ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

เรียนชงกาแฟที่ไหนดีที่เรียนแล้วไม่เสียตังค์เปล่า

เรียนชงกาแฟ

เมื่อไม่กี่วันมานี้มีหญิงสาวผู้หนึ่งโทรศัพท์มาถามผมว่า ที่คอฟฟี่อินดี้ดอทคอม มีคอร์สสองชงกาแฟหรือเปล่าคะ? ค่าเรียนเท่าไหร่? เรียนกี่วัน? เรียนได้กี่คน? และมีเนื้อหาอะไรบ้าง? ผมต้องอธิบายหล่อนว่า ผมจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่ว ไม่ได้มีบริการเปิดสอนชงกาแฟ พร้อมกับแนะนำที่เรียนชงกาแฟไป 2-3 ที่ (ตอนนี้เปิดสอนแล้วครับ ดูรายะเลีอยดได้ที่ เรียนชงกาแฟคอฟฟี่อินดี้ครับ)

ใจจริงผมนั้นอยากเปิดสอนชงกาแฟแทบใจขาดครับ บอกตรงๆว่าไม่มีความพร้อมในด้านนี้จริงๆ การเปิดสอนชงกาแฟมันไม่ใช่เอาสูตรกาแฟมาบอกกล่าว หรือเล่าประวัติความเป็นมาของกาแฟเท่านั้น แต่ต้องมีความรู้ในหลายมิติ ตั้งแต่กระบวนการปลูกกาแฟไปจนถึงวิธีการชงกาแฟ สูตรกาแฟ คือ ต้องรู้พอสมควร

ที่สำคัญที่สุด คือ ผมยังไม่มีเงินทุนหาพื้นที่ในการเปิดสอนชงกาแฟครับ เครื่องไม้เครื่องมือยังพอบ้าง ความรู้ก็พอมีอยู่ แต่ไอ้สถานที่สอนชงนี่ เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ที่ผมยังหาเงินมาลงทุนไม่ได้ คอร์สสอนชงกาแฟของคอฟฟี่อินดี้จึงยังไม่เกิด และคาดว่าอีกนานกว่าจะได้ทำ

Entry นี้ จึงแนะนำเทคนิคในการหาสถานที่เรียนชงกาแฟสด เท่าที่ผมคุยกับร้านกาแฟสดหลายร้านพบว่า เรียนชงกาแฟมาจากเจ้าไหนก็จะใ้ช้วิธีการของเจ้านั้นน่ะแหละ อาจจะมีปรับสูตรนิดหน่อยบ้างแต่ก็ยังใกล้เคียงกับของเดิมอยู่

ฉะนั้นแล้ว ถ้าเลือกสถานที่เรียนชงกาแฟไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้น คุณก็เก็บเกี่ยวความรู้มาไม่ถูกต้องผลก็คือ เปิดร้านกาแฟที่มาตรฐานไม่ดีพอ เสียเงินเรียนชงกาแฟเปล่าๆ ไม่ค่อยได้อะไรกลับมา  Entry นี้ขอแนะนำเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการเลือกสถานที่เรียนชงกาแฟครับ

จำนวนผู้เรียนกับผู้สอนสอดคล้องกัน

เรียนชงกาแฟในคอร์สสอนชงกาแฟของแต่ละสถานที่นั้นจะมีจำนวนผู้เข้าอบรมแตกต่างกัน ผมแนะนำให้เลือกสถานที่สอนชงกาแฟที่มีจำนวนคนเข้าเรียนไม่เกิน 4 คนต่อคลาสหรือผู้สอน 2 คนมายืนกำกับ ยิ่งจำนวนคนยิ่งน้อยยิ่งมีโอกาสสัมผัสกับอุปกรณ์มาก และก็มีเวลาพูดคุยกับคนสอนได้มากกว่า ลองนึกถึงตอนเด็กเวลาไปเรียนติวเตอร์น่ะครับ ยิ่งจำนวนคนน้อยยิ่งทำให้มีสมาธิ สงสัยอะไรก็ถามคนสอนได้เลย ไม่ต้องมาเขียนใส่แผ่นกระดาษยื่นให้

สมัยที่ผมเรียนชงกาแฟมีคนเข้าเรียนประมาณ 8-10 คน อยากจะบอกว่าแค่ 8-10 แต่ทุกคนก็มีคำถามอยู่ในใจและก็แ่ย่งก็ยิงคำถามใส่คนสอนเป็นชุดๆ จนบางคนก็ไม่มีโอกาสจะได้ถามหรือเวลาไม่เพียงพอให้ถาม และหากจำนวนคนเรียนเยอะก็มีโอกาสลองชงกาแฟน้อยลงอีก

ลองนึกดูว่าถ้าคอร์สสอนชงกาแฟเปิดรับสอนแค่ 1-2 คนต่อผู้สอน 1 คน ก็หมายความว่า คนเรียนทั้ง 2 คนนั้น จะีมีโอกาสสัมผัสกับเครื่องชงกาแฟเต็มๆ ได้ลองชงกาแฟจริงๆและชงบ่อยด้วย แต่ถ้าคนเรียนเยอะ ก็กลายเป็นว่าต้องมีบางคนที่ได้แต่มองดูคนอื่นทำเฉยๆ ไม่ได้จับหรือสัมผัสในวิธีการชงจริงๆ หรืออาจจะได้ทำแต่ก็น้อยอยู่ดีครับ

ฉะนั้น เลือกคอร์สสอนชงกาแฟที่มีจำนวนคนเรียนน้อยเ้ข้าไว้ ยิ่งน้อยยิ่งดีครับ ในทางกลับกันการเรียนที่มีจำนวนคนเข้าเรียนมากมีดีที่กว่า จะมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กันมากขึ้น ได้รู้จักคนเยอะขึ้น และบางคำถามที่เรานึกไม่ถึง อาจจะมีคนอื่นถามแทนก็ได้

โดยหลักแล้ว ควรเรียนกับสถานที่ที่มีจำนวนผู้เรียน ไม่เกินผู้สอน อัตรา 1 ต่อ 2 คนครับ อย่างไรก็ตาม ควรจะดูเครื่องไม้เครื่องมือประกอบด้วยครับ

เรียนกับคนที่เปิดร้านกาแฟอยู่แล้ว

เรียนชงกาแฟสดเทคนิคหนึ่งในการเลือกสถานที่เรียนชงกาแฟ ก็คือคุณต้องสอบถามว่าไอ้ที่เรียนชงกาแฟเนี่ย ผู้สอนเป็นใครและมีประวัติอย่างไรบ้าง ผมแนะนำให้เรียนกับคนที่เคยเปิดร้านกาแฟหรือทำร้านกาแฟมาก่อน พวกเขามีประสบการณ์ จะทราบว่าตลาดคนดื่มกาแฟเป็นอย่างไร และจะแนะนำสูตรหรืออุปกรณ์ชงกาแฟที่เหมาะสมกับตลาดได้ดี

ผมเคยคุยกับคนที่เคยเปิดร้านกาแฟ ก่อนจะผันตัวเองมารับสอนชงกาแฟด้วย เขาจะมีคำแนะนำบางอย่างที่เพิ่มเติมมากกว่าที่เราถามหรือตัวแปรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคำถาม เช่น ถ้ากาแฟจืดจะทำอย่างไร หากคนสอนที่ไม่เคยเปิดร้านกาแฟมาก่อน จะตอบว่าให้ดูเมล็ดกาแฟที่ใช้ว่าใช้คั่วอะไร แล้วเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วเข้มขึ้น

แต่ถ้าไปถามคนที่เคยเปิดร้านกาแฟมาก่อน เขาจะบอกว่าให้ดูเรื่องเมล็ดกาแฟที่ใช้ ถ้าใช้คั่วอ่อนให้บดเมล็ดกาแฟละเอียดขึ้น หรือใส่ผงกาแฟให้มากขึ้น ชงให้ติดไหม้เล็กน้อย และให้สังเกตุน้ำแข็งด้วยว่าตกผลึกแน่นดีหรือไม่

จะเห็นได้ว่า คำตอบที่ได้นั้นมันก็ถูกต้องทั้ง 2 คำตอบล่ะครับ แต่คนที่เคยเปิดร้านกาแฟมาก่อนจะมีลูกเล่นหรือทางเลือกในการแก้ปัญหามากกว่า จากประสบการณ์ที่เรียนชงกาแฟ การเลือกเรียนกับคนที่เคยเปิดร้านกาแฟนั้นจะประโยชน์ีที่ตรงตามความต้องการของเรามากกว่าเรียนกับคนที่ไม่เคยเปิดร้านกาแฟ

เช่นเดียวกัน หากลองถามเรื่องต้นทุนกาแฟหรือวิธีจ้างพนักงาน คนที่เคยเปิดร้านกาแฟมาก่อนจะตอบได้ชัดเจนเลยว่า ต้นทุนกาแฟแต่ละแก้วเป็นเท่าไหร่ ต้นทุนตัวใดสำคัญ วิธีจะควบคุมพนักงานนั้นทำอย่างไรได้บ้าง แต่ถ้าคุณถามคำถามเดียวกันกับคนที่ไม่เคยเปิดร้านกาแฟ ก็อาจจะได้คำตอบกำกวม ไม่ชัดเจน และไม่แน่ใจว่าจะนำไปใช้ได้จริง

การเรียนกับผู้ประกอบการร้านกาแฟตัวจริง จะเป็นการเรียนรู้ไม่ใช่แค่การทำกาแฟหรือเครื่องดื่มเท่านั้น แต่จะได้เห็นมุมมองและวิธีการแก้ปัญหา การดำเนินธุรกิจของเจ้าของร้านด้วย

มีเครื่องให้ลองหลายระดับ

ตอนผมไปเรียนชงกาแฟ ผมเรียนกับเครื่องชงกาแฟราคาแสนกว่าบาท สูตรกาแฟที่ชิมตอนเรียนนั้นก็ใช้หัวเชื้อที่กลั่นจากเครื่องแสนกว่าบาทตัวนั้นล่ะครับ ซึ่งข้อเท็จจริงแ้ล้ว คงมีคนจำนวนน้อยที่สามารถซื้อเครื่องชงราคาเป็นแสนได้ สูตรกาแฟทั้งหมดก็มีส่วนผสมหลักจากเครื่องชงดีๆทั้งนั้น กลายเป็นว่าเมื่อเราได้ลงทุนซื้อเครื่องชงไปจริงๆแล้วพบว่า กาแฟไม่่อร่อยเท่าที่เีรียนมา ส่วนหนึ่งก็เพราะเครื่องชงกาแฟที่ต่างกันครับ

ผมแนะนำให้สอบถามทางคนสอนว่า ใช้เครื่องชงยี่ห้อใด รุ่นใดในการสอน และเครื่องชงตัวนั้นราคาเท่าไหร่ ก็เพื่อประเมินดูตั้งแต่ต้นว่า เครื่องชงที่ใช้สอนนั้น อยู่ในระดับราคาที่จ่ายได้หรือเปล่า ก็เพื่อให้ได้สูตรกาแฟที่เหมาะสมกับเครื่องชงกาแฟและเมล็ดกาแฟครับ

เครื่องชงกาแฟสดลองคิดว่าถ้ามีเงินลงทุนซื้อเครื่องชงประมาณ 50,000 บาท แต่ตอนไปเรียน เรียนกับเครื่องชงราคาเป็นแสน สูตรกาแฟที่เรียนมาจากโรงเรียนแล้วรู้สึกว่ามันอร่อยแล้ว แต่พอซื้อเครื่องชงเป็นของตัวเองเท่าที่งบมี แล้วทำสูตรตามที่เรียนมาเป๊ะๆ แต่จะให้รสชาติอร่อยได้เทียบเท่าคงเป็นเรื่องยากครับ

ฉะนั้น เลือกเรียนชงกาแฟกับสถานที่ที่มีเครื่องชงกาแฟหลายรุ่น ถ้าให้ดีต้องให้คนสอนเปรียบเทียบครับว่า กาแฟที่กลั่นออกมาจากเครื่องตัวหนึ่งซึ่งราคาไม่แพงนัก กับกาแฟที่กลั่นมาจากเครื่องชงแพงๆ มีความแตกต่างกันตรงไหนและสูตรกาแฟใดเหมาะสมกว่า

สูตรกาแฟที่คุณได้มาจะเหมาสมกับชุดเครื่องชงเครื่องบดแบบหนึ่ง แต่เมื่อนำสูตรกาแฟมาใช้กับชุดเครื่องชงบดอีกชุด รสชาติที่ได้จะไม่เหมือนกันครับ ให้เปรียบเทียบง่ายๆก็คือ ชุดเครื่องชงบดแบบหนึ่งจะเหมาะกับสูตรกาแฟแบบหนึ่ง ถ้าใช้ชุดเครื่องชงบดอีกแบบ มันก็จะเหมาะกับสูตรกาแฟอีกแบบเช่นกัน

มีแฟรนไชส์ชื่อดังรายหนึ่งที่มีจำนวนสาขาเยอะมากๆ ส่วนใหญ่เราจะเข้าใจกันดีกว่าแฟรนไชส์แต่ละเ้จ้าจะรักษามาตรฐานรสชาติของกาแฟได้ บางสาขาจืด บางสาขาอร่อย บางสาขาหวานเกินไป แต่มันจะมีแฟรนไชส์อยู่รายหนึ่งครับ ที่รักษามาตรฐานรสชาติกาแฟแต่ละแก้วที่ขายออกไปได้ เรียกกว่ากิินที่หนึ่ง รสชาติใกล้เคียงกับอีกที่มากๆ แฟรนไชส์นั้นมีวิธีรักษามาตรฐานก็คือ ให้ใช้เครื่องชงกับเครื่องบด แบบเดียวกันในทุกสาขา ทำให้รสชาติกาแฟแต่ละสาขาไม่หนีกัน

ขอไปเรียนกับร้านกาแฟที่ชื่นชอบ

ร้านกาแฟที่ชอบวิธีนี้ผมมองว่าชัดเจนและลงตัวที่สุดแล้ว ข้อเสียอย่างหนึ่งของการไปเรียนชงกาแฟก็คือ พอไปเรียนแล้วก็มีแนวโน้มจะซื้อของจากที่นั้นแหละ บางที่เรียนกันแค่แป๊ปเดียว ได้จับก้านอัดแ่ค่ไม่กี่ครั้ง ความรู้ก็มีให้นิดหน่อย เสร็จแล้วก็อภิปรายถึงความยิ่งใหญ่ของโรงงานเมล็ดกาแฟ เมล็ดกาแฟปลูกจากที่ไหน มีขั้นตอนแปรรูปอย่างไร ประสบการณ์การคั่วหลายร้อยปี เครื่องชงกาแฟได้มาตรฐานอิตาลี กลายเป็นว่าเสียเงินไปเรียนหรือไปฟังคำโฆษณากันแน่

จะเป็นการดีถ้าคนที่กำลังเปิดร้านกาแฟมีความประทับใจในรสชาติกาแฟของร้านใดร้านหนึ่ง และเสนอตัวขอไปเรียนกับร้านกาแฟนั้นๆ เพราะคุณมั่นใจได้เลยว่า คนเปิดร้านกาแฟมีประสบการณ์จริงๆ มาสอนชงกาแฟให้คุณ บอกส่วนผสมหรือสูตรกาแฟของแต่ละแก้วให้ ซึ่งรสชาติมันถูกใจอยู่แล้ว เครื่องชงเครื่องบด ก็สามารถเลือกสเป๊กเดียวกับร้านกาแฟนั้นเลย

นอกจากนั้น คุณยังสอบถามแหล่งซื้อวัตถุดิบดีๆราคาถูก เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาไปเสาะหาเองด้วย ส่วนใหญ่แล้วร้านกาแฟหลายๆร้านมักจะไม่รับสอนชงกาแฟให้ เ้ข้าใจว่าไม่ค่อยอยากจะยุ่งเรื่องนี้เท่าไหร่ หรือไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความรู้แน่นพอ อย่างไรก็ตาม ต้องแน่ใจนะครับว่า ไม่ไปเปิดร้านกาแฟใกล้ๆร้านเขา ไปเป็นคู่แข่งเขา เดี๋ยวจะยิงกันตายเสียก่อน

ไปสมัครงานร้านกาแฟซะเลย ชะลาล่า!

ทางลัดที่รวดเร็วที่สุด คือไปสมัครงานกับร้านกาแฟชื่อดังและประสบความสำเร็จ นอกจากจะเรียนรู้เรื่องกาแฟเกือบทั้งหมดแล้ว ยังได้เงินเป็นทุนไปเปิดร้านกาแฟอีกด้วย ที่สำคัญ คุณจะได้ประสบการณ์การทำร้านกาแฟซึ่งจะเป็นการตั้งคำถามต่อตัวเองว่า เราเหมาะสมกับร้านกาแฟหรือเปล่า จะยืนชงกาแฟไป 6-7 ชั่วโมงต่อเนื่องได้จริงๆหรือเปล่า และถ้าต้องสละเวลา่ส่วนใหญ่ของวันๆหนึ่งเพื่อทำร้านกาแฟนั้น จะทำได้จริงๆหรือเปล่า นั้นก็เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของตัวเองกับการทำร้านกาแฟครับ

theonlystarbucksilike.jpgเวลาไปเลือกสมัครร้านกาแฟที่ไหน ดูก่อนด้วยนะครับว่า เนื้อหาของงานให้ทำอะไร? มีโอกาสชงกาแฟหรือเปล่า? มีโอกาสได้ใช้เครื่องปั่นหรือเปล่า? เพราะร้านกาแฟบางที่รับสมัครงานก็จริง แต่ให้เป็นเด็กเสริฟ์อย่างเดียวก็มีนะครับ ฉะนั้น ต้องถามให้แน่ใจก่อนว่า เราจะมีโอกาสยืนหน้าบาร์หรือไม่ ถ้าไม่มีโอกาสตั้งแต่ต้น ผมว่าไปเรียนชงกาแฟดีกว่าครับ

ส่วนตัวผมเองแล้ว ไม่แนะนำให้สมัครงานกับร้านกาแฟแบรนด์ดังๆ อย่างสตาร์บัคส์ เมสโซ่ หรือทรูคอฟฟี่ อะไรเทือกนี้นะครับ ผมแนะนำให้ไปสมัครกับร้านกาแฟอินดี้ทั่วๆไปที่มีชื่อเสียงหน่อย ที่พอมองเห็นว่ามีลูกค้าเข้าร้านเยอะ และเจ้าของร้านมาดูแลเอง ก็เพราะร้านกาแฟใหญ่ๆจำนวนมาก ไม่ค่อยได้ทำอะไรที่เป็นส่วนสำคัญจริงๆหรอกครับ ถ้าคุณไปสมัครงานร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เวลาชงกาแฟคุณแค่กดปุ่มๆเดียวนะครับ เอสเพรสโซ่ก็ไหลออกมาแล้ว

แต่ถ้าเป็นร้านกาแฟอินดี้ อาจจะมีโอกาสจับหรือสัมผัสกับเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ที่สำคัญอาจจะเห็นงบบัญชี (ถ้าเขาไว้ใจนะ) ก็จะมองเห็นต้นทุนกำไรของการทำร้านกาแฟได้ชัดเจนขึ้น เืพื่อประเมินต้นทุนกำไรของร้านกาแฟตัวเองเช่นกัน จากนั้นจะได้ประสบการณ์สัมผัสกับลูกค้าที่มาซื้อกาแฟโดยตรง จะไ้ด้เรียนรู้ถึงพฤติกรรมการของคนที่กินกาแฟด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ร้านกาแฟอินดี้ดังๆจำนวนมากไม่ค่อยจ้างคนอืี่่นมาขายหรอกครับ ลงมือขายกาแฟกันเองมากกว่า เพราะไม่มั่นใจคนที่มาดูแลแทนว่าจะทำได้ดีหรือเปล่า อีกอย่าง ร้านกาแฟอินดี้เกือบทั้งหมดจะมองออกครับว่า ไอ้ที่มาสมัครทำงานนั้น มาเพื่อเอาเงินจากการทำงานหรือมาทำงานเพื่อเอาประสบการณ์ไปเปิดร้านเอง

เรียนกับบาริสต้า

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือการเรียนกับกลุ่มคนที่มีอาชีพเป็นบาริสต้าโดยตรง แต่เท่าที่ผมสัมผัสมาจะพบว่า บาริสต้าจะให้ความสำคัญเรื่องรสชาติกาแฟมากๆ ชนิดที่ชงกาแฟชิม และคุยเป็นภาษากาแฟกันทีเดียว เช่น กาแฟตัวนี้ฮาสเตอร์เทสดีมาก บอดี้หนักแน่ มีกลิ่นบิตเตอร์สวีต ลฯล ซึ่งผมมองว่ามันจะเหมาะสมกับคนที่เปิดร้านกาแฟได้สักพักและกำลังหาความรู้เพิ่มเติม หรือคนที่มีเป้าหมายว่าจะเป็นบาริสต้ามากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่เลือกเรียนด้วยนะครับ

สอนลาเต้อาร์ทด้วยหรือไม่

ลาเต้อารท์สบางสถานที่จะบรรจุเนื้อหาการเทลาเต้อาร์ทเข้าไปด้วย แบบเข้มข้นชนิดที่เทไม่ได้ไม่ให้กลับบ้าน ผมมองว่าการเทลาเต้อาร์ทเป็นสิ่งที่ีดี เป็นการฝึกทักษะเบื้องต้นของการเป็นบาริสต้า แต่ผมแนะนำว่าการเทลาเต้อาร์ทนั้นไว้ฝึกหลังจากเปิดร้านกาแฟไปแล้ว หรือลงเรียนเฉพาะจะดีกว่าครับ เพราะทุกคนที่มาเรียน อย่าว่าแต่ชงกาแฟให้เพอร์เฟ็ตช็อตหรอกครับ ส่วนใหญ่จับก้านอัดเข้าหัวกรุ๊ปยังไม่ได้ด้วยซ้ำ แ้ล้วจะฝึกเทลาเต้อาร์ทไปทำไมกัน

จริงอยู่ที่การเทลาเต้อาร์ทนั้นเป็นสิ่งที่มีเสน่ส์ คนที่ไม่เคยเห็นศิลปะบนแก้วกาแฟล้วนแต่ทึ่งความสวยงามของแก้วนั้น จนลืมไปเลยว่ามาเรียนชงกาแฟ ควรจะฝึกกลั่นเอสเพรสโซ่ให้บ่อยที่สุด และเรียนรู้เรื่องส่วนผสมอื่นๆในกาแฟให้มากที่สุด ตอนผมเรียนชงกาแฟนั้น บรรยากาศห้องเรียนช่วงหนึ่งหนักไปทางกาแฟร้อนมากๆ ตั้งแต่เอสเพรสโซ่ร้อน ลาเต้ร้อน คาปูชิโน่ร้อน มอคค่าร้อน โกโก้ร้อน เพราะหน้าตาเครื่องดื่มสวยจนลืมนึกไปว่า บ้านเรากินแต่กาแฟเย็นกันนี่หว่า

สรุป

ถ้ามีทุนทรัพย์และเวลาเพียงพอ ผมแนะนำให้ลงเรียนหลายๆที่ไปเลยครับ สถานที่เรียนชงกาแฟแต่ละที่จะมีมุมมองต่อการประกอบร้านกาแฟไม่เหมือนกัน บางที่จะมุ่งเน้นความรู้สากลและใส่ใจกับผู้เรียน บางที่ก็มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ บางที่ก็มุ่งเน้นให้อยู่รอดในธุรกิจกาแฟ  หากลงคอร์สเรียนหลายๆที่จะได้มุมมองหลายแบบ และจะมีทางเลือกมากขึ้นในการเปิดร้านกาแฟ


13 Responses to “เรียนชงกาแฟที่ไหนดีที่เรียนแล้วไม่เสียตังค์เปล่า”

  • ชมสัตนันท์ says:

    ผมสนใจเรื่องการเปิดร้านกาแฟสดแต่ยังไม่ได้เรียนเลยอาศัยอ่านตามwebsiteต่างๆไปก่อนและได้ความรู้จากผู้เขียนบทความนี้มากทีเดียว ต้องขอบคูณมากๆครับ ชมสัตนันท์

  • คุณแม่ลูกหนึ่ง says:

    ได้ความรู้มากทีเดียวค่ะขอบคุณมากๆค่ะ

  • นิรนาม says:

    ขอบคุณมากๆค่ะได้ความรู้สาระดีๆค่ะ กำลังจะเปิดร้านอินดี้เล็กๆแต่ยังไม่มีความรู้เลยค่ะ

  • แอ๊ะ says:

    เขียนได้ดีมากค่ะ. ชอบๆ. ถ้ามีโอกาสจะไปเรียนกับร้านกาแฟนี้. ประมาณว่าชอบการแฟแน่นๆ วิปปิ้งครีมเยอะๆค่ะ

  • แนน says:

    ขอบคุณนะค่ะสำหรับความรู้มากมายที่มอบให้ก่อนไปเรียนและเปิดร้าน ได้ความรู้ในอีกมุมมองเยอะเลยค่ะ^^

  • โอ๋ says:

    มาเว็บนี้ที่ไรประทับใจทุกครั้งจริงๆคะ

  • Ouan says:

    มีความีรู้ขึ้นมากมายค่ะ

  • มลฤดี says:

    อยากคุยกะคนเขียน

  • ประภัสสร says:

    ขอบคุณค่ะ ได้ประโยชน์ครบถ้วนค่ะ

  • เนย says:

    ขอบคุณมากค่ะ ได้ประโยชน์มากเลยค่ะ

  • บาริสต้า says:

    เรื่องที่เรียนชงที่สตารผ์บัคไม่เห็นด้วยนะคะ เราเคยทำพาสไทม์ ซุปสอนดีมากๆ แต่แนะนำให้สมัครสาขาที่ยัฃใช้ลามาโซโค่ ค่ะ เพราะจะได้ความรู้เรื่อง perfect shot ,การ tamp, กาแฟ การบดกาแฟ อุณหภูมิขำองน้ำ วิธีการทำฟองนม วิผธีทำวิปครีม วิธีการชิมกาแฟที่ถูกต้อง การปั่นที่ถูกต้อง แต่ก้แล้วแต่ดวงนะผคะ ว่าจะเจอพี่เลี้ยงแบบไหน เราเคยโดนวนสาขาช่วงเซ็นทรัลเวิรผ์ดโดนเผา บางสาขาเรียกตัวเราไปขัดห้องน้ำืกับผตักบ่อไขมันโดยเฉพาะเลย เมเนเจอร์ใจดี ให้ความรู้ สอนงาน แนะนำสาขาที่พารากอน ชั้นำ3 ได้วนไปเพราะเค้าขาดคน ยังไงก็ลองดูค่ะ แล้วแต่ดวงจิงๆ เราได้ลองใช้ทั้งเครื่องเก่า และเครื่องใหม่แบบจิ้มๆ ขอบอกเลย ลามาฟโซโค่ตัวเก่า อร่อยกว่า หอมกว่า เข้นข้นกว่าเยอะค่ะ แต่บอกเลยค่ะว่าผโชคดีที่ได้วนสาขา เพราะพนักงานแผต่ละผคนแต่ละสาขา เทคนิคต่างกัน เก็บเล็กผสมน้อยได้มาเยอะผค่ะ คุ้มกับการขัดห้องน้ำ ขัดผนัง ตักบ่อไขมันมแถมได้ตังค์ ได้กินกาแฟ ขนมฟรีทุกวันที่ไปทำงาน

  • ฟ้า says:

    สะบายดี ข้อยเป็นคนลาวเด้อ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนที่สอนชงกาแฟ เพื่อมาเปีดร้าน เจ้าให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์หลายๆๆๆๆ ข้อยจะพยายามปรับใช้ทุกข้อแนะนำที่เจ้าเว้ามา ขอบใจหลายๆๆ (ขอบคุณมากๆ)

  • ฟ้า says:

    เพิ่มเติม ถ้าจะไปแอบสมัครงานที่ร้านแบบเจ้าว่า เขาจะรับแรงงานต่างด้าวไหม อิอิ

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج