ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ EM18
  milest6
 
      
โปร Hot

โปรชุดเปิดร้านกาแฟ

ชุดโปรโมชั่น B1
NEW

ชุดเครื่องคันโยก

ชุดบัตเตอร์ฟลายและเดลิซิโอ้


มือชงตัวจริง Barista #3 แยกแยะกาแฟเป็น

เลย์เอาท์ในร้านกาแฟ

เปิดร้านกาแฟ

รีวิวต่อกันในเล่มที่ 3 เลยนะครับ สำหรับหนังสือการ์ตูน บาริสต้า มือชงตัวจริง อ่านย้อนหลัง เล่ม 1 เล่ม 2 คลิกที่นี่ครับ

บาริสต้าต้องแยกแยะกาแฟให้เป็น

ในช่วงเริ่มต้นของการ์ตูน บาริสต้ามือชงตัวจริง ในเล่มที่สาม เริ่มต้นด้วยการแข่งขันภายในประเทศญี่ปุ่นเพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ยกแรกในการแข่งขันนั้น ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการกลั่นเอสเพรสโซ่ แต่เริ่มต้นด้วยการแยกแยะแบรนด์ของกาแฟที่แตกต่างกัน อาจจะเป็นยี่ห้อเมล็ดกาแฟหรือแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟ

ชงกาแฟให้หนังสือได้ให้เหตุผลไว้ว่า หน้าที่ของบาริสต้า ไม่ได้แค่ยืนอยู่หลังเคาเตอร์บาร์เท่านั้น แต่จำเป็นต้องเสาะแสวงหาเมล็ดกาแฟหลากหลายรูปแบบ ต่างสายพันธ์ ค้นหาเบลนกาแฟที่เหมาะสมในการนำเสนอแก่ลูกค้า ซึ่งคำว่าเหมาะสมในที่นี้ดูแตกต่างจากความเข้าใจที่เกิดขึ้น

ผมเชื่อว่าร้านกาแฟอินดี้ทุกร้านละครับ ที่อยากให้เมล็ดกาแฟดีๆไว้เสริฟ์ให้ลูกค้า แต่มันจะเป็นไปไม่ได้เลยหากราคากาแฟสูงเกินกว่าที่ร้านกาแฟจะรับได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นร้านกาแฟจึงผลักภาระให้ลูกค้าต่อไปด้วยการเพิ่มราคากาแฟต่อแก้ว ผลก็คือลูกค้าก็ได้กินกาแฟที่มีราคาแพงขึ้นและไม่มีความสุขเท่าที่ควร

การแยกแยะสายพันธ์กาแฟหรือชี้ความแตกต่างของเมล็ดกาแฟนั้น ในการ์ตูนนั้น คงจะพยายามบอกว่า เมื่อไหร่ที่ซัพพลายเออร์ที่ส่งเมล็ดกาแฟให้ร้านกาแฟตัวเองนั้น มีราคาสูงขึ้น หรือมีรสชาติที่ต่างจากเดิม ก็เป็นหน้าที่ของร้านกาแฟและบาริสต้าที่ต้องแสวงหาแหล่งจำหน่ายเมล็ดในที่ใหม่ โดยรักษามาตรฐานกลิ่นและรสชาติให้คงเดิม ที่สำคัญคือรักษาต้นทุนของกาแฟแต่ละแก้วไว้ด้วย

จะว่าไปแล้ว ในช่วงหนึ่งที่ราคาเมล็ดกาแฟดิบพุ่งขึ้นสูงขีดสุด ในช่วงนั้นผมเห็นร้านกาแฟอินดี้หลายเจ้าตัดสินใจเปลี่ยนเมล็ดกาแฟ ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาทดสอบความสามารถของร้านกาแฟอินดี้ว่าใครบ้างที่ได้ค้นหาโรงคั่วกาแฟจากหลายแหล่งที่มา คนที่มีเครือข่ายทางธุรกิจ รู้จักคนในวงการ ก็จะได้เมล็ดกาแฟคุณภาพดีในระดับราคาที่ัรับได้ ส่วนใครที่ขาดความพร้อมก็ต้องจ่ายค่ากาแฟในราคาที่สูงขึ้นเพื่อรักษามาตรฐาน

ซึ่งไม่ว่าจะเปลี่ยนเมล็ดกาแฟอย่างไรก็ตาม ความสามารถที่สำคัญที่สุดในฐานะบาริสต้าและเจ้าของร้าน ก็คือการแยกแยะเมล็ดกาแฟนี่ละครับ ถ้าแยกแยะได้ดี ก็อาจจะได้กาแฟที่ราคาเหมาะสม ถ้าแยกแยะไม่เก่งก็อาจจะได้กาแฟที่แพงเกินกว่าความเป็นจริง

สำหรับการแข่งขันชงกาแฟในบ้านเรา ในบางรายการผมก็เห็นว่าให้ผู้เข้าแข่งขันเตรียมเมล็ดกาแฟมาเองนะครับ ซึ่งก็ต้องเบลนกาแฟมานำเสนอคณะกรรมการด้วยเช่นกัน

เลือกกาแฟให้เหมาะสมกับลูกค้า

เรื่องราวในหนังสือการ์ตูน บาิริสต้ามือชงตัวจริง ในเล่มที่สามยังดำเนินเรื่องของการแ่ข่งขันชงกาแฟ ซึ่งผลการแข่งขันในรอบแรกคงไม่ต้องบอกว่าพระเอกในเรื่องต้องผ่านเข้ารอบได้อย่างง่ายดาย ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายสิบปี (มีบางช่วงที่แสดงให้เห็นว่าพระเอกของเรื่องชงกาแฟเป็นตั้งแต่มัธยมต้น)

สดกาแฟในรอบคัดเลือกต่อไปคือการนำเสนอกาแฟในเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกเบลนกาแฟชนิดหนึ่งในการเข้าร่วม ใจความสำคัญของตอนนี้ก็คือ มีบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นหัวหน้าของหัวหน้าได้เข้ามาช่วยเหลือพระเอกในการค้นหาเบลนกาแฟ เขาได้พาพระเอกไปหาแหล่งเมล็ดกาแฟคั่วที่มีที่มาหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก เก็บไว้ในห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่งเท่านั้น

เรียกได้ว่ามีเมล็ดกาแฟทุกแบบไว้ให้พระเอกเลือกใช้ในการแข่งขันน่ะแหละ

แต่พระเอกของเรากลับโชว์เหนือด้วยการบอกกับผู้หวังดีว่า ผมจะใช้เมล็ดกาแฟที่สามารถเกื้อหนุนชีวิตประจำวันของผู้คนได้ ซึ่งประโยคนี้ ผมเรียนตามตรงว่า อ่านแล้วจี๊ดขึ้นหัวเลยวะ!

จะว่าไปในวงการร้านกาแฟอินดี้บ้านเรา มีหลายร้านที่พยายามนำเสนอเบลนกาแฟพิเศษ หรือเมล็ดกาแฟที่แตกต่างจากในตลาด แต่สุดท้ายก็เป็นทราบกันดีกว่า ไ้อ้กาแฟแพงๆ มันขายไม่ได้ค่อยได้ ส่วนใหญ่ก็เอาไว้เรียกเพื่อนฝูงมาชิมกาแฟแบบแปลกๆกันนี่ละครับ ผมเองก็มีกาแฟแปลกๆเมื่อไหร่ก็เอามาแบ่งกินกันเล่นๆ ไม่ค่อยได้เอาไปขาย

ส่วนหนึ่งก็เพราะกาแฟมันแพง พอมันแพงก็ต้องตั้งราคาแพงตามไปด้วย ลูกค้าก็เห็นว่าแพงก็เลยไม่ซื้อ ก็ซื้อกาแฟแบบเดิมที่เคยขาย ผมยังนึกอยู่เลยว่า ไอ้กาแฟบราซิล สุมาตร นิคารากัวนั้น สงสัยได้คั่วเก็บไว้กินเองน่าจะดีกว่า

ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่การ์ตูนเล่มนี้นำเสนอนั้น ไม่ได้ต่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน นั้นก็คืือ การนำเสนอกาแฟที่รสชาติใช้ได้ ในระดับราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึง สามารถจ่ายเพื่อเสพกาแฟได้ในทุกๆวัน

เพราะกาแฟได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตไปแล้ว ยุคของเอสเพรสโซ่ค่อยๆคืบคลานไล่ยุคกาแฟโบราณ ระดับราคาของเอสเพรสโซ่ต่ำลงมาใกล้เคียงกับกาแฟโบราณเรื่อยๆ จนถึงระดับที่่สามารถจ่ายเพื่อเสพอาราบิก้าชั้นเลิศได้ทุกวัน ไม่ต้องกินกาแฟคั่วใส่เนยใส่ซังข้าวโพดอีกต่อไป

และสิ่งนั้นคือหน้าที่ของเจ้าของร้านกาแฟที่ต้องเสาะแสวงหาเมล็ดกาแฟและวัตถุดิบต่างๆ เพื่อนำเสนอลูกค้าในระดับราคาที่รับได้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ คงไ่ม่มีใครซื้อกาแฟมาแพงและดันมาชงขายกาแฟถูกๆไม่ได้กำไรมั้งครับ ระดับราคาที่รับได้ก็คือ คนขายกาแฟต้องได้กำไรและคนซื้อกาแฟต้องจ่ายไหวนั้นเอง

ฉะนั้น สิ่งที่พระเอกพูดไว้ว่า จะใช้เมล็ดกาแฟที่สามารถเกื้อหนุนชีวิตประจำวัน หากแปลแบบบ้านๆก็คือ ใ้้ช้เมล็ดกาแฟที่คนขายขายแล้วได้กำไร และคนซื้อก็ซื้อกินได้ทุกวันนั้นละครับ ถือได้ว่าวินๆทั้งสองฝ่าย ธุรกิจก็รอด คนกินก็แฮปปี้

ในแง่ิคิดนี้ อยากให้ร้านกาแฟอินดี้เก็บไปลองคิดกันเยอะๆว่า กาแฟที่เราขายอยู่ทุกวันนี้เกื้อหนุนชีวิตประจำวันของผู้คนหรือเปล่า ผมว่ามันเป็นที่ท้าทายมากครับ (พูดไปแล้วก็ดูเท่นะเนี่ย)

เลย์เอ้าท์พื้นที่ในร้านกาแฟ

กาแฟสดในบางช่วงของ บาริสต้ามือชงตัวจริง เล่มที่ 3 มีการกล่าวถึงการจัดวางพื้นที่โต๊ะเก้าอี้สำหรับบริการลูกค้า ซึ่งส่งต่อมาจากปัญหายอดขายกาแฟที่ไม่กระเตื้องอย่างที่คิดไว้ จนมีคนจากบริษัทใหญ่เข้ามาดูแลกำกับ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ร้านกาแฟส่วนใหญ่มักจะมีที่นั่งไว้บริการเป็นสองโซนหลักๆด้วยกัน คือ พื้นที่นั่งสำหรับลูกค้าที่มานั่งโต๊ะ เก้าอี้ มาเป็นกลุ่ม และพื้นที่สำหรับนั่งตรงบาร์กาแฟ (ในการ์ตูนเห็นเรียกว่า “บังโก”)

ในตอนหนึ่งที่มีการเล่าว่า พื้นที่บริเวณบาร์กับพื้นที่นั่งโต๊ะนั้น มีระยะที่ใกล้กันเกินไป ทำให้ลูกค้าที่มาใช้บริการนั่งโต๊ะรู้สึกกระสับกระส่าย กระวนกระวาย ไม่ค่อยเป็นสุข ภายหลังผู้จัดการร้านกาแฟจึงเปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ทั้งหมด ให้เป็นเก้าอี้ขายาวทั้งหมด (คงเปลี่ยนบาร์ให้เตี้ยลงไม่ได้อ่ะนะ)

เรื่องพื้นที่เลย์เอาท์ในร้านกาแฟนั้น ดูจะเป็นเรื่องที่สำคัญระดับหนึ่งสำหรับร้านกาแฟที่เปิดแบบสแตนอโลน มีโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ไวไฟให้บริการลูกค้า ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นศาสตร์ในการจัดวางชนิดหนึ่งก็ว่าได้ ต้องมีการศึกษา ออกแบบและทดสอบก่อนจะเริ่มนำมาใช้จริง

ที่ผมเห็นส่วนใหญ่ในร้านกาแฟบ้านเรามักจะออกแบบบาร์กับที่นั่งไว้ห่างกันอยู่แล้ว หรือถ้ามันใกล้กันมากก็จะมีพลาสติกใสๆคล้ายกระจกมากั้นตรงกลางไว้เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกใกล้จนเกินไป จะว่าไปก็แปลกนะครับ จะเปิดร้านกาแฟทั้งทีต้องมานั่งออกแบบความสูงของโต๊ะเก้าอี้ และคำนึงถึงความรู้สึกของลูกค้าด้วย

สรุป

ในเล่มที่ 3 นี้ เนื้อหาเริ่มเข้มข้นมากขึ้น ยิ่งอ่านก็ยิ่งพาออกไปสู่โลกของกาแฟที่ซับซ้อนขึ้น เล่ม 4 จะเป็นอย่างไรนั้น ไว้ติดตามกันใหม่ครับ

 

 

 


One Response to “มือชงตัวจริง Barista #3 แยกแยะกาแฟเป็น เลย์เอาท์ในร้านกาแฟ”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج