ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

ออกจากงานมาขายกาแฟ

มีโอกาสเข้าไปนั่งเล่นเว็บพันทิปครับ เจอกระทู้ในห้องก้นครัว หมวดหมู่ชาและกาแฟ มีคนตั้งกระทู้ว่า ออกจากงานมาขายกาแฟมันจะดี?? เจ้าของกระทู้ตั้งคำถามสุดฮิตที่ถามกันมาตลอดในช่วง 3 ปีหลัง จริงๆกระูทู้แบบนี้น่าจะตั้งในห้องสีลมมากกว่า เนื้อหาก็เดิมๆที่ว่า เจ้าของกระู้ทู้เบื่องานประจำอยากจะออกมาเปิดร้านกาแฟ ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่? จะเริ่มจากอะไร?

ก็มีหลายๆคนมาให้ความเห็น ความเห็นนี้บอกว่า ถ้าชอบในกาแฟจริงๆก็ลงมือทำเลย ศึกษาสูตรกาแฟ คำนวณจุดคุ้มทุน พร้อมกับบอกว่ามีเพื่อนขายอยู่และก็อยู่ได้

Image9

ความเห็นนี้ก็เช่นกัน ถ้าใจรักจริงๆก็ลุยโลด แต่ยังเตือนลอยๆว่ามันเหนื่อยนะเห้อ!

Image8

ความเห็นต่อมา ตอบในเชิงสถิติ 1 ใน 4 ไปไม่รอด 2 ใน 3 เบื่อทำร้านกาแฟ ที่เหลือทำเพราะรักและรวย

Image7

ความเห็นนี้มีเปรียบเปรยครับ ธุรกิจกาแฟกลิ่นหอมและรสชาตินั้นขม (ได้กิ๊ฟด้วยนะเนี่ย)

Image6

ความเห็นส่วนใหญ่จะคิดว่า ถ้าใจรักก็ขอให้ลงมือ ถ้าหัวใจเรียกร้องก็ต้านทานไม่ได้ (สไตล์ห้องก้นครัวคนรักอาหารจริงๆ)

Image5jpg

มีความเห็นหนึ่งบอกว่ากาแฟอเมซอนกำลังจะขายแฟรนไชส์นอกปั้ม กำไรดีซะด้วย!!

ผมเคยได้ยินข่าวมาพักหนึ่งแล้วเรื่องอเมซอนขายแฟรนไชส์ แต่ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างนะ

Image3

ความเห็นต่อ แนะนำถึงคุณสมบัติที่ต้องมี เช่น ทุน ทำเล สูตรอร่อย ต้องช่างคุย เปิดร้านสำเร็จแน่นอน

Image2

ที่เด็ดสุดและถูกใจผมมากที่สุดก็คงเป็นความเห็นนี้ล่ะครับ ความเห็นนี้บอกว่า ไม่ควรออกจากงานประจำมาเปิดร้านกาแฟ เพราะเศรษฐกิจในช่วงนี้ผันผวน เรื่องการเมือง เรื่องค่าแรง ฯลฯ  ต่อให้ศึกษาธุรกิจกาแฟมากแค่ไหนก็ต้องเพิ่มกำลังความยากเข้าไปอีก และยังแนะนำต่อไปอีกว่า ถ้าต้องการความแน่นอนของรายได้ ให้ทำงานประจำต่อ เปิดร้านกาแฟก็เหมือนทำธุกิจที่รายได้ไม่แน่นอน อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า หรืออาจจะไม่ได้เลย

คนตอบยังทิ้งท้ายไว้ว่า ไปทำ SWOT กับ 4P ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปเรียนชงกาแฟ!?

Image11jpg

ปกติแล้วเวลาทำธุรกิจอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ขายขนมครกยันเปิดโรงงาน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำแผนธุรกิจ แผนธุรกิจที่เราลองเขียวคร่าวๆนั้นจะบ่งบอกถึงความอยู่รอดในการดำเนินธุรกิจได้ ถ้ามันจะเจ๊งมันก็เจ๊งอยู่ในกระดาษครับ ตอนผมเปิดร้านกาแฟก็ไม่ได้เขียนแผนเป็นเรื่องเป็นราว เพียงแค่คำนวณต้นทุนของการเปิดร้านกาแฟ ประเมินว่าต้องขายวันละกี่แก้ว ถึงจะอยู่ได้ และต้องขายได้วันละกี่แก้วถึงจะได้กำไรที่ต้องการ จากนั้นจึงออกแบบแผนการตลาดหรือวิธีทำให้ยอดขายเป็นไปตามที่เราตั้งใจไว้

ผมมักจะได้ยินหรือได้อ่านเสมอว่า ก่อนจะเปิดร้านหรือเริ่มคิดจะเปิดร้านให้ไปเรียนชงกาแฟเสียก่อนแล้วจะเข้าใจธุรกิจนี้ดีขึ้น ผมเองก็ไปเรียนชงกาแฟมาก่อนเช่นกัน แต่ทั้งก่อนเรียนและหลังเรียนก็ลองเขียนแผนไว้ในใจคร่าวๆ เรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ เวลาไปเรียนชงกาแฟ ผู้สอนหรือโรงเรียนสอนชงกาแฟจะไม่บอกถึงวิธีหรือกลยุทธ์ในการทำร้านกาแฟหรอกครับ พวกเขามีหน้าที่สอนให้เข้าใจศาสตร์ของกาแฟ รู้จักเอสเพรสโซ่ รู้จักลาเต้ สอนวิธีใช้ส่วนผสม คำนวณต้นทุน แต่ไม่ได้บอกถึงวิธีการกำหนดตำแหน่งทางการตลาด กลยุทธ์การตั้งราคา วิธีการสื่อสารไปให้ถึงผู้ซื้อกาแฟ เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นหน้าที่ของคนเปิดร้านกาแฟอยู่แล้ว และหลักสูตรกลยุทธ์นั้นหาเรียนได้ตามมหาวิทยาลัยหรืออ่านในอินเตอร์เนทก็ได้

ทั้งนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป บางโรงเรียนที่สอนชงกาแฟก็มีหลักสูตรหรือหัวข้อเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟร่วมอยู่ด้วย จะเรียนมากหรือเรียนน้อย เก็บเกี่ยวได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่คนเรียน แต่ผมคิดว่า ไอ้ของแบบนี้มันอยู่คนเปิดร้านกาแฟทั้งหมด ต่อให้เอาคนสอนมาจากมหาลัยฮาวเวิดด์ก็ไม่ได้แปลว่า คนที่เรียนจะเปิดร้านกาแฟรอดและรวย

พูดเรื่องเรียนกาแฟแล้ว ช่วงนี้ 29/4/55 ผมได้ยินข่าวลือมาว่า โรงเรียนสอนชงกาแฟต้้องจองล่วงหน้าเกือบ 3 เดือน ก็คือจองเรียนวันนี้กว่าจะได้เรียนก็อีก 3 เดือน สมมติว่ามีคนเีรียนชงกาแฟวันละ 10 คนต่อวัน มีวันสอน 20 วันต่อเดือน ก็จะได้บาริสต้ามือใหม่ 2oo คนต่อเดือน 1 ปีก็จะได้ 1,200 คนต่อปี หรือหมายถึงร้านกาแฟที่อาจเปิดใหม่ 1,200 ร้าน โอ้วววว .. อย่ามาเปิดเป็นคู่แ่ข่งผมก็พอ

ผมโชคดีที่ได้เรื่องทำเลก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด ผมได้ทำเลตั้งแต่ยังไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะเอาพื้นที่ 2*1.5 เมตรไปทำอะไร ครั้งแรกจะขายขนมหวานก็กลัวจะอ้วน กลัวผึ้งมาต๋อย จะขายชานมไข่มุกก็กลัวว่าตลาดจะไม่ชอบ (เมื่อ 2 ปีก่อนยังเงียบๆ) สุดท้ายมาลงเอยมาทำร้านกาแฟและเพิ่งจะรู้จักเอสเพรสโซ่ ลาเต้ มอคค่าเมื่อ  2 ปีที่แล้ว เมื่อได้เรื่องทำเลแล้วจึงง่ายต่อการออกแบบกาแฟแต่ละแก้วให้เหมาะสมกับตลาด (บอกก่อนครับว่าผู้เขียนไม่ได้รวยจากการขายกาแฟครับ แค่พออยู่รอดไปวันๆเท่านั้น)

กลับไปที่เรื่องความเห็น ผมชอบความเห็นนี้ก็เพราะว่า ควรจะวิเคราะห์ตลาดให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วค่อยไปเรียนชงกาแฟยังไม่สาย บางคนอาจจะบอกว่าเรียนชงกาแฟให้เป็นความรู้ติดตัวไว้ก่อนก็ได้นั้นก็จริงครับ แต่จากที่ผมเจอหลายๆคนที่ไปเรียนชงกาแฟแล้ว มีแนวโน้มจะซื้อเครื่องชง เครื่องบดเมล็ดกาแฟเสียก่อน บางแฟรนไชส์ที่มีคนไปเรียนคำนวณต้นทุนให้ต่ำกว่าความเป็นจริง คำนวณยอดขายให้สูงเกินกว่าตลาด แสดงผลกำไรที่มหาศาลเพื่อโน้มน้าวให้ซื้ออุปกรณ์จากพวกเขา

คงจะดีกว่ามากๆถ้าทุกคนที่กำลังจะเปิดร้านกาแฟหรือกำลังจะดำเนินธุรกิจอะไรก็ตาม สามารถคำนวณกำไรต้นทุนที่ได้จากการดำเนินธุรกิจด้วยตัวเอง สามารถวางแผนการตลาดและการดำเนินธุรกิจได้ด้วยตัวเอง โดยตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ตัวเองมี ไม่ใช่ข้อมูลที่คนอื่นบอกและชักชวนให้เราควักเงินเกือบแสนเพื่อลงทุนในธุรกิจที่เราไม่แน่ใจ (แต่คนที่บอกดันแน่ใจซะงั้น)

อารมณ์คล้ายๆเจ้าหน้าที่การเงินหรือนายหน้าค้าหุ้นน่ะครับ พวกเขาอาจจะบอกว่าทำแบบนี้สิได้กำไรแน่นอน หุ้นตัวนี้ต้องซื้อชัวร์แน่นอน ที่ดินตรงนี้กำลังจะกลายเป็นทำเลทองในอนาคต ซื้อเก็บไว้ไม่เสียหลาย ลฯล ถ้าคนเหล่านั้นคิดว่าดีจริงๆก็น่าจะลงมือเองแล้ว ไม่น่าจะมาบอกกับเรา

เรื่องใจรักกาแฟนั้นเป็นเรื่องดี ผมเห็นหลายคนประสบความสำเร็จได้เพราะหลงรักเอสเพรสโซ่ หลงรักรสชาติกาแฟที่มมีมิติซับซ้อน หลงรักลาเต้ลายใบไม้ เพียงแต่ว่าการหลงรักกาแฟกาแฟกับธุรกิจกาแฟเป็นคนละเรืองกัน ความรักในกาแฟจะเป็นพลังผลักดันให้ชอบชิมเอสเพรสโซ่ ฝึกเทลาเต้ รู้จักเบลนเมล็ดกาแฟให้มีเอกลักษณ์

แต่ธุรกิจกาแฟเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ เป็นเรื่องของการค้นหาทำเล การวิเคราะห์ตลาด การออกแบบส่วนผสมทางการตลาด การสร้างจุดเด่นให้ร้านกาแฟ การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะมาซื้อกาแฟเรา ซึ่งไอ้เรื่องพวกนี้มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องเรื่องใจรักเลย อาจจะบอกว่าสำคัญกว่าใจรักก็ไม่น่าจะเกินไป

เรื่องใจรักเป็นเรื่องดีสำหรับงานอดิเรก แต่เมื่อต้องทำมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นคนละเรื่องเสมอ เช่น คนๆหนึ่งชอบดูหนังมากๆ วันๆดูหนังได้หลายเรื่อง สามารถวิจารณ์หนังแต่ละเรื่องได้ดี แต่เมื่อจะหาเงินเกี่ยวกับเรื่องหนังแล้ว มันกลายเป็นคนละเรื่อง คนๆนั้นอาจจะต้องสร้างหนัง ทำหนังสั้น ทำโปรดักชั่นถ่ายหนัง ทำเพลงสำหรับหนัง ลฯล ดูหนังเฉยๆไม่ได้ทำเงินให้ครับ ต้องสร้างหนังแล้วให้หนังทำเงินให้อีกที

คนๆหนึ่งชอบการถ่ายรูป สามารถจัดวางองค์ประกอบได้สวย ชอบการถ่ายรูปแบบมาโคร ชอบถ่ายรูปเพื่อนๆตามงาน แต่เมื่อจะทำมันเป็นอาชีพหาเลี้ยงเมื่อไหร่ก็กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องมีวิธีหาลูกค้า ต้องทำโปรไฟล์นำเสนอ จะเปิดบริษัทถ่ายรูปเว้ดดิ้งก็ต้องใช้เงิน เช่นเดียวกับคนที่รักการปลูกต้นไม้ รักการเลี้ยงสัตว์ รักการว่ายน้ำ

ผมไม่ได้บอกว่าคนใจรักจะไม่ประสบความสำเร็จนะครับ แต่คงจะดีกว่ามากๆถ้าเราใจรักในเรื่องกาแฟ ขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาวิธีการดำเนินธุรกิจของกาแฟด้วย อย่างที่บอกว่าเรื่องใจรักกาแฟเป็นเรื่องหนึ่ง และเรื่องธุรกิจกาแฟเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ


เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج