปดูกันเลยดีกว่าครับ

ความเป็นจริงของกาแฟ

ช่วงท้ายของหนังสือการ์ตูนบาริสต้าเล่ม 9 เป็นช่วงที่พระเอกกำลังจะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง แต่มีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถเปิดร้านกาแฟได้ เนื่องจาก มือคั่วกาแฟที่ตั้งใจไว้เกิดอาการอารมณ์ศิลปินแตก เลยไม่คั่วอบกาแฟแล้ว แห่ม! อะไรมันจะอ่อนไหวขนาดนั้น และเป็นจังหวะเดียวกับที่มีบาริสต้าจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ มาเชิญชวนให้ไปทำงานที่บริษัท

มันเป็นจังหวัดที่พอดิบพอดี พระเอกก็เลยตัดสินใจเข้าร่วมงานกับบริษัทที่ว่านั้น ในฐานะที่ปรึกษาและครูผู้สอนบาริสต้ามือใหม่ ซึ่งมาทดแทนเจ้าหน้าที่คนเดิม จะว่าไปแล้วเรื่องของการทำงานในร้านกาแฟ มีเรื่องน่าคิดอย่างหนึ่งนะครับ คือ ระหว่างคนที่เปิดร้านกาแฟอินดี้ คือ เปิดอิสระ ใช้เงินทุนตัวเองเปิดร้านกาแฟทั้งหมด ทำเองทุกอย่าง เป็นเจ้าของกิจการ

บาริสต้ามือชงตัวจริงเล่มเก้ากับการไปเป็นลูกจ้างของร้านกาแฟรายใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนสูง สวัสดิการที่ดี อะไรคือทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่ากันสำหรับคนที่ชำนาญทางด้านกาแฟ

ในระยะเวลาที่คลุกกับวงการกาแฟมาสักพัก พบว่าเกือบจะทั้งหมด แต่ละบุคคลจะมีความชำนาญไม่เหมือนกันครับ คนที่เปิดร้านกาแฟโดยตรง จะเป็นร้านกาแฟอินดี้หรือร้านกาแฟแฟรนไชส์ ก็จะมีความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจร้านกาแฟให้รอด และส่งผลต่อกำไรของร้านตัวเอง

ขณะที่พนักงานในร้านกาแฟ ทั้งร้านเล็กร้านใหญ่หรือร้านชื่อดัง ผมเคยเลียบๆถามพนักงานในร้านแต่ละคน พบว่าไม่ค่อยจะมีใครอยากไปเปิดร้านกาแฟของตัวเอง เลือกเป็นพนักงานในสังกัดของบริษัทนั้นๆดีกว่า เวลามีการแข่งประกวดอะไรก็จะส่งไปในนามของบริษัท แต่ก็มีชื่อเสียงส่วนตัวด้วยเช่นกัน

เป็นเรื่องแปลกที่จริงครับ คนคลุกเป็นพนักงานของร้านกาแฟไม่อยากเปิดร้านกาแฟ คนที่ไม่ได้คลุกกับกาแฟกลับมีความต้องการเปิดร้านกาแฟ เออ!แปลกดีวะ

กลับมาที่หนังสือการ์ตูนนะครับ หลังจากพระเอกของเรื่องตัดสินใจเข้าทำงานในบริษัทแล้ว ทางผู้ชักชวนก็พาไปดูโรงงานของบริษัท ซึ่งมีไลน์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับกาแฟจำนวนมาก มีตั้งแต่การจัดซื้อจัดหากาแฟดิบ การเข้าโรงคั่วอบ การจำหน่ายเมล็ดกาแฟ การเปิดร้านกาแฟ ศูนย์เรียนรู้บาริสต้า ไปจนถึงกาแฟสำเร็จรูปในรูปแบบกระป๋อง

ความเป็นจริงของกาแฟนั้น มีหลากหลายและครอบคลุมทุกภาคส่วนของประเทศและทุกส่วนของสังคม ในร้านกาแฟก็มีกาแฟ ในร้านสะดวกซื้อก็มีกาแฟ ในห้างก็มีกาแฟ คือ เอาเข้าจริงๆแล้วไปที่ไหนก็มีแต่กาแฟ เพียงแต่จะสัมผัสในรูปแบบใด

การตลาดของธุรกิจกาแฟ

ช่วงกลางเรื่อง มีช่วงที่เป็นการเรียนรู้ของกาแฟสำเร็จรูป ซึ่งกาแฟสำเร็จรูปจะเกิดมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้นั้น ต้องผ่านขั้นตอนการวิจัยและการปรุงสูตรสำเร็จ รวมถึงการทดสอบตลาด ก่อนที่จะนำไปวางขายจริง เนื้อเรื่องช่วงนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตลาดครับ มีบุคคลหนึ่งในเรื่องเป็นสาวน้อยที่พยายามเอาสินค้าของตัวเองไปวางในชั้นวางร้านค้าปลีกต่างๆ และต้องเจอกับอุปสรรคของทางห้าง

ที่น่าสนใจก็คือ คนที่พยายามนำสินค้ากาแฟเข้าไปในห้าง กินกาแฟไม่เป็นครับ! ซึ่งนั้นน่าจะเป็นคำตอบของหลายๆคนได้ที่ไม่ได้กินกาแฟแต่ละเปิดร้านกาแฟ ว่าเท็จจริงแล้ว ไม่กินกาแฟแต่เปิดร้านกาแฟได้รึเปล่าล่ะ?

โดนใจหรือชอบหรือใช่?

ช่วงท้ายของหนังสือเล่มนี้ พาไปเรียนรู้ประสบการณ์การเรียนระหว่างบาริสต้ากับมือใหม่หัดชงกาแฟ พระเอกของเรื่องก็ได้รับบทบาทเป็นครูผู้สอนด้วยเช่นกัน สาระสำคัญในช่วงนี้มีสองจุด จุดแรกคือการสอนให้เรียนรู้ตามแบบฉบับสากลของเอสเพรซโซ่หรือการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ธุรกิจของผู้เรียนสูงสุด

ผู้สอนพยายามระบุวิธีการทำช็อตกาแฟที่ถูกต้องในระยะเวลาที่เหมาะสม เอสเพรซโซ่ถือเป็นหัวใจของกาแฟทั้งปวง ทุกเมนูเริ่มต้นจากการทำช็อตกาแฟ ผู้สอนแจ้งกับผู้เรียนให้ทำถูกกับตำรา แต่ขณะที่ผู้เรียนมองหาวิธีการทำกาแฟที่เข้าท่ากับธุรกิจเดิม โดยยกตัวอย่างทำเค้กขนมปังคาราเมล โดยกินกาแฟกาแฟเข้มๆ มิใช่กาแฟที่มีรสเปรี้ั้ยวดั้งเดิมจากแหล่งเพาะปลูก

มือชงตัวจริงบาริสต้าเล่มเก้าจุดที่สอง คือการคัปปิ้งชิมกาแฟ โดยเปรียบเทียบกันระหว่างมือชงกาแฟสองคนและมีคณะกรรมการห้าคน ในรอบแรกมือชงกาแฟพระเอกนั้นชนะกินขาด ในครั้งที่สองของการคัปปิ้ง มีการปิดตาเพื่อชิม (Blind test) เพื่อลดการตัดสินใจที่ลำเอียง หรือตัดปัจจัยความรู้สึกที่มีต่อบุคคลที่เข้าร่วม ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงไม่ต่างกัน

ในจุดแรก แสดงให้เห็นว่า การทำกาแฟตามตำรานั้นเป็นเรื่องง่าย โดยปกติแล้ววงการกาแฟชั้นนำ มักจะพยายามชวนให้ดึงความเป็นตัวตนของกาแฟออกมาสูงสุด กาแฟจึงต้องคั่วอ่อนที่เข้าแคร็กแรก และชงด้วยวิธีการง่ายๆที่ควบคุมปัจจัยต่างๆ กาแฟจึงแสดงตัวตนให้เห็นชัด

แต่ในปัจจุบัน การทำกาแฟเพื่อเสริมธุรกิจหรือแม้แต่เปิดร้านกาแฟโดยตรงก็ตาม ผู้ดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องเลือกความต้องการของตลาดเป็นหลัก หรือเลือกวิธีการทำกาแฟที่เข้าท่ากับธุรกิจเดิมที่มีอยู่ มันจึงเป็นเรื่องที่ต่างกัน แม้จะเป็นกาแฟเหมือนกันแต่เหมือนอยู่กันคนละโลกครับ

ในจุดที่สอง คือการชิมเพื่อการเปรียบเทียบกาแฟ โดยมีความรู้สึกของคนดื่มเข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้ผมเคยนึกไว้นานแล้วครับ ว่าทุกๆวันที่ลูกค้ามาซื้อกาแฟกินเนี่ย มาซื้อเพราะว่าชอบกาแฟหรือว่าชอบพูดคุยกับคนขายกาแฟ

หลักของกาแฟที่เรียนรู้กันว่า ชงกาแฟให้อร่อยเข้าไว้ ถ้ามันอร่อยเดี๋ยวลูกค้าติดก็บอกต่อมากินเอง กับการปฎิสัมพันธ์พูดคุยกับคนซื้อกาแฟจนสนิทและกลายเป็นลูกค้าประจำ ปัจจัยอะไรที่มีความสำคัญมากกว่าในการเปิดร้านกาแฟ

ในหนังสือเล่มนี้กำลังชี้ให้เห็นถึงความลำเอียงอย่างสุดโต่ง เมื่อผลการทดสอบคัปปิ้งโดยไม่ปิดตา ผลลัพธ์ออกมาชัดแจ้งถึงความชอบบุคคลนั้นๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องของกาแฟเลย ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องกาแฟครับ

ในเล่มที่ 9 นี้ มีเรื่องที่น่าสนใจเยอะเป็นพิเศษ เรื่องราวดำเนินไม่อ่อยอิ่งและมีตัวละครใหม่เข้ามาเรียกสีสัน ทำให้เรืองราวน่าสนใจ ผมได้ยินมาคร่าวๆว่าในเล่มที่ 10 จะเป็นเล่มจบแล้ว จะจริงหรือเปล่านั้น ติดตามต่อไปครับ


เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج