ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ EM18
  milest6
 
      
โปร Hot

โปรชุดเปิดร้านกาแฟ

ชุดโปรโมชั่น B1

โปร โดซานต้า 3 ปุ่ม

ชุดบัตเตอร์ฟลายและเดลิซิโอ้


มีหุ้นส่วนเปิดร้านกาแฟร่วมจะดีไหม

หุ้นส่วนร้านกาแฟ

ใน entry ที่แล้ว พูดถึงวิธีการคัดเลือกหุ้นส่วนเพื่อทำร้านกาแฟ ซึ่งก่อนจะเลือกหุ้นส่วนนั้น ต้องพิจารณา 2 ปัจจัยสำคัญ คือ เป้าหมายในชีวิตคล้ายกันหรือไม่ และทักษะความชำนาญของหุ้นส่วนนั้น แตกต่างจากเราหรือไม่จริงๆแล้วการทำธุรกิจบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วนเสมอไปนะครับ ร้านกาแฟที่ผมสังเกตเห็นส่วนใหญ่ มักจะมีเจ้าของคนเดียว บริหารร้านคนเดียว โดยเฉพาะร้านกาแฟขนาดเล็กถึงขนาดกลาง หรือถ้าจะมีหุ้นส่วนก็มักจะเป็นหุ้นส่วนชีวิตกันไปแล้ว แต่งงานแล้วมาเปิดร้านกาแฟกัน เป็นแฟนกันอยู่แล้วก็มาช่วยกันทำร้านกาแฟ ฯลฯ หุ้นส่วนร้านกาแฟที่เป็นหุ้นส่วนชีวิตไม่ค่อยมีปัญหา เพราะใช้กระเป๋าเงินใบเดียวกัน

สำหรับร้านกาแฟที่มีขนาดกลางจนถึงระดับพรีเมี่ยม บางร้านที่จำเป็นต้องใช้งบลงทุนสูงหน่อยอาจจะหาหุ้นส่วนมาช่วยแชร์ลงเงินลงทุน บางคนก็อาศัยเงินทุน หลักทรัพย์ตัวเองที่มีอยู่ไปกู้แบงค์เพื่อเอาเงินสดออกมา ตามแต่ใครมีกำลังทรัพย์มากน้อยเท่าไหร่

หลายครั้งที่ผมเห็นปัญหาเกิดขึ้นระหว่างหุ้นส่วนด้วยกัน ไม่เฉพาะแต่ธุรกิจกาแฟนะครับ ธุรกิจอื่นๆก็เป็น คือ มีคนที่ต้องทำงานมากกว่าคนอื่น ขณะที่อีกคนทำงานน้อยกว่า แต่เวลาแบ่งเงินต้องแบ่งเท่ากัน? หรือบางคนที่ทำงานตลอดจะเริ่มเรียกร้องบางอย่างที่เป็นค่าใช้จ่ายมากขึ้น เช่น ขอเงินเป็นค่าแรงบวกปันผลด้วย ขณะที่หุ้นส่วนคนที่ไม่ทำก็อยากให้มีกำไรเยอะๆ

แรงงานถือเป็นหน่วยลงทุน

พนักงานร้านกาแฟ

ยกโมก้าพอทซะเลย

เรื่องทำงานหรือไม่ทำ ผมได้แนวคิดหนึ่งจากรายการทีวีครับ เขาบอกว่า แรงงานก็ถือเป็นการลงทุนเหมือนกัน กล่าวคือ ถ้าจะร่วมลงทุนด้วย ต้องการปันผลกำไรด้วย แต่ไม่มีเงินทุนก็ให้ถือว่าเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของการเปิดร้านกาแฟด้วย ไม่ใช่ลูกจ้างกินเงินเดือน

ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟมีหุ้นส่วน 2 คน คนหนึ่งลงเงินในการเปิดร้านกาแฟทั้งหมด อีกคนหนึ่งไม่ลงเงินอะไรเลย ลงแรงงานอย่างเดียว แต่เมื่อปันผลแล้วจะต้องแบ่งเท่าๆกันตามที่ตกลงกันไว้ หรือ ร้านกาแฟมีหุ้นส่วน 3 คน คนหนึ่งมีพื้นที่ คนหนึ่งมีเครื่องดื่มอุปกรณ์ชงกาแฟ คนหนึ่งมีแรงงาน ก็ให้ปันผลกำไรเท่าๆกัน

การคิดแบบนี้จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่ว่า ลงทุนใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน แต่ปริมาณงานที่ทำไม่เท่ากัน ฉะนั้น เมื่อปันผลแล้วก็ควรจะไม่เท่ากันด้วย

เรื่องหุ้นส่วนการทำธุรกิจหรือการเปิดร้านกาแฟ เป็นปัญหามาตลอดครับ ผมเองก็เคยมีปัญหากับหุ้นส่วนแต่แง่การคิดที่แตกต่างกัน เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่เหมือนกัน ผมจะทำอีกอย่าง หุ้นส่วนจะทำอีกอย่าง สุดท้ายก็แยกกันทำซะเลย มาแข่งกันเองภายหลัง อย่างไรก็ตาม หากคิดจะมีหุ้นส่วนจริงๆ ขอให้แน่ใจก่อนว่า หุ้นส่วนที่มาช่วยกันทำร้านกาแฟนั้น มีศักยภาพ ทักษะหรือความชำนาญอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อร้านกาแฟจริงๆหรือไม่

ฉะนั้น การลงทุนไม่ได้หมายถึงเงินเสมอไปครับ อย่างไรก็ตาม หุ้นส่วนที่ลงทุนเป็นแรงงานนั้นควรจะมีทักษะบางอย่างที่สนับสนุนร้านกาแฟครับ

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการมีหุ้นส่วนร้านกาแฟ

ข้อดีของการมีหุ้นส่วน

- ตัดสินใจผิดน้อยลง การตัดสินใจที่สำคัญนั้นจะเกิดความผิดพลาดน้อยลง เนื่องจากมีหุ้นส่วนช่วยคิดและอาจจะมองเห็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น
- มีเวลาพักมากขึ้น เมื่อมีหุ้นส่วนแล้วก็จะมีเวลาพักมากขึ้น ไม่เหนื่อยจนเกินไป (แต่อย่าสบายซะละ)
- ได้ประสบการณ์ ความชำนาญและความสามารถเข้ามาช่วยร้านกาแฟมากขึ้น

ข้อเสียของการมีหุ้นส่วน

- กำไรขาดทุนทั้งหมด หาร 2 ตามสัดส่วนที่ลงทุนกันไว้
- อำนาจตัดสินใจไม่ชี้ขาด เมื่อต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างที่สำคัญจะต้องตัดสินใจร่วมกัน
- มีการตัดสินใจช้า หลายหัว หลายความเห็น ทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจ
- ได้ชื่อเสียงร่วมกัน หากร้านเกิดประสบความสำเร็จอาจจะแย่งกันอยากได้ร้านคนเดียวในภายหลัง


2 Responses to “มีหุ้นส่วนเปิดร้านกาแฟร่วมจะดีไหม”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج