ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

วิธีเก็บเมล็ดกาแฟให้คงคุณภาพสูงสุด

Entry นี้ จะมาแบ่งปันวิธีการจัดเก็บเมล็ดกาแฟคั่วให้ดีที่สุด เพื่อคงคุณภาพให้เหมือนเดิมมากที่สุด ผมเชื่อว่าร้านกาแฟจำนวนมากประสพปัญหาคล้ายกันอย่างหนึ่งก็คือ อยากจะซื้อเมล็ดกาแฟทีละห้ากิโลกรัม สิบโลกรัม เพราะอยากได้ราคาขายส่ง ส่วนลดหรือฟรีค่าจัดส่งจากคนขายและโรงคั่วกาแฟ

แต่ครั้นจะเอามาเก็บไว้มากๆก็กลัวว่าเดี๋ยวเมล็ดกาแฟมันจะเก่าเก็บ มีกลิ่นหืนน้ำมัน สำหรับร้านกาแฟที่มียอดใช้เมล็ดกาแฟเดือนละ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่ค่อยมีปัญหาหรอก ใช้แป๊ปเดียวก็หมดแล้ว แต่ร้านที่มียอดการใช้เมล็ดกาแฟต่ำกว่า 5 กิโลกรัมต่อเดือน มักจะเจอปัญหาเมล็ดกาแฟคั่วเก่าเกิน

ครั้นจะซื้อน้อยๆเพื่อให้ได้กาแฟใหม่ๆ ราคากาแฟก็สูง ต้องสั่งบ่อย ครั้นจะซื้อเยอะๆก็ดันซื้อมาเก็บสต็อกจนกาแฟเก่า ผมเชื่อว่าหลายร้านอยากจะได้กาแฟที่ดีราคาถูก ก็สั่งทีละเยอะๆเพื่อให้ได้ราคาถูก ผมเข้าใจครับ ..

อะไรทำให้เมล็ดกาแฟเก่า

มีปัจจัยสามอย่างที่ทำให้เมล็ดกาแฟเกิดอาการเก่าเก็บประกอบด้วย อากาศ ความชื้น อุณหภูมิ และแสง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมล็ดกาแฟลดอายุขัยของกาแฟ กลิ่นหอมของกาแฟจะหาย เมล็ดกาแฟจะเริ่มมีกลิ่นหืนจากน้ำมัน ตัวเมล็ดกาแฟแห้งกรัง เมื่อลองหักเมล็ดกาแฟด้วยนิ้วมือจะรู้สึกว่ามันเหนียวๆหักยากกว่าปกติ

เก็บไม่ให้โดนอากาศ

อากาศ

อากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมล็ดกาแฟมีอายุสั้น โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่มีน้ำมันออกมาจากเมล็ดกาแฟ โดยธรรมชาติแล้วกาแฟคั่วเข้มเกือบจะทั้งหมดมีน้ำมันเคลือบในบนเมล็ดกาแฟ พอน้ำมันสัมผัสกับอากาศก็จะเกิดปฎิกิริยา Oxidation ออกซิเดชั่น กลิ่นหืนก็จะมาครับ ถ้านึกไม่ออกนึกถึงพวกของทอดๆที่มีน้ำมัน พวกหนังไก่ทอด ถั่วกรอบแก้วทอด หนังหมูทอด ซึ่งอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมันทั้งหมด เมื่อเก็บไม่ดีสัมผัสอากาศ กลิ่นหืนก็จะตามมาโดยเร็ว

วิธีง่ายในการเก็บเมล็ดกาแฟก็คือ ก็เก็บไม่ให้โดนอากาศสิครับ! พูดดูง่ายแต่ที่จริงแล้วการเก็บเมล็ดกาแฟโดยไม่ให้โดนอากาศนั้นจะทำได้ยังไง  คำตอบก็คือ เก็บในถุงที่คนขายส่งมานั้นละครับ

แต่ก่อนจะตัดสินใจเก็บไว้ในถุงเหมือนเดิมนั้น ขอให้พิจารณาถุงกาแฟก่อนนะครับ ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟนั้นมีหลากหลายรูปแบบหลากหลายเกรดมาก มีตั้งแต่สีพื้นฐานเงาๆด้านๆ จนไปยังสีสันสุดแสบตา วิธีดูง่ายๆคือ มันต้องเป็นถุงฟอยด์ที่มีความหนาอยู่ระดับหนึ่ง หนามากพอที่จะไม่ให้อากาศเข้ามาได้

เนื่องจากถุงบรรจุภัณฑ์เมล็ดกาแฟ มีบางชนิดที่มีความหนาน้อย ทำให้อากาศแทรกซึมเข้ามาได้ ในกรณีที่ร้านกาแฟสดได้รับเมล็ดกาแฟคั่วที่บรรจุใส่ถุงที่มีความบางน้อย ให้หาภาชนะจัดเก็บใหม่ (ซึ่งจะแนะนำให้ภายหลัง)

ในกรณีที่ถุงเมล็ดกาแฟนั้นมีความหนา หนามากที่จะทำให้อากาศไม่แทรกซึมเข้าไป หนาเท่าไหร่นั้นให้ลองจับๆถุงดู มันจะออกเหนียวนิดๆครับ ผมเองไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคำศัพท์เทคนิค คือ หนาตั้งแต่ 110 ไมครอนขึ้นไปครับ น่าเสียดายที่บนถุงเมล็ดกาแฟดันไม่บอกความหนา

เมื่อเราทราบแล้วว่าถุงฟอยด์บรรจุเมล็ดกาแฟที่เราได้รับนั้น มีความหนามากพอที่จะไม่ให้อากาศเข้าแล้วก็ให้สังเกตุว่าบนถุงนั้นมีวันเวย์วาล์วติดอยู่หรือเปล่า วันเวย์วาลว์จะมีรูเป็นจุดๆบนถุง ทำหน้าที่ปล่อยแก๊สออกจากเมล็ดกาแฟให้ออกจากถุง และป้องกันไม่ให้อากาศเข้าครับ

นั้นหมายความว่า ถุงที่บรรจุเมล็ดกาแฟนั้น หากไม่มีวันเวย์วาล์วติดก็คือ มีการเจาะรูจากจากภายนอกถุงเพื่อให้เมล็ดกาแฟคายแก๊สออกจากถุง ถ้าไม่เจาะรูที่ถุงไว้ก็จะทำให้ถุงที่บรรจุเมล็ดกาแฟพองและบวม จนระเบิดในท้ายที่สุด

กลอ่งเก็บกาแฟ

อย่าตกใจไปครับ มันไม่ได้ระเบิดแบบตู้มเละกระจายแบบอั้นอย่างนั้นนะครับ แต่ถุงจะปริไปเรื่อยๆกระทั่งมีรูเกิดขึ้นและแก๊สก็จะระบายออกไปเอง แต่ก็มีในบางกรณีที่ถุงมันออกไปแนวระเบิด เกิดการฉีกขาดของถุงบรรจุ ทำให้เมล็ดกาแฟหลุดออกจากถุง ผมไม่เคยเห็นตอนมันระเบิดนะ เห็นอีกทีก็ถุงแตกไปแล้ว

สรุปก็คือ กรณีที่ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟนั้น มีวันเวย์วาล์ติดอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรครับ ขอให้เก็บไว้ที่ๆปกติก็พอแล้วครับ

ส่วนกรณีที่ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟนั้นไม่มีวันเวย์วาล์ติดอยู่ ให้หาภาชนะบรรจุกึ่งๆสุญญากาศครับ พวกที่อากาศเข้าไม่ได้หรือออกไม่ได้น่ะครับ พวกตระกูลที่มีฝาปิดล็อคแน่นหนาไม่ให้อากาศเข้าออก พวกล็อกแอนด์ล็อคที่ขายตามห้างน่ะครับ ซื้อมาขนาดที่พอดีๆกับถุงกาแฟหรือปริมาณเมล็ดกาแฟ แล้วยัดถุงกาแฟทั้งหมดใส่ลงไปในภาชนะสุญญากาศที่ว่านั้น

เพราะว่าถุงที่บรรจุเมล็ดกาแฟที่ไม่ได้ติดวาล์วสุญญากาศนั้น จะมีอากาศไหลหมุนเวียนเข้าออกในถุงเมล็ดกาแฟครับ แน่นอนว่าแก๊สจากเมล็ดกาแฟก็คงคายออกจากรูที่เจาะ แต่มันก็มีอากาศ อ็อกซิเจนเข้าไปอยู่ดี

เช่นเดียวกัน กับถุงบรรจุเมล็ดกาแฟที่มีความหนาน้อยๆ อากาศจะแทรกซึมผ่านเข้าไปได้ ฉะนั้น ยัดเมล็ดกาแฟที่ว่าลงในภาชนะกึ่งสุญญากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปสัมผัสเมล็ดกาแฟ ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ต้องเทเมล็ดกาแฟออกจากถุงนะครับ ยัดใส่เข้าไปทั้งถุงเลย

ในกรณีที่ตัดถุงกาแฟใช้ไปแล้ว ก็ให้พับถุงกาแฟแล้วเก็บในภาชนะสุญญากาศด้วยเช่นกัน ก่อนจะพับถุงกาแฟให้รีดอากาศออกให้หมดก่อนแล้วค่อยยัดใส่ภาชนะกึ่งๆสุญญากาศครับ เท่านี้เมล็ดกาแฟดีๆก็จะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น

เก็บกาแฟไม่ให้โดนความชื้น

ความชื้น

เรื่องของความชื้นเป็นเรื่องที่เข้าใจยากนิด เนื่องจากปกติแล้วเราคงสัมผัสกับความชื้นได้ไม่บ่อย เท่าที่ผมเจอมักจะเป็นร้านกาแฟตามต่างจังหวัดที่บังเอิญมีเรื่องความชื้นเข้ามาเกี่ยวข้องในการเก็บกาแฟคั่ว

กล่าวคือ ตามต่างจังหวัดจะมีการผันแปรของอุณหภูมิมากกว่า บทจะร้อนแม่งก็ร้อน แม่งจะเย็นมันก็เย็น คือ ความผันผวนของอากาศมีเยอะจนคาดเดาลำบาก คล้ายๆเวลาปรับเครื่องบดเมล็ดกาแฟก็ต้องคอยเช็คตามอุณหภูมินั้นแหละครับ

แต่ความชื้นในที่นี้จะอิงกับการจัดวางเมล็ดกาแฟคั่วครับ จากประสบการณ์ที่ผมเจอเรื่องการเก็บเมล็ดกาแฟ คือ ที่ร้านกาแฟของหุ้นส่วนจะใช้เมล็ดกาแฟโดยไม่บรรจุถุง ก็คือคั่วเสร็จออกมาแบบไหนก็จะใส่ถุงเหนียวๆไปพร้อมใช้ที่ร้านได้เลย

พอไปถึงร้านก็จะจัดวางเมล็ดกาแฟไว้ตามพื้นล่ะครับ ก็วางๆไปไม่ได้คิดอะไรมาก จนกระทั่งมาถึงรอบที่ต้องใช้กาแฟคั่วล็อตนั้น ผมตักเมล็ดกาแฟมาใช้เรื่อยๆ คุณภาพของเมล็ดกาแฟยังอยุ่ครบถ้วน มีกลิ่น มีรส มีครีม่าที่แน่นหนา พอตักใช้ไปเรื่อยๆจนถึงก้นถุงแล้วกลับพบว่า เมล็ดกาแฟที่เหลือในก้นถุงนั้น ครีม่าหายไป คุณภาพกาแฟเก่าลง และกลิ่นลดลงอย่างน่าใจหาย เอสเพรซโซ่ช็อตนี้มีแต่น้ำสีดำตั้งแต่เริ่มช็อตกาแฟ

กาแฟนั้นเก่า จากการสังเกตุช็อตเอสเพรซโซ่และมักจะเป็นกาแฟที่ติดอยู่ก้นถุงเหนียวเสมอ ไม่ได้เป็นแค่ถุงนี้แต่เป็นกับทุกถุง ช่วงบนๆกลางๆของถุงเหนียวนั้น กาแฟจะใหม่ตามปกติของอายุเมล็ดกาแฟแต่ก้นถึงกลับเก่า

นั้นก็เพราะผมวางถุงกาแฟนั้นไว้ที่พื้นครับ พื้นนั้นมีความเย็น ความชื้นโดยปกติ สิ่งเหล่านั้นทะลุทะลวงถุงเหนียวเข้ามาสู่เมล็ดกาแฟคั่วบางส่วน กลายเป็นกาแฟที่เพิ่งจะคั่วได้สามวันนั้น เหมือนเก่ามากกว่าหนึ่งเดือนไปแล้ว

ถ้านึกไม่ออกก็เหมือนการเก็บพวกข้าวสารหรือเมล็ดกาแฟดิบ หรือการเก็บอาหารอะไรสักอย่าง เขาถึงต้องมีพื้นพาเลทจัดวางไว้ก่อน แล้วค่อยถึงวางสิ่งนั้นๆบนพาเลทอีกครั้ง ก็เพื่อไม่ให้ความเย็นเข้าสู่สินค้าโดยตรง ให้มีลมผ่านระบายหมุนเวียน

ที่นี้ กลับมาดูเรื่องการเก็บเมล็ดกาแฟคั่วไม่ให้โดนความชื้น วิธีการเก็บก็เหมือนเดิมครับ คือ เก็บไม่ให้สัมผัสกับพื้นโดยตรง ซึ่ีงที่จริงแล้วผมก็เชื่อว่าคงไม่มีใครวางถุงเมล็ดกาแฟไว้กับพื้นแน่ๆ ถือไว้ว่าเก็บไว้ประดับความรู้ครับ

นอกจากนั้น ก็ควรเก็บในที่ๆไม่มีความเย็น เช่น เก็บในห้องแอร์ที่อับชื้น เก็บไว้กลางแจ้งในวันที่ฝนตก เก็บใกล้ๆซิงค์ล้างจาน ว่าไปนั้น .. เอาเป็นว่าเก็บโดยหลีกห่างจากอากาศชื้นๆเย็นๆครับ

สำหรับถุงกาแฟที่มีความหนาพอสมควรก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้มากครับ สำหรับถุงกาแฟที่ค่อนข้างบางคงต้องใส่ใจวิธีการเก็บสักนิด ผมแนะนำว่าให้หาลังกระดาษสักลัง (เอาลังที่ส่งเมล็ดกาแฟน่ะแหละ) มาเก็บเมล็ดกาแฟคั่วใส่ในลังปกติครับ วางบนลังกระดาษก็พอช่วยได้เช่นกัน

ผมเองหลังจากทราบว่าเมล็ดกาแฟเก่าเร็วจากการวางสัมผัสพื้น ผมก็เปลี่ยนมาวางบนลังกระดาษ เมล็ดกาแฟก็มีอายุขัยปกติครับ ไม่เก่าจนเร็วเกินไป

เก็บเมล็ดกาแฟไม่ให้โดนแสง

1239106196

เรื่องต่อมาคือการเก็บเมล็ดกาแฟคั่วไม่ให้โดนแสง โดยปกติแล้วร้านกาแฟอย่างเราๆท่านๆคงจะเก็บกาแฟหลบๆแสงอยู่แล้ว แต่จะมีบางร้านที่อยากจะวางเมล็ดกาแฟโชว์ไว้หน้าเคาเตอร์ให้โดดเด่น กรณีที่ถุงบรรจุเมล็ดกาแฟนั้นสวย อยากจะโชว์เมล็ดกาแฟคั่วยี่ห้อที่ร้านตนเองใช้

เท่าที่ผมเห็นคือร้านกาแฟบางร้านที่อยู่กลางแจ้ง ร้านกาแฟประเภทคีออส ที่ตากแดดตากลม บางร้านนอกจากจะวางนมข้นหวานกระป๋องเรียงแล้ว ยังวางถุงกาแฟตั้งโชว์ไว้หน้าร้านด้วย อันที่จริงมันก็ดูน่าสนใจดีแต่ว่าแสงแดดจากพระอาทิตย์นั้น ส่งผลต่อเมล็ดกาแฟคั่วโดยตรงนะครับ

แดดร้อนๆในบ้านเรานี่ ไม่ใช่ร้อนธรรมดาแต่ร้อนมากพอที่จะทำให้ความร้อนทะลวงถุงฟอยด์ ทำปฎิกิริยากับเมล็ดกาแฟได้

เรื่องสำคัญของการแสงแดดจากพระอาทิตย์ คือ ต้องสังเกตุก่อนว่าถุงบรรจุเมล็ดกาแฟที่เราได้รับมานั้น แสงแดดทะลุหรือเปล่าครับ โดยปกติแล้วถุงฟอยด์บางชนิดนั้น แสงแดดจะทะลุเข้ามาได้ พวกกลุ่มฟอยด์หรือเมทัลไลท์ฟอยด์ที่มีความบางน้อยๆ จะป้องกันแสงแดดได้ไม่ทั้งหมด

ฉะนั้นแล้ว หากไม่จำเป็นจริงๆก็เก็บเมล็ดกาแฟไว้ที่อื่นดีกว่าครับ อย่าไปวางโชว์ที่หน้าบาร์สำหรับร้านกาแฟคีออส ส่วนร้านกาแฟที่อยู่ในห้องปิดหรือห้างสรรพสินค้า อันนั้นก็วางโชว์ได้ตามใจชอบเลยครับ ไม่มีปัญหา น่าจะห่วงเรื่องความชื้นอากาศมากกว่าครับ

ระดับการคั่วของเมล็ดกาแฟคั่ว

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เมล็ดกาแฟคั่วเก่า เคยได้ยินกันใช่ไหมครับว่า น้ำมันจากเมล็ดกาแฟ เมื่อสัมผัสกับอากาศเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จะเกิดอาการ  Oxidation ทำให้กาแฟนั้นเก่าและเหม็นหืน

แล้วถ้าเป็นเมล็ดกาแฟคั่วกลางหรือคั่วอ่อนที่ไม่มีน้ำม้ันละครับ? หรือเป็นเทคนิคการคั่วกาแฟเข้มๆ โดยที่ไม่ให้น้ำมันออก การเปลี่ยนแปลงของเมล็ดกาแฟคั่วนั้น จะยังคงอยู่ที่ 7-14 วันเหมือนเดิมหรือเปล่า

โดยปกติแล้ว เมล็ดกาแฟที่คั่วเข้มนั้น (คั่วเข้มในที่นี้ คือ มีน้ำมันออกจากเมล็ดกาแฟอย่างเห็นได้ชัด) จะมีอายุที่สั้นมากกกกกกก เพราะน้ำมันนั้นสัมผัสกับอากาศโดยตรง ทำให้เมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่มีน้ำมันออก มีความพร้อมในการใช้งานได้เร็ว และก็เก่าเร็วด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน เมล็ดกาแฟคั่วกลางๆ หรือคั่วๆอ่อนๆ รวมถึงเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่คั่วโดยไม่ให้น้ำมันออกนั้น มีความพร้อมในการใช้งานยาวนานกว่ามาก ผมเคยคั่วกาแฟ ระดับคั่วเข้มโดยใช้เทคนิคไม่ให้น้ำมันออก (การคั่วกาแฟแบบไฟอ่อนๆ คั่วนานๆ) ซึ่งพบว่า เมล็ดกาแฟคั่วเข้มนั้น กว่าจะใช้งานได้นู้นเลยครับ ล่อไป 10 วันขึ้น กว่ารสชาติและกลิ่นจะลงตัว จะเห็นได้ว่าระดับการคั่วกาแฟและวิธีการคั่วกาแฟนั้น มันสัมพันธ์กับอายุของเมล็ดกาแฟคั่วครับ

นั้นหมายความว่า  เมล็ดกาแฟคั่วในแต่ละถุง แต่ละบรรจุภัณฑ์ แต่ละยี่ห้อนั้น มีแนวคิดในการผลิตเมล็ดกาแฟคั่วเพื่อส่งมอบร้านกาแฟไม่เหมือนกัน มีแนวทางที่ต่างกัน ทั้งนี้ ร้านกาแฟคงต้องเช็คเอาเองครับว่า ผู้ผลิตแต่ละรายนั้นมีวิธีการผลิตอย่างไรและส่งมอบอย่างไรครับ

อายุเมล็ดกาแฟคั่วสัมผัสกับวิธีการเก็บ

อันที่จริงแล้ว เรื่องการเก็บเมล็ดกาแฟคั่วนั้น มักจะสัมพันธ์กับปริมาณการใช้เมล็ดกาแฟของร้านกาแฟมากกว่า อย่างที่เรียนไว้ว่า ร้านกาแฟที่มียอดใช้เมล็ดกาแฟคั่วมากกว่า 10 กก. ต่อเดือนขึ้นไป ไม่ค่อยจะพบปัญหาเรื่องเมล็ดกาแฟคั่วเก่าเก็บหรอกครับ เพราะจะใช้มันก่อนถึงที่มันจะเก่า

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่า เมล็ดกาแฟคั่วมีอายุที่ดีที่สุด หลังจากการคั่ว 7-14 วัน หลังจาก 14 วัน จากการคั่ว คุณภาพของเมล็ดกาแฟจะลดลงเรื่อยๆ กลิ่นที่มีจะลดลง รสชาติที่โดดเด่นจะลดลง ตามแนวคิดนี้เป็นเรื่องจริงของเมล็ดกาแฟคั่ว

imagesแต่ข้อเท็จจริงเรื่องของอายุเมล็ดกาแฟคั่วนั้น มันผันแปรไปตามวิธีการจัดเก็บเมล็ดกาแฟด้วยครับ มันต้องคำนึงถึงโรงคั่วกาแฟด้วยว่าจัดเก็บในภาชนะรูปแบบใด ปล่อยคายแก๊สไว้ก่อนบรรจุถุงหรือไม่ ถุงมีความหนามากพอหรือไม่ และถุงบรรจุนั้นเจาะรูด้านหลังหรือติดวันเวย์วาล์

ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟของหุ้นส่วนผม ผมมักจะคั่วเมล็ดกาแฟเสร็จ โดยใส่ถุงใสเหนียว ไม่ได้บรรจุลงถุงฟอยด์ อารมณ์ประมาณว่า เดี๋ยวกาแฟก็ใช้แล้ว แป๊ปเดียว เดี๋ยวๆก็ใช้หมด จะแพ็คถุงทำไมให้เสียเวลา ผมจึงใส่ถุงเหนียวๆแล้วนำไปใช้ที่ร้านกาแฟเลย

เมื่อนำเมล็ดกาแฟไปใช้ชงขาย ผมพบว่า หลังจากการคั่วกาแฟนั้น เมล็ดกาแฟจะมีรสชาติที่ทะแม่งๆใน 1-2 วันถัดมา กลิ่นรสชาติยังไม่ออก และพบว่ารสชาติของกาแฟนั้น ขึ้นไปโคตรอร่อยในวันที่ 3-5 หลังจากการคั่ว

จากนั้น ก็จะพบกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเมล็ดกาแฟจะโดนดองไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้ และจะได้ใช้งานอีกหลัง 2 วันถัดไป หลังจากกลั่นเอสเพรซโซ่ช็อตนั้น พบว่า ครีม่าของกาแฟนั้น หายไปแล้วครับ เหลือน้ำกาแฟดำๆมาตั้งแต่ตั้งต้น

กลางเป็นว่าเมล็ดกาแฟคั่วที่ รสชาติกลิ่นที่ดีที่สุดนั้น หลังจากการคั่ว โดยไม่บรรจุ รสชาติดีที่สุด 3-5 วัน เมื่อเข้าวันที่ 7 เมล็ดกาแฟเก่าไปเรียบร้อยแล้วครับ … จะเห็นว่า เมล็ดกาแฟทมีรสชาติที่ดีที่สุดนั้น หลังจาการคั่ว  7 วัน ไม่ได้เป็นเรื่องจริงเสมอไป

ในทางกลับกัน เมล็ดกาแฟที่ผมเคยบรรจุในขนาด 250 กรัม ตั้งแต่ต้นปีนู้น 2556 และได้นำมาใช้ทดสอบอีกที ต้นปี 2557 รวมเวลาแล้ว มากกว่า 6 เดือนไปแล้ว เมล็ดกาแฟคั่วนั้น ผมบรรจุในขนาด 250 กรัม ถุงฟอยด์โคดหนาอย่างดี มีวันเวย์วาล์วที่มาจากอิตาลี ผมนำมาทดสอบชิมเอสเพรซโซ่ช็อต พบว่า กาแฟนั้นกลับมีรสชาติที่ดี ใช้ได้ดี กลิ่นของกาแฟนั้นอยู่ในระดับกลางๆ ครีม่าของกาแฟนั้นยังคงอยู่ระดับหนึ่งตามอายุของมัน ที่สำคัญ คือ มันเก่าแต่ทะลึ่งอร่อยครับ

นี่คือสิ่งที่ร้านกาแฟต้องนำมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน คือ รูปแบบการบรรจุเมล็ดกาแฟคั่ว และอายุหลังจากการคั่วครับ เราต่างทราบกันดีว่าเมล็ดกาแฟคั่วนั้น จะรสชาติดีที่สุดหลังจากการคั่ว 7-14 วัน แต่ไม่เคยทราบเลยว่า 7-14 วันนัั้น หมายถึงการเก็บเมล็ดกาแฟคั่วในรูปแบบใด และโรงคั่วกาแฟนั้นคั่วมาในรูปแบบใด มีน้ำม้ันหรือไม่มีน้ำมัน คายแก๊สก่อนจะบรรจุหรือ บรรจุโดยไม่คายแก๊สส

โดยปกติแล้ว โรงคั่วเมล็ดกาแฟทุกที่ละครับ ม้ักจะคั่วกาแฟเสร็จแล้ว นำมาแพ็คบรรจุทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการทำงาน บางโรงคั่วก็ติดวันผลิตไปด้วย บางโรงคั่วก็ติดวันที่รสชาติดีที่สุดหลังจากผลิต บางโรงคั่วก็ติดวันหมดอายุ โดยอาศัยจากวันที่แพ็คบรรจุ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมคิดว่าในบทบาทร้านกาแฟอย่างเราๆท่านๆ สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาอย่างมาก คือ รูปแบบการบรรจุเมล็ดกาแฟคั่ว หรืออายุหลังจากการคั่วกาแฟ รวมถึงการวางแผนปริมาณการใช้เมล็ดกาแฟในแต่ละเดือน

ถึงมีคนบอกไว้ไงครับว่า สั่งเมล็ดกาแฟน้อยๆ แต่สัั่งให้บ่อยๆครับ วางแผนดีๆ โรงคั่วเขาเคลียร์เมล็ดกาแฟคั่วใหม่ออกได้ ร้านกาแฟได้ของใหม่เสมอ คนกินก็มีความสุขครับ

สรุป

อาจจะดูรายละเอียดเยอะไปนิด ผมสรุปให้สั้นๆครับว่า วิธีการเก็บเมล็ดกาแฟคั่วให้ดีที่สุดนั้น คือ เก็บไม่ให้โดนอากาศ ไม่ให้โดนแสง และไม่ให้โดนความชื้น พยายามหากล่องสุญญากาศเพื่อเก็บเมล็ดกาแฟคั่ว และการเก็บในที่นี้ไม่ต้องตัดถุงฟอยด์นะครับ ให้เก็บม้นทั้งถุงฟอยด์ไปเลย เท่านี้เมล็ดกาแฟคั่วก็จะมีอายุที่ยาวนานเพิ่งขีึ้นครับ


2 Responses to “วิธีเก็บเมล็ดกาแฟให้คงคุณภาพสูงสุด”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج