ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

เมล็ดกาแฟคั่ว

เมล็ดกาแฟแต่ละสายพันธุ์นั้นให้คาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน เมล็ดโรบัสต้าจะให้รสชาติและกลิ่นแบบหนึ่ง เมล็ดอาราบิก้าก็จะให้รสชาติและกลิ่นอีกแบบหนึ่ง ไม่เพียงแต่สายพันธุ์กาแฟเท่านั้นที่มีผลต่อคาแรกเตอร์ของกาแฟ ระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟก็มีผลต่อกลิ่นและรสชาติเช่นกันด้วยครับ

ในบ้านเราจะมีเมล็ดกาแฟอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ อาราบิก้าและโรบัสต้า ข้อแตกต่างระหว่าง 2 สายพันธุ์นี้ก็คือ อาราบิก้าจะให้กลิ่นหอมมากกว่าโรบัสต้า ขณะที่โรบัสต้าจะให้ความเข้มมากกว่าอาราบิก้า เช่นเดียวกับระดับการคั่วเมล็ดกาแฟ เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนจะให้รสชาติเปรี้ยว นุ่ม ขณะที่กาแฟคั่วเข้มจะให้กลิ่นหอมและขม

ปัญหาก็คือ เมื่อเมล็ดกาแฟมี 2 สายพันธุ์แล้ว มีระดับการคั่วที่แตกต่างกัน (คั่วอ่อน คั่วน้ำตาลเข้ม คั่วเข้ม คั่วดำ คั่วไหม้ ?) และยังมีพื้นที่เพาะปลูกที่แตกต่างกันอีก เช่น ปลูกที่ความสูง 800 เมตร ปลูกที่ 1,000 เมตร และหากลองเอาเมล็ดกาแฟที่ต่างสถานที่ปลูกมาผสมกันก็จะได้เอกลักษณ์เฉพาะของเบลนนั้นๆด้วย

ในฐานะที่เปิดร้านกาแฟสดเช่นเดียวกับผู้อ่าน ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะเจอปัญหาคล้ายๆกัน ก็คือ เมล็ดกาแฟมีหลากหลายสูตรมากจนเลือกไม่ถูก บางโรงคั่วมีเบลนเมล็ดกาแฟ 3-4 แบบ โรงคั่วใหญ่่ๆบางทีก็เบลน 10 แบบ จะมีมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของโรงคั่วนั้นๆจะว่าขยันผสมกันแค่ไหน

แล้วเมล็ดกาแฟแบบไหนเหมาะสมกับลูกค้าของเรา?

ผมชอบเปลี่ยนเมล็ดกาแฟชงขายเป็นประจำ เท่าที่ผมประสบมาก็คือ ลูกค้าจะรับรู้ว่ามีการเปลี่ยนเมล็ดกาแฟ เมื่อมีการเปลี่ยนสายพันธุ์เมล็ดกาแฟ เช่น เปลี่ยนจากอาราบิก้าล้วนมาผสมโรบัสต้า ช่วงแรกที่ผมเปิดร้านกาแฟ ผมเอาเมล็ดกาแฟอาราบิก้าล้วน เกรด AA คั่วอ่อนครึ่งหนึ่งและคั่วเข้มอีกครึ่ง มาผสมกันแล้วบดให้ลูกค้ากิน ..

ผ่านมา 4-5 เดือน ผมลองเปลี่ยนยี่ห้อเมล็ดกาแฟ คราวนี้เป็นอาราบิก้าเกรดรวม (มีเมล็ดแตกหัก หูช้างปน) เมล็ดกาแฟคั่วระดับน้ำตาลเข้ม ใช้แบบเดี่ยวๆ ผลปรากฎว่า ลูกค้าประจำก็ยังอยู่กันครบ

ผ่านมา 2-3 เดือน ผมลองเปลี่ยนยี่ห้อเมล็ดกาแฟอีกครั้ง คราวนี้เป็นอาราบิก้าเหมือนเดิม แต่เป็นเกรด B (ขนาดเมล็ดเล็กกว่าปกติ) เมล็ดกาแฟคั่วในระดับน้ำตาลเกือบเข้ม ใช้แบบเดี่ยวๆ ผลออกมาว่า ลูกค้าประจำยังอยู่ครบ เริ่มมีลูกค้าทักว่า รสชาติกาแฟเปลี่ยนไป บางคนก็ว่าดีขึ้น บางคนก็ชอบแบบเก่า

กาแฟอาราบิก้าที่ผมเปลี่ยนยี่ห้อทั้งหมด ผมชงกินเองทุกวัน รู้สึกได้ถึงความแตกต่าง ลูกค้าบางคนไม่รู้ถึงความแตกต่างว่าผมเปลี่ยนเมล็ดกาแฟย แต่ก็มีที่ลูกค้าบางคนทักผมเลยว่าเปลี่ยนเมล็ดกาแฟหรือเปล่า รู้สึกว่ากลิ่นเปลี่ยนไป (แต่ก็ยังซื้อเป็นประจำอยู่)

ท้ายสุด ผมลองเปลี่ยนเมล็ดกาแฟอีกครั้ง แต่คราวนี้เอาโรบัสต้าคั่วเข้มมาผสมราว 30 เปอร์เซนต์ อาราบิก้าเป็นคั่วเข้ม และโรบัสต้าก็เป็นคั่วเข้มผลลัพธ์ก็คือ ลูกค้าดูดเสร็จแล้วบอกให้ชงใหม่เลยครับ!! ส่วนลูกค้าบางคนมาบ่นวันต่อมาว่ารู้สึกเวียนหัว!!

หลังจากวันนั้น ผมไม่กล้าเอาเมล็ดกาแฟคั่วโรบัสต้ามาใช้อีกเลย กลัวลูกค้าหนี ..

จากประสบการณ์ที่เจอพอจะสรุปเรื่องการเลือกใช้เมล็ดกาแฟคั่วได้ดังนี้ ..

– เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วอ่อน (เมล็ดกาแฟมีสีน้ำตาล แกนกลางเมล็ดเป็นเยื่อสีเหลืองอ่อน) ให้รสเปรี้ยว นุ่ม เหมาะสำหรับการชงเอสเพรสโซ่ร้อน กาแฟร้อน อเมริกาโน่เย็น (กาแฟดำเย็น) หรือเอามาชงเป็นลาเต้เย็นก็พอได้อยู่ เนื่องจาก กาแฟให้รสเปรี้ยวนุ่ม มากกว่าเข้มหรือขม ซึ่งคนไทยไม่ค่อยนิยมทานเมนูเหล่านี้ และไม่ชอบคาแรกเตอร์กาแฟนี้

– เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้ม (เมล็ดกาแฟสีน้ำตาลเข้มมากๆ แกนกลางเมล็ดเป็นเยื่อสีดำ) ให้รสเข้ม ขม มีกลิ่นหอมรวมถึงกลิ่นควัน เหมาะสำหรับการชงเมนูกาแฟที่มีส่วนผสมของนมข้นหวาน นมข้นจืด หรือนมสด ความขมเข้มของเมล็ดกาแฟจะตัดกับนมข้นหวาน นมข้นจืดได้พอดีเป๊ะ เมล็ดกาแฟคั่วเข้มจึงเป็นที่นิยมในบ้านเรา หากนำมาชงเป็นกาแฟดำร้อนหรือเย็น อาจจะมีกลิ่นควันหรือกลิ่นไหม้ติดมา

– เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วอ่อนผสมคั่วเข้ม ในอัตราเท่าๆกัน ก็จะได้คาแรคเตอร์กาแฟทั้ง 2 แบบ รสชาติของกาแฟจะเริ่มมีมิติมากขึ้น เหมาะสมทั้งกาแฟดำและกาแฟที่ใส่นมข้นหวานหรือนมสด

– เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วเกือบเข้ม หรือที่เรียกว่า มีเดียมดาร์ก ให้รสเข้ม แต่ไม่ขม มีกลิ่นหอมพอเหมาะกำลังดี เหมาะสำหรับการชงกาแฟทั่วๆไปที่ไม่รู้ว่าลูกค้าที่ดื่มชอบกาแฟแบบไหน จะเป็นเมนูกาแฟดำหรือใส่นมก็ได้ ส่วนตัวแล้วคิดว่าอาราบิก้าคั่วระดับนี้เหมาะสำหรับการใส่นมสดมากที่สุด

– เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มและโรบัสต้าคั่วเข้มในอัตรา 8/2 (นำเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วมาผสมกัน ไม่ได้นำไปคั่วพร้อมกัน) กาแฟจะให้กลิ่นหอม และมีความเข้มข้นจากโรบัสต้า  เหมาะสำหรับการชงกาแฟที่ใส่นมข้นหวานอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่ร้านกาแฟในบ้านเราจะใช้เมล็ดกาแฟเบลนนี้ครับ แต่บางที่ก็เบลนในอัตราครึ่งๆก็มี

ฉะนั้น การเลือกใช้เมล็ดกาแฟนั้น ควรจะคำนึงถึงความต้องการของคนดื่มเป็นหลัก ถ้าขายให้คนไทยคนทำงานทั่วไปก็ใช้เมล็ดกาแฟคั่วเข้มหรือเกือบเข้ม ถ้าขายให้ต่างชาติก็อาจจะใช้คั่วอ่อน แต่ถ้าให้ดีที่สุด ควรจะมีเครื่องบดเมล็ดกาแฟมากกว่า 2 เครื่องครับ ลูกค้าชอบแบบไหน คั่วระดับใด เบลนยังไงก็ชงขายให้ได้ทั้งหมด

การเลือกเมล็ดกาแฟควรจะคำนึงถึงราคาขายกาแฟแต่ละแก้วด้วย ถ้าขายกาแฟแก้วละ 25-30 บาท ก็น่าจะเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าผสมโรบัสต้าบ้าง หรือจะใช้อาราบิก้าเกรดรวมหรือเกรด B เพื่อควบคุมต้นทุนกาแฟแต่ละแก้วไม่ให้สูงเกินไป เดี๋ยวจะขายแล้วกำไรหาย แต่้ถ้าขายกาแฟแก้วละ 50-60 บาท จะเลือกใช้เมล็ดโทนกลม พีเบอร์รี่ กาแฟจากบราซิล อินโดนีเซีย ราคาขายก็ยังคุ้มต้นทุนอยู่ดีล่ะครับ

การคัดเลือกเมล็ดกาแฟคั่วเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การจะชงกาแฟให้อร่อยได้นั้น ต้องใส่ใจเรื่องการบดเมล็ดกาแฟ และการกลั่นเอสเพรสโซ่ด้วยนะครับ ถ้าสนใจเรื่องเกรดเมล็ดกาแฟคลิกอ่านต่อที่นี่ครับ


6 Responses to “เลือกเมล็ดกาแฟคั่วให้เหมาะสมกับร้านและลูกค้า”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج