จัดชุดโปรโมชั่นคอฟฟี่อินดี้

ุชุดเปิดร้านกาแฟราคาประหยัด
เครื่องปั่นสมูทตี้
เครื่องตีฟองนมราคาถูก
เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  

เลือกเครื่องชงกาแฟรุ่นไหนดี @7

งบประมาณซื้อเครื่องชงกาแฟ

rancilio-espresso-machine-2-group-s-popup

ในทุก Entry ที่ผ่านมาเป็นการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟจากหลายๆปัจจัย แต่ท้ายสุดแล้วการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ ขึ้นอยู่ในงบในกระเป๋าครับ และงบในการเปิดร้านกาแฟ เครื่องชงกาแฟเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ต่อจาก Entry 6 อัตราสิ้นเปลืองเครื่องชงกาแฟนะครับ

งบเปิดร้านกาแฟเท่าไหร่

มีหลายๆคนที่ตั้งคำถามว่า เปิดร้านกาแฟสดใช้งบประมาณเท่าไหร่? คำถามมันกว้างเกินไปที่จะตอบได้ เพราะต้นทุนของการเปิดร้านกาแฟแต่ละท่านไม่เท่ากันอยู่แล้ว บางคนเปิดร้านกาแฟต้องเริ่มต้นใหม่ทุกอย่าง ต้องลงทุนตกแต่งร้านขณะที่บางคนไม่ได้ใช้เงินในส่วนนี้เนื่องจากเปิดร้านอื่นๆอยู่แล้ว

บางคนมีพื้นที่จำกัดก็ไม่ได้ใช้เงินกับตกแต่งร้าน บางคนต้องมัดจำค่าเช่าสถานที่สามเดือนล่วงหน้า บางคนไปก็มีที่ให้ใช้ฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

เครื่องชงกาแฟ Lelit PL041QE ไม่มีบดในตัว

เครื่องชงกาแฟ Lelit PL041QE เครื่องชงกาแฟรุ่นเล็กที่ได้รับความนิยม อยู่ในงบประมาณ 30,000 บาท

ใน Entry ที่เกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟโดยตรง อยากให้มองจำกัดไว้แค่งบสำหรับซื้อเครื่องชงกาแฟ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆครับ เพราะราคาเครื่องชงกาแฟในแต่ละตัวแทนจำหน่ายมีราคาที่ต่างกันไม่มาก คือ ซื้อกับตัวแทนที่ไหนราคามันก็เท่าๆกันหมดครับ

ฉะนั้น งบประมาณในการซื้อเครื่องชงกาแฟ ควรจะอยู่ราวๆ 30% ของเงินทุนทั้งหมด ตัวอย่างเช่น มีงบเปิดร้านกาแฟ 100,000 บาท ซึ่งเบื้องต้นเลย ต้องมีเงินทุนเวียนในร้านกาแฟก่อน 20,000 บาท อีก 30,000 เป็นงบสำหรับการปรับแต่งพื้นที่ เช่น เดินท่อไฟ เดินท่อน้ำ และงบสุดท้ายที่เหลือ คือ 30,000 บาท สำหรับซื้อเครื่องชงกาแฟ (รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆด้วย)

ในกรณีที่มีงบซื้อ 30,000 บาท เท่านี้ตัวเลือกในการซื้อเครื่องชงกาแฟก็จะมีไม่กี่รุ่น แล้วก็คงมีเหลือรุ่นเล็กๆ ในงบเท่านี้ก็น่าจะได้ เครื่องชงกาแฟ Mokita Imat โมกิต้า หรือ Lelit PL41QE ที่มีค่าตัวราวๆ 18,000-25,000 บาท

ในกรณีที่ต้องการเครื่องบด ก็จำเป็นต้องใช้เงินอีกราวๆ 4,000 บาท เป็นอย่างต่ำ ถ้าที่ร้านจะขายปั่นด้วยก็เอาถูกๆสัก 800.- แค่นี้ อุปกรณ์ในการทำเครื่องดื่มก็อยู่ในงบ 30,000 บาทแล้วครับ มันก็ประหยัดแต่ต้องยอมรับสภาพการคุณภาพของการทำเครื่องดื่มด้วยนะครับ

โดนบิวท์อารมณ์ด้วยเหตุผล

แต่เท่าที่ผมเจอคือ พอเอาเข้าจริงๆเวลาบอกว่างบเปิดร้านกาแฟ 100,000 บาท  พอถึงเวลาไปดูเครื่องชงกาแฟแล้ว กลายเป็นว่าโดยบิวท์อารมณ์จากผู้ขายว่า ถ้าจะซื้อเครื่องรุ่นนี้ เพิ่มเงินอีกเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีกว่า ประมาณว่าซื้อทีเดียวจบเลยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง

เวลาโดนบิวท์อารมณ์ตอนซื้อเครื่องชงกาแฟผมเข้าใจเป็นอย่างดีครับ มันจะเป็นอารมณ์ของความคาดหวังของร้านกาแฟกับศักยภาพของเครื่องชงกาแฟ ช่วงนี้ผมซื้อเครื่องชงกาแฟตัวแรกของชีวิต ผมคิดเอาเองทั้งหมดว่ามันจะเป็นไปตามที่คิดไว้

เช่น ถ้าร้านกาแฟของผู้อ่านอยู่ในฟูดคอร์ทในห้างสรรพสินค้า ก็คงจะเข้าไปเช็คคร่าวๆแล้วว่า มีคนเข้าทานอาหารในฟูดคอร์ทกี่คน และกลุ่มคนเหล่านั้นก็คงซื้อกาแฟจากร้านเราด้วย สมมติว่าฟูดคอร์ทที่ว่านั้น มีจำนวนคนเข้าไปซื้ออาหารจำนวน 1,000 คน ผมคิดแบบหยาบๆว่า ถ้าคนเข้าไปซื้ออาหาร 1,000 คน แล้วอาจจะต้องการเครื่องดื่มกาแฟหรือน้ำจากร้านกาแฟ อย่างอย่างต่ำๆ คือ 30% ของจำนวนคนเข้า คือ 300 แก้วต่อวัน

อารมณ์กาแฟสด

โดยบิวท์กันแน่ๆครับ

พอคิดได้ 300 แก้วต่อวัน ก็คิดต่อไปว่าในชั่วโมงเร่งเดียวอย่างตอนก่อนเข้างานหรือก่อนเที่ยง ก็น่าจะมีจำนวนคนที่เยอะๆมาก ช่วงนั้นน่าจะขายกาแฟได้มากกว่า 50 แก้วต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นชั่วพีคของร้านกาแฟ

เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ความคิดต่อมาคือคิดว่า ถ้ายอดขายมันเยอะแบบนั้นจริง เครื่องชงกาแฟหัวเดียวไม่ทันแน่ๆครับ ต้องใช้เครื่องชงกาแฟ 2 หัว เพื่อรองรับความต้องการที่เกิดขึ้น และอาจจะต้องจ้างลูกน้องมาช่วยดูแลลูกค้าด้วย

เมื่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว เครื่องชงกาแฟ 2 หัวกรุ๊ป หม้อต้มขนาด 10 ลิตร มูลค่า 140,000 บาท จึงถูกจัดเต็ม!

เมื่อเปิดร้านกาแฟแล้วสักระยะหนึ่งพบว่า ยอดขายไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ยอดขายเฉพาะกาแฟอยู่ที่ 40 แก้วต่อวัน และอีก 30 แก้ว เป็นเครื่องดื่มประเภทอื่น จำพวกชา โกโก้ โซดา

แสดงว่าเครื่องชงกาแฟนั้น มีศักยภาพมากเกิดความจำเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา คือ ค่าไฟและค่าบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟที่เกิดขึ้นตามเป็นเงา เนื่องจากเป็นเครื่องชงกาแฟ 2 หัว และขนาดหม้อต้มที่ใหญ่ การเปลี่ยนซีลยางจึงต้องเปลี่ยน 2 หัว ล้างบอยเลอร์ทีก็โดนค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า

การบิวท์อารมณ์ด้วยการเข้าข้างตัวเอง เกิดขึ้นกับคนที่จะเปิดร้านกาแฟแรกๆทุกคนครับ ยิ่งคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจมาก่อนแล้วมาเปิดร้านกาแฟครั้งแรก ส่วนใหญ่มักจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวถ้ายอดขายเยอะ เดี๋ยวลูกค้ามาเยอะ เดี๋ยวทำกาแฟไม่ทัน เดี๋ยวลูกค้าไม่รอ ยิ่งคิดก็ยิ่งแน่ใจว่า ต้องใช้เครื่องชงกาแฟที่มีมากกว่า 1 หัวชง และราคาเครื่องชง 2 หัวก็ไม่มีมูลค่าราวๆ 100,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำหรับร้านกาแฟที่มียอดเฉพาะกาแฟ ไม่เกิน 50 แก้วต่อวัน ใช้เครื่องชงกาแฟในรุ่นเล็กหรือรุ่นกลางก็พอครับ สำหรับร้านกาแฟที่คาดว่ายอดขายจะมากกว่า 300 แก้ว ต่อวัน ค่อยซื้อเครื่องชงกาแฟ 2 หัวชงครับ

โดนบิวท์จากคนขายเครื่องชงกาแฟ

เครื่องบดกาแฟ M5

เครื่องบดเมล็ดกาแฟ Macap M5

อันนี้เล่าให้ฟังนะครับ ผมเคยมีประสบการ์ณพาน้องคนหนึ่งไปซื้อเครื่องชงกาแฟ โดยมีงบในใจว่าจะซื้อเฉพาะอุปกรณ์ทั้งหมดรวมแล้วไม่เกิน 70,000 บาท ตอนที่พาไปผมคิดในใจว่า อย่างมากสุดๆก็เครื่องชงกาแฟ 1 หัวชง ที่ตั้งระดับน้ำได้ ที่จ้องๆไว้ก็เป็นเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Control พร้อมเครื่องบดกาแฟ Macap M5  ราคารวมอย่างมากไม่น่าเกิน 60,000 บาท ซึ่งพอดีๆ

พอไปถึงสถานที่จัดจำหน่ายเครื่องชงกาแฟแล้ว สถานะการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ เครื่องชงกาแฟที่ว่านั้นจะวางไว้ข้างๆกับเครื่องชงกาแฟระดับท๊อป 2 หัวชง และมีดีไซน์ที่ยั่วยวนให้เสียเงิน เมื่อแจ้งให้ทราบว่าจะซื้อเครื่องชงกาแฟ ผู้ขายก็ถามว่า งบประมาณในการซื้อเคร่ื่องชงกาแฟเท่าไหร่?

คำตอบ คือ ราวๆ 70,000 อย่างทีใจคิด จากนั้นผู้ขายก็สอบถามพูดคุยเกี่ยวกับสถานที่ขาย จำนวนคนเดินทาง รูปแบบลักษณะตกแต่งร้าน เมื่อทราบแล้ว ผู้ขายก็จะชี้แจ้งความสำคัญของเครื่องชงกาแฟที่มีศักยภาพที่ดีขึ้นว่าเครื่องที่ตั้งใจจะซืื้อ

เช่น Expobar Office Control เป็นเครื่องชงกาแฟ 1 หัวชง จะสามารถชงกาแฟทันในเวลาเร่งด่วนได้หรือไม่ เมื่อปริมาณของคนบริเวณนั้น มีมากกว่า 3,000 คนต่อวัน คิดหยาบๆก็น่าจะสัก 300 แก้วต่อวัน (เมื่อช่วงที่ผมมโนคิดไปเองเลยวุ้ย) ถ้า 300 แก้วต่อวันแล้ว เครื่องชงกาแฟ 1 หัวชง อาจจะชงทันนะครับ แต่ว่าลูกค้ารอนาน พอรอนานแล้วเค้าก็จะไปซื้อกาแฟจากร้านอื่นแทน

พอเจอกระตุกอารมณ์นิด จากเครื่องชงกาแฟ 1 หัวก็กลายเป็นเครื่องชงกาแฟ 2 หัว พอมันมา 2 หัวชง ตัวเลือกในการชงกาแฟจึงเยอะมากกก เพราะตั้งแต่รุ่นที่เป็น Compact และรุ่นที่เป็นคอมเมอร์เชียลเต็มตัว ความต่างของรุ่น Compact กับ คอมเมอร์เชียล คือ จำนวนของหัวชงเท่ากันแต่ขนาดของหม้อต้มไม่เท่ากัน และปั้มก็ต่างกัน

เมื่อไล่ถามถึงสถานที่ร้านกาแฟจะเปิดและไต่ถามถึงร้านกาแฟคู่แข่งที่มีอยู่ ก็ทราบว่าร้านกาแฟเจ้าเดิมนั้นใช้เครื่องชงกาแฟ 2 หัว อยู่ แต่เป็นรุ่นขนาดเล็กที่แยกหม้อต้ม ทางผู้ขายจึงแนะนำว่า ถ้าอยากจะขายกาแฟให้ดีกว่า เหนือกว่า คุณภาพที่ดีกว่า ต้องใช้เคร่ืองชงกาแฟที่คุณภาพสูงกว่า

และถ้าลูกค้าสั่งลาเต้ร้อน 5 แก้วต่อกัน แล้วถ้ามีออเดอร์จากห้องประชุมเป็นกาแฟดำ 5 แก้วติดกัน เรื่องน้ำร้อนเป็นเรื่องใหญ่ที่มองเห็นภาพชัด แล้วถ้าลูกค้าพิจารณาเครื่องชงกาแฟในการเลือกซื้อเครื่องดื่มกาแฟด้วยล่ะ

คราวนี้ จากเครื่องชงกาแฟ 1 หัวชง กลายเป็น 2 หัวชง จากเครื่องชงกาแฟ Compact ที่มีหม้อต้อม 5-8 ลิตร กลายเป็นหม้อต้ม 10 ลิตร ขึ้น ราคาเครื่องชงกาแฟที่คาดไว้ว่า 70,000 กลายเป็น 140,000 ทันที งบของเครื่องชงกาแฟเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

เมื่อเครื่องชงกาแฟที่ขนาดใหญ่ขึ้น ก็หลีกเลี่ยงที่จะใช้เครื่องบดกาแฟใหญ่ขึ้นไม่ได้ ขนาดของเครื่องบดกาแฟจึงต้องใหญ่ไปตามเครื่องชงกาแฟ เพื่อรองรับยอดขาย (ที่คาดว่า)จะเกิดขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพของความเป็นกาแฟ จากเครื่องบด Macap M5 ก็หลายเป็นรุ่น MX แทน

เรื่องที่เจ็บช้ำที่สุด คือ ร้านกาแฟของน้องคนนี้ ได้ลงทุนเครื่องชงกาแฟราวๆ 120,000 บาท เมื่อรวมอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว อยู่ราวๆ 150,000 บาท ขณะที่เมื่อเปิดร้านกาแฟแล้ว ยอดขายของร้านกาแฟอยู่ที่ 50 แก้วต่อวัน เมื่อรวมเครื่องดื่มประเภทอื่นจะอยู่ที่ 80 แก้วต่อวัน

ปริมาญยอดขายกาแฟที่เกิดขึ้นระดับนี้ ไม่ได้มีความจำเป็นต้องที่ต้องใช้เครื่องชงกาแฟ 2 หัวกรุ๊ป ครับ เป็นความจริงที่โหดร้ายของคนเปิดร้านกาแฟมือใหม่ และอาการที่เกิดขึ้นคือทำใจกับสิ่งที่คาดหวังไม่ได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกร้าน คือ เลิก ก่อนที่จะครบ 1 ปี และเราก็ได้เห็นเครื่องชงกาแฟมือสองว่อนตามอินเตอร์เนท

ใครๆก็โดนบิวท์ซื้อเครื่องชงกาแฟ

ไม่ใช่ว่าน้องผมจะโง่นะครับ ผมเองก็โง่เหมือนกัน ร้านกาแฟแรกที่ผมเปิดนั้นมียอดขายกาแฟเพียง 40 แก้วต่อวัน แต่ทะลึงจัดเครื่องชงกาแฟราคา 140,000 บาท ซึ่งศักยภาพเครื่องชงกาแฟเกิดความจำเป็น ในปริมาณการขายเพียงแค่นี้ สามารถซื้อเครื่องชงกาแฟรุ่นเล็กก็พอแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า ค่าไฟที่ต้องจ่ายมากกว่า เหตุที่เกิดขึ้นก็เพราะโดยบิวท์ให้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องชงกาแฟ

ทุกๆคนที่กำลังจะเปิดร้านกาแฟและเมื่อไหร่ที่ก้าวเดินเข้าร้านตัวแทนจำหน่าย ต้องทำใจว่าจะโดนบิ้วท์จากผู้ขายทั้งหมด ถ้าเขาไม่บิ้วท์ ทำนิ่งๆ นั้นแหละครับเขากำลังบิวท์ให้คุณเอาเรื่องในใจไปคิดเอาเอง แฮ่!

อีรอยก้า

La Scala Eroica 2 หัวชง เครื่องชงกาแฟตัวแรก

ผมเล่าประสบการณ์ตรงของตัวเองให้อ่าน ปัจจุบันนี้ผมไม่ได้ขายเครื่องชงกาแฟเลยไม่มีความจำเป็นต้องบิวท์ใครต่อใคร หรือโน้มน้าวอะไร ผมเปิดร้านกาแฟร้านแรกด้วยเครื่องชงกาแฟราคาราวๆ 140,000 บาท ด้วยเครื่องชงกาแฟ 2 หัวชง หม้อต้ม 10 ลิตร รองรับปริมาณการขายมากว่า 300 แก้ว ต่อชั่วโมง มันคือ La Scala Eroica 2 หัวชง

เมื่อเปิดจริงไปได้ 3-6 เดือน ยอดขายกาแฟอยู่ราว 40-60 แก้วต่อวัน เหมือนคาดคะเนพลาด แต่ร้านกาแฟใกล้ๆห่างกันไม่เกิน 10 ก้าว ขายกาแฟวันละ 250 แก้ว โดยใช้เครื่องชงกาแฟรุ่นเล็ก อย่าง Mokita โมกิต้า ไอแมด

คำถามที่วิ่งในหัวเวลานั้น ทำไมเครื่องชงกาแฟมูลค่า 140,000 บาท ขายกาแฟเย็นในราคา 35 บาท ขายได้ 40 แก้วต่อวัน กับเครื่องชงกาแฟมูลค่า 20,000 บาท แต่กลับขายกาแฟ 25 บาท ได้มากว่า 250 แก้วต่อวัน

เครื่องชงกาแฟเป็นคำตอบของธุรกิจกาแฟสดจริงหรือเปล่า?

สรุป

ผมคิดว่าการเปิดร้านกาแฟ มันเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างความเป็นธุรกิจกับความชื่นชอบส่วนตัวครับ อย่างที่บอกไว้ว่าหลายๆคนหลงรักความเป็นกาแฟ เท่าไหร่ก็ยินดีจะจ่าย ขณะที่บางคนนั้นไตร่ตรองของจุดคืนทุน และผลกำไรขาดทุนของร้านกาแฟ

การคิดเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นเรื่องที่ดี ร้านกาแฟบางร้านคาดหวังถึงศักยภาพเครื่องชงกาแฟและประเมินไปถึงความต้องของการของตลาดได้ ร้านกาแฟบางร้านคาดคะเนสิ่งเหล่านี้ไม่ตรงหรือตรงในแค่บางส่วน ทำให้ลงทุนซื้อเครื่องแพงเกินไปหรืออาจจะซื้อเครื่องชงกาแฟในรุ่นที่ต่ำกว่าควรจะเป็น

การรักษาสมดุลระหว่างความเป็นจริงที่จะเกิดกับความคาดหวังที่จริง มันต่างกันนะครับ ใครที่จับจุดตรงนี้เจอก็ไม่ต้องลงทุนสุงเกินความจำเป็น หรือลงทุนน้อยเกินไปจนเสียโอกาสการทำกำไรจากการเปิดร้านกาแฟ มันเป็นเรื่องของธุรกิจที่ไม่สามารถบอกได้ เพียงแต่ในแต่ละปัจจัยของการซื้อเครืองชงกาแฟ ทุกๆคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง

Entry 7 ตอนเต็มๆนี้ คงจะจบด้วยคำถามสั้นๆ ว่าหัวใจของการเปิดร้านกาแฟคืออะไรและจะเลือกเครื่องชงกาแฟแบบไหนให้เข้ากับงบประมาณครับ สำหรับ Series เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ติดตามต่อได้ที่นี่ครับ


เขียนความคิดเห็น

สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

วัตถุดิบคอฟฟี่อินดี้
ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
กาแฟโบราณ
กาแฟโบราณคอฟฟี่อินดี้
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج