ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ EM18
      
โปร Hot

โปรชุดเปิดร้านกาแฟ

ชุดโปรโมชั่น B1

ชุดเครื่องชงกาแฟ CM15

ชุดเครื่องชงกาแฟ CM15

ชุดเครื่องชงกาแฟ Em18
NEW

ชุดบัตเตอร์ฟลายและเดลิซิโอ้


เลือกเครื่องปั่นสมูทตี้รุ่นไหนดี @3

โปรแกรมเครื่องปั่นและฝาครอบ

ต่อจากวิธีการปั่นให้เครื่องดื่มเนียนนุ่มใน Entry ที่ 2 กันมาแล้ว หลายคนน่าจะเข้าใจเรื่องกำลังวัตต์ในการปั่นรวมถึงสูตรเครื่องดื่มในการปั่นแล้วนะครับ ใน Entry นี้ จะชี้แจงให้เห็นถึงเครื่องปั่น 2 รูปแบบ ระหว่างเครื่องปั่นสมูทตี้ที่ปั่นด้วยการปรับความแรงด้วยมือ กับเครื่องดื่มปั่นที่สามารถตั้งโปรแกรมการปั่นได้

เครื่องปั่นที่ปรับระดับด้วยมือหมุน

เครื่องปั่น JTC

เครื่องปั่น JTC TM767

เครื่องปั่นสมูทตี้ที่ปรับระดับความแรงด้วยมือหมุน จะมีการทำงานหลักๆ 3 จุดด้วยเช่น คือ สวิิทธ์เปิดปิดทำงาน แกนหมุนปรับความแรง และปุ่ม Pulse ที่ทำหน้าที่กระเด้งน้ำแข็ง (ผมเรียกว่ากระเด้งน้ำแข็ง) เครื่องปั่นรูปแบบนี้เป็นที่นิยมในร้านสมูทตี้ เช่น เครื่องปั่นยี่ห้อ JTC TM767

ข้อดีของเครื่องปั่นประเภทเปิดปิดและปรับความแรงด้วยมือหมุน มีข้อดีที่ว่าคนทำเครื่องดื่มปั่น สามารถเอาไม้ด้ามยาวๆที่ติดกับมาเครื่องปั่น ไปกวนๆเนื้อเครื่องดื่มระหว่างที่ปั่นได้ หรือสามารถเติมน้ำหรือลดน้ำระหว่างที่เครื่องปั่นกำลังทำงานอยู่ได้ โดยปกติแล้วเครื่องปั่นรุ่นที่ไม่มีฝาครอบปิดเสียง จะมีช่องรูใหญ่ๆสำหรับไม้กวนหรือสำหรับการเติมน้ำหรือน้ำแข็งเพิ่มในภายหลังได้ในระหว่างที่ปั่น

จากประสบการณ์ที่ใช้เครื่องปั่น ประเภทนี้พบว่า มีข้อดีอย่างมากตรงเราสามารถเพิ่มปริมาณของเหลวในระหว่างการปั่น โดยที่ไม่ต้องหยุดเครื่องได้เลย เวลาปรุงของเหลว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ของเหลวในปริมาณมาก อาจจะใส่ในปริมาณน้อยๆ เมื่อปั่นแล้วพบว่าหนืดเกินไป จึงเติมของเหลวตามลงไปทีละนิดได้ทันที เมื่อปั่นจนเครื่องดื่มได้ที่ต้องการก็หยุด ทำให้ประหยัดของเหลวและลดความเสี่ยงที่เครื่องดื่มปั่นจะจืด

ส่วนในแง่ของการปรับระดับความแรงในการปั่น โดยส่วนตัวแล้วเหมือนมันจะจำเป็นแต่ผมไม่เคยปรับเลยครับ เวลาปั่นเครื่องดื่มทีไรก็ปั่นด้วยความเร็วรอบที่ต่ำที่สุด ก็คือ ใช้กำลังวัตต์ในการปั่นน้อยที่สุด ก็ได้เครื่องดื่มเนียนๆนุ่มๆแล้ว ส่วนระดับความแรงที่มากขึ้นมีไว้รองรับผลไม้บางชนิดที่เป็นเนื้อแข็งและต้องทำปั่นให้ละเอียดจัดๆ ในกรณีที่ทำพวกกาแฟปั่น ชาปั่น หรือผลไม้แช่แข็ง ก็ไม่ต้องปั่นแรงมากครับ ปั่นแรงเกินไปบางครั้งของเหลวมันรวมกับน้ำแข็งไม่ทัน

ส่วนข้อเสียของเครื่องปั่นที่ปรับด้วยมือหมุน คือ จำเป็นต้องมีคนยืนคุมเครื่องตลอดระยะเวลาที่ใช้งาน กรณีที่ร้านกาแฟไม่ได้มีเมนูปั่นเยอะ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้ามีคนมาซื้อเครื่องดื่มปั่นติดกันสัก 3 แก้ว คงต้องใช้เวลาในการปั่น บางคนอาจจะเพิ่มโถปั่นอีกโถเพื่อลดระยะเวลาการทำเมนูปั่น แต่ยังไงก็ต้องมีคนคุมเครื่องปั่นอยู่ครับ

ระยะเวลาที่ยาวนานในการปั่นเครื่องดื่มเป็นข้อจำกัดของเครื่องปั่นแบบควบคุมครับ

เครื่องปั่นออโต้ กดปุ่มเดียวปั่นเองหยุดเอง

เครื่องปั่นอีกประเภท คือ เครื่องปั่นที่ตั้งโปรแกรมไว้หลายรูปแบบ เช่น ปั่นด้วยความเร็วต่ำ 30 วินาที ปั่นด้วยความเร็วปานกลาง 40 วินาที หรืออาจจะปั่นยาวไปเป็น 1 นาที หรืออาจจะมีเครื่องปั่นบางรุ่นที่กำหนดโปรแกรมไว้ว่า ปั่นด้วยความเร็วต่ำ 10 วินาที แล้วต่อด้วยความเร็วปานกลาง 30 วินาที และปั่นด้วยความเร็วสูงสุดอีก 5 วินาที รวมเป็น 25 วินาที

เครื่องปั่น blendtec

เครื่องปั่น blendtec ตั้งโปรแกรมปั่นได้

เครื่องปั่นออโต้ มีข้อดีอย่างมากคือ การทำงานปั่นที่เซฟเวลาในการทำเครื่องดื่ม ยิ่งในชั่วโมงที่เร่งรีบแล้ว เมนูปั่นจะเป็นเมนูที่ดึงเวลาการทำงานบนบาร์นานที่สุด เครื่องปั่นออโต้จะช่วยลดเวลาการจดๆจ้องๆเครื่องปั่นข้างหน้า และสนใจทำงานอย่างอื่นได้

บางรุ่นมีการซื้ออะไหล่โถปั่นเพิ่ม ทำให้ลดระยะเวลาการทำงานของเครื่องดื่ม เช่น ระหว่างปั่นโกโก้อยู่ ก็เตรียมทำชาเขียวปั่นต่อ โดยการเตรียมของเหลวลงโถปั่นอีกโถ เมื่อปั่นโกโก้เสร็จ ก็เสียบโถที่มีชาเขียวและปั่นต่ำได้เลย ถือว่าเป็นขอดีมากๆของการใช้เครื่องปั่นชนิดออโต้

แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกันนะครับ และเป็นข้อเสียที่ร้ายแรงเอาเรื่องด้วย เนื่องจากเครื่องปั่นออโต้ประเภทนี้ ต้องอาศัพแผงวงจรในการควบคุมโปรแกรมปั่น เวลามีปัญหาขึ้นมามันจะกดไม่ติดเลย หรือถ้าแผงวงจรช็อต บางครั้งอยู่ๆเครื่องก็ทำงานเองได้ โดยที่เราไม่ได้กดปุ่มซึ่งถือว่าอันตราย

ที่สำคัญไอ้แผงวงจรพวกนี้ ไม่ได้หาอะไหล่กันง่ายๆนะครับ คือ เวลามันพังแล้วมันจะพังไปเลย จะไม่เหมือนอุปกรณ์ Hardware พวกโถปั่น ไม้คน มอเตอร์ สวิทสต์เปิดปิด พวกแผงวงจรนี้จะหาอะไหล่ยากกว่า

ข้อเสียอีกประการของเครื่องปั่นออโต้ คือ ในช่วงระยะเวลาปั่นเครื่องดื่มนั้น ไม่สามารถเพิ่มหรือเติมของเหลวหรือน้ำแข็ง หรือสิ่งใดๆได้ในระหว่างการปั่น จำเป็นต้องใส่ทุกอย่างลงโถปั่นทีเดียว และกดปั่นไปจนกว่าเครื่องปั่นจะหยุด จึงจะสามารถเติมวัตถุดิบอื่นๆลงไปได้ จะมาเติมระหว่างการปั่นเลยไม่ได้

ลองนึกถึงเมนูมัชชะลาเตัปั่นนะครับ สมมุติว่าใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในโถปั่นแล้ว เริ่มทำการปั่นพอปั่นไปสัก 10 วินาทีพบว่า มันหนืดแห้งเกินไป ซึ่งแก้ไขโดยเติมของเหลวอย่างนมสดพาสเจอร์ไรส์หรือน้ำเปล่า ในกรณีที่เป็นเครื่องปั่นไม่ออโต้ ก็สามารถเติมของเหลวลงไปในระหว่างปั่นได้เลย ค่อยๆเติมทีละนิดๆ จึงเนื้อเครื่องดื่มเป็นเนื้อเดียวกัน โดยไม่ต้องปิดเครื่องปั่นด้วยซ้ำ

แต่กรณีที่เป็นเครื่องปั่นออโต้ จำเป็นต้องหยุดเครื่องปั่นเพื่อเปิดฝาโถ และเติมของเหลวลงไป พอปั่นแล้วไม่ได้อีกก็ต้องหยุดเครื่องปั่นอีกและเติมของเหลวลงไปอีก ซึ่งกรณีแบบนี้เกิดจากการส่วนสูตรเครื่องดื่มยังไม่แม่นพอ จึงต้องเพิ่มสัดส่วนลงในภายหลัง

ในถ้าปั่นเก่งๆ ทำสูตรเครื่องดื่มปั่นบ่อยๆ ก็มักจะปั่นทีเดียวจบครับ (แต่ต้องอาศัยประสบการณ์สักนิดครับ)

อีกในกรณีหนึ่ง ทำเมนูนมปั่นเยลลี่ โดยนำเยลลี่ฟรุตสลัดมาปั่นรวมกับนมสดพาสเจอร์ไรส์ ถ้าเอาฟรุตสลัดไปปั่นรวมกับนมสดตั้งแต่แรก มันก็จะปั่นเละ จึงใช้วิธีทำนมปั่นก่อน แล้วค่อยใส่เยลลี่ฟรุตสลัดตามลงไปปั่นทีหลัง

ในขั้นตอนนี้ จำเป็นต้องหยุดเครื่องปั่นก่อนเช่นกัน แต่หากใช้เครื่องปั่นที่ไม่ออโต้ก็ใส่ฟรุตสลัดลงไปได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องครับ จริงๆแล้วมันไม่ได้เสียเวลาอะไรมาก แต่ในช่วงที่เร่งด่วนจริงๆ มันจะช่วยได้มาก

เครื่องปั่นออโต้ที่มีฝาครอบเสียง

เครื่องปั่น blendtec ฝาครอบ

เครื่องปั่น blendtec มีฝาครอบเก็บเสียง

โดยปกติแล้ว เครื่องปั่นที่มีโปรแกรมปั่นออโต้ มักจะมีออฟชั่น คือ มีฝาครอบปิดเสียงมาให้ด้วย อาจจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ พูดถึงเรื่องเสียงเครื่องปั่นแล้ว ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เครื่องปั่นทุกรุ่น ทุกชนิดที่มีรอบปั่นจัดๆสูงๆ ยังไงเสียงมันก็ดังครับ จะปิดจะอะไรมันก็ต้องเล็ดลอดออกมา แค่ขึ้นอยู่กับว่าฝาครอบเสียงนั้น ปิดได้ดีแค่ไหน

ร้านกาแฟที่แตกต่างร้านชิคๆเก๋ๆสุดสวย บรรยากาศดีๆ เพลงเพราะๆ พอมาเจอเมนูปั่นเข้าไป เสียงเพลงโดยเครื่องปั่นกลบหมดเลยครับ พอจะคุยอะไรกันก็ไม่ได้ยินเสียงแล้ว บางร้านพอจะปั่นเครื่องดื่มทีถึงกับย่องไปปั่นหลังร้านเลย

ฝาครอบเสียงที่ติดมากับตัวเครื่อง จะมีข้อดีที่สะดวกเวลาทำงานและประหยัดพื้นที่ในการทำงาน เวลาใส่ก็ยกเปิด เวลาปั่นเสร็จก็ยกขึ้น ส่วนข้อเสียคือ เวลาทำความสะอาด มันต้องทำความสะอาดฝาครอบด้วย ซึ่งมันจะมีซอกในการทำความสะอาดยากเยอะ เวลาล้างจะเสียเวลาเพิ่มขึ้น

ส่วนเครื่องปั่นที่ไม่ออโต้ ก็จะมีกล่องเก็บเสียงเครื่องปั่นที่จำหน่ายกันเฉพาะ เป็นทรงสี่เหลี่ยมใสทำจากอะคิริค ซึ่งประสิทธิภาพของการเก็บเสียงจะขึ้นอยู่กับความหนาของอะคิริคว่าหนาเท่าไหร่ แต่หนายิ่งเงียบและยิ่งแพงครับ ที่สำคัญเวลาเช็คล้างลำบากมากๆ

เมื่อก่อนผมเคยใช้แบบอะคิริคปิดกล่องเก็บเสียงอยู่ ตอนหลังรำคาญเวลาเช็คล้างนี่ละครับ เนื่องจากมันใสหมด เวลาปั่นแล้วเลอะเทอะขึ้นมา มันต้องเช็คล้างทั้งกล่อง ตอนหลังก็เลิกใช้ไปเลย

โดยสรุปแล้ว เรื่องเครื่องปั่นออโต้หรือไม่ออโต้นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานและปริมาณการขายเครื่องดื่มปั่น ถ้าไม่ได้ปั่นขายเยอะจริงๆ ก็ใช้เครื่องปั่นธรรมดาก็ได้ครับทันอยู่ แต่ถ้าร้านกาแฟมียอดขายปั่นเยอะๆ หรือจะนำเมนูปั่นเป็นเครื่องดืมหลักของร้าน ประเภทร้านกาแฟปั่นแหลก เน้นปั่นเยอะๆขายเยอะๆ อาจจะต้องใช้ปั่นออโต้ครับ


One Response to “เลือกเครื่องปั่นสมูทตี้รุ่นไหนดี @3 โปรแกรมเครื่องปั่นและฝาครอบ”

  • Blenteclover พูดว่า:

    ตัวเครื่องปั่นBlendtecคุณภาพดีมากครับ แต่ในกรณีที่โถปั่นของฺBlendtecชำรุดจะซ่อมไม่ได้ ขอแนะนำโถปั่นชนิดเปลี่ยนใบมีดและฐานใบมีดได้เพราะจะช่วยประหยัดค่าโถใหม่ (โถของBlendtecเองต้องเปลี่ยนทั้งอัน) โถชนิดนี้ทำในอเมริกามีอะไหล่ทุกชิ้น สนใจติดต่อ 0822001881 ครับ

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج