โปร Hot

โปรชุดเปิดร้านกาแฟ

ชุดโปรโมชั่นคอฟฟี่อินดี้

ข้อดีข้อเสียเครื่องชงกาแฟรุ่นเล็ก

คืออะไรมาดูกัน

Entry นี้ เชื่อว่า หลายคนที่มีความคิดจะเปิดร้านกาแฟ หรืออยากหาเครื่องชงกาแฟสดมาตั้งไว้ที่บ้านสักตัว พอค้นหาข้อมูลแล้ว ก็มางงๆว่า ทำไมเครื่องชงกาแฟแต่ละเครื่อง แต่ละรุ่น แต่ล่ะยี่ห้อ ถึงมีราคาแตกต่างกันมาก มีราคาตั้งแต่ 15,000.- ไปจนถึง หลัก 100,000.-   ในเมื่อชื่อ ก็เป็นเครื่องชงกาแฟเหมือนๆกัน แล้วทำไม ราคาถึงต่างกันมากมาย Entry นี้ อาจจะเป็นแนวทางชี้ชัดให้เข้าใจยิ่งขึ้น และโฟกัสเฉพาะเครื่องชงกาแฟรุ่นเล็ก ข้อดีข้อเสีย (ไม่รวมเครื่องชงกาแฟที่รุ่นเล็กมากๆ ในราคาหลักพันนะครับ)

ชงกาแฟและสตรีมนมพร้อมกันไม่ได้

เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก ได้แก่ ไอแมดโมกิต้า Imat Mokita, ลีลิท Lelit, อีเลียด Elite, เดลิซิโอ้ Delisio , อาคาโซ่ อูโน่ Asaco Uno

เครื่องชงกาแฟเหล่านี้ ไม่สามารถชงกาแฟไปพร้อมๆกับสตรีมนมไปด้วยกันได้ กล่าวคือ ถ้าอยากจะชงกาแฟ ก็ต้องชงกาแฟอย่างเดียว ถ้าอยากจะเป่าฟองนม ก็ต้องเป่าฟองนมอย่างเดียว  ไม่สามารถทำได้ทั้งกิจกรรมให้เวลาเดียวกัน

แม้หลายคนจะเห็นว่า เครื่องชงกาแฟมันก็มีท่อเป่าฟองนมเหมือนเครื่องชงกาแฟรุ่นกลาง รุ่นใหญ่ แต่เครื่องรุ่นเล็กนี้ มีประสิทธิภาพไม่เท่ากับเครื่องชงกาแฟรุ่นกลางกับรุ่นใหญ่ครับ และจุดสำคัญง่ายๆที่เห็นชัดที่สุด คือ เครื่องชงไม่สามารถชงกาแฟพร้อมๆกับ เป่าฟองนมได้ครับ

ลองดูภาพด้านล่างครับ

mokita2

เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก ตามภาพด้านบนที่เห็น ยกตัวอย่างเป็นเครื่องชงกาแฟ ไอแมดโมกิต้า บนแผงควบคุมของเครื่องจะมี 4 ปุ่มหลัก ไล่ลำดับจากซ้ายไปขวานะครับ ปุ่มที่ 1 เป็นปุ่มเปิดเครื่องชงกาแฟ เมื่อไหร่ที่อยากจะกินกาแฟ หรือจะเปิดร้านกาแฟละ ให้เสียบปลั๊กแล้วเปิดสวิทธ์ เมื่อเปิดแล้วจะมีไฟแดงติดขึ้นมาครับ

หลังจากเปิดเครื่องแล้ว ให้รอประมาณ 5-10 นาที ให้สังเกตุไฟสีแดง ที่ตัวหมุนเป่าฟองนมทางด้านซ้าย เมื่อเราเปิดเครื่องแล้ว เครื่องจะทำการดูดน้ำร้อนจากถังเก็บพักน้ำเข้าสู่หม้อต้ม พอน้ำเข้าสู่หม้อต้มแล้ว หม้อต้มก็จะทำการต้มน้ำร้อนให้หม้อให้ร้อน ระหว่างที่ตัมน้ำอยู่ จะเห็นไฟสีแดงเกิดขึ้นตรงปุ่มทางซ้ายสุด

เมื่อรอได้สัก 5- 10 นาที แล้ว ปุ่มไฟแดงที่ด้านซ้ายเป่าฟองนมจะดับลง หมายถึง เครื่องชงกาแฟนั้น ต้มน้ำร้อนไว้พร้อมสำหรับการชงกาแฟแล้ว

สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นเล็ก ข้อดีมากๆ คือ หม้อต้มน้ำ จะต้มน้ำร้อนได้เร็ว ใช้เวลาอย่างมากที่สุดสัก 10 นาที ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้ว 3-5 นาที ก็พร้อมใช้ชงกาแฟแล้วครับ นั้นก็เพราะหม้อต้มน้ำมันเล็กนั้นเอง ร้านกาแฟผู้ใดที่ตื่นสาย เปิดร้านช้า จะดีมากๆครับ เพราะเรางัวเงียไปเปิดไม่นาน แป๊ปเดียว เดี๋ยวๆน้ำชงกาแฟก็ร้อนละ ซึ่งจะต่างกับเครื่องชงกาแฟรุ่นกลางกับรุ่นใหญ่ ที่ต้องอาศัยเวลาต้มน้ำมากกว่า 10 นาทีครับ

กลับมาเข้าเรื่อง และภาพอีกครั้ง

สังเกตได้ว่า ที่เครื่องชงกาแฟจะมีปุ่มเป่าฟองนม หรือ ปุ่มสตรีมนม สำหรับการทำเมนูลาเต้ร้อน หรือคาปูชิโน่ร้อน เมื่อเราสัปสวิทต์ที่จุดนั้นแล้ว ปุ่มไฟที่เครื่องจะแดงขึ้นมา  นั้นหมายถึง เครื่องชงกาแฟกำลังปรับกลไกเครื่องให้พร้อมสตรีมนม

แต่ไม่ใช่ว่า สัปสวิทต์แล้ว จะเป่าฟองนมได้ทันทีนะครับ ต้องรอเครื่องให้เปลี่ยนระบบจากการชงกาแฟ ไปสู่การเป่าฟองนม ซึ่งระยะที่ปรับเปลี่ยนระบบนี้ ใช้ระยะเวลาอยู่ 10-30 วินาที วิธีที่จะทดสอบว่า เครื่องเป่าฟองนมพร้อมทำงานหรือไม่ คือ ลองหมุนเป่าฟองนมดูก่อนครับ เริ่มแรกหากเรากดสวิทต์ แล้วหมุนเป่าฟองนมเลย สิ่งที่ออกมาจะไม่ใช่ไอน้ำ แต่จะเป็นสายน้ำร้อนเล็กๆแทน หมายถึงเครื่องยังไม่พร้อมเป่าฟองนม

ให้รออีกสักพัก ราวๆ 20 วินาที แล้วลองหมุนเปิดฟองนมอีกครั้ง หากพบว่าการเป่าฟองเป็นแบบไอน้ำแล้ว หมายถึง เครื่องพร้อมจะเป่าฟองนมแล้วครับ ลักษณะการเป่าฟองนมแล้ว คือ ไอน้ำที่ออกมาจากเครื่องจากแรง ออกมาเป็นไอใสๆ เปล่าๆ สัมผัสถึงไอน้ำได้ชัดเจน

เมื่อเครื่องพร้อมเป่าฟองนมแล้ว เราก็เป่าฟองนมได้เลยครับ เป่าได้โลด จิ๊ดๆๆๆๆ วิธีการเป่าฟองนม ทำลาเต้ คาปูชินโน่ อะไรก็ว่าไป เมื่อเราเป่าฟองนมเสร็จแล้ว ให้สับสวิทต์ เป่าฟองนมกลับมาทันที  ห้ามเปิดสวิทต์เป่าฟองนมทิ้งไว้ เพราะจะทำให้เครื่องพัง

หลังจากสัปสวิทต์กลับแล้ว เครื่องจะกลับเข้าสู่โหมดการชงกาแฟปกติ ซึ่งการกลับเข้าโหมดชงกาแฟปกติ ไม่ได้แปลว่า เครื่องชงกาแฟจะพร้อมชงครับ เราต้องสัปสวิทต์ที่ปุ่มชงกาแฟอีกครั้ง จะพบว่าเครื่องทำงาน และมีแต่ไอน้ำเปล่าๆออกมา เราจะไม่เห็นน้ำชงกาแฟออกมา นั้นก็เพราะต้องรอให้เครื่องปรับเข้าโหมดการชงกาแฟอีกครั้ง โดยทำการเปิดปุ่มชงกาแฟที่ด้านขวาสุด ทิ้งไว้ประมาณ 10 วินาที หรือจนกว่าจะเห็นน้ำออกมาจากหัวกรุ๊ปชงกาแฟ

และเมื่อน้ำร้อนออกมาแล้ว ก็หมายถึง เครื่องชงกาแฟพร้อมที่จะชงกาแฟแล้วครับ

ก็อกน้ำร้อน ที่ไม่น่าใช้

ต่อมาดูกันที่ปุ่มที่ 3 หรือ ปุ่มน้ำร้อน สัญลักษณ์แปลกๆ ดูแล้วไม่น่าเหมือนน้ำร้อน แต่มันเป็นน้ำร้อนครับ เมื่อเราสัปปุ่มสวิทต์น้ำร้อนที่เครื่อง เครื่องจะมีเสียงทำงานของปั้ม ตื้อออออออออออออดดดดดดดด เสียงจะดังชัด เครื่องจะสั่นนิดๆ บ่งบอกว่าปั้มกำลังทำงาน และพร้อมที่จะเอาน้ำร้อนออกมาจากเครื่อง

ในช่วงนี้ หากเราต้องการน้ำร้อน ให้หมุนตรงที่เป่าฟองนม เราก็จะเห็นสายน้ำร้อนๆที่ออกมาจากก้านเป่าฟองนมแทน จากไอน้ำร้อนกลายเป็นสายน้ำร้อน ถือได้ว่า เป็นก้านเดียวออลอินวันยังงั้นเลย น้ำร้อนที่ได้ออกมานั้น จะมีความร้อนอยู่ที่ 60- 70 องศา เอานิ้วมือผ่านๆก็จะรู้สึกร้อนแว็บๆ พอไหวอยู่ (หรือมือผมมันด้านไม่รู้นะ)

โดยปกติแล้ว น้ำร้อนที่ใช้ในร้านกาแฟ มักจะเป็นอเมริกาโน่ ที่ต้องใช้น้ำร้อนเป็นหลักในส่วนผสม หรืออาจจะเป็นโกโก้ร้อน ที่ต้องทำละลายผงโกโก้ก่อน

และเมื่อใช้น้ำร้อนเสร็จแล้ว ต้องสับสวิทต์น้ำร้อนกลับทันทีครับ หากเปิดค้างไว้ ตัวปั้มน้ำก็จะพัง มีปัญหาอีกต่อไป  โดยส่วนใหญ่แล้ว ทุกเครื่องที่ขายไป ผมจะแนะนำทุกๆคนว่า ไอ้ตัวที่ทำน้ำร้อนนั้น อย่าไปใช้งานเลยครับ เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของเครื่องลดลงโดยไม่จำเป็น และแนะนำว่าหากาทำน้ำร้อน หรือเครื่องทำน้ำร้อนชนิดอื่นๆ สำหรับทำเครื่องดื่มร้อนดีกว่าครับ

ขนาดหม้อต้มที่เล็ก ความต่อเนื่องของการชงกาแฟ

 

 

เครืองชงกาแฟขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า เครื่องชงกาแฟใช้ในบ้าน แต่ละรุ่นนั้นมักจะเป็นหม้อต้มขนาดเล็ก 300 cc หรืออย่างมาก 500 cc  ถ้านึกไม่ออก ลองกำมือหลวมๆครับ ขนาดกำมือจะเป็นขนาดหม้อต้มในเครื่องชงกาแฟ

คุณลักษณะของหม้อต้มเล็ก คือ การดูดน้ำธรรมดาจากถังพักน้ำ วิ่งเข้าสู่หม้อต้ม แล้วหม้อต้มก็ต้มน้ำให้น้ำชงกาแฟร้อน  แล้วเราก็กดปุ่มเอาน้ำร้อนสกัดน้ำกาแฟออกมา เป็นหลักการง่ายๆ คล้ายเครื่องทำน้ำอุ่น

ด้วยหลักการง่ายนี้ ทำให้มีรอยต่อระหว่าง น้ำในหม้อต้มกาแฟที่ร้อนไม่ทันสำหรับการชงกาแฟ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ น้ำกาแฟที่สกัดออกมา จะไม่ได้คุณภาพที่ดีที่สุด กาแฟที่ได้จะลดลงจากความเป็นจริง

ลดลงจากความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน ลองนึกง่ายๆครับ หม้อต้มขนาด 300cc เวลาสกัดช็อตกาแฟออกมา เอาน้ำกาแฟแบบเข้ม ได้ราวๆ 40 cc (อิงจากตะแกรงขนาด 14 กรัมในยุคปัจจุบัน) พอน้ำกาแฟออกมา 40cc แล้ว น้ำในหม้อต้ม ก็จะเหลือ 260 cc เครื่องก็จะทำการดูดน้ำเย็นจากหม้อพัก วิ่งเข้าสู่หม้อต้มกาแฟ ในช่วงนี้ จะทำให้หม้อต้มต้องทำการต้มน้ำให้ร้อนต่อ ช่วงเวลานี้น้ำในหม้อต้มอุณหภูมิก็จะลดลง เมื่ออุณหภูมิลดลงแล้ว การสกัดช็อตกาแฟที่ดีก็จะลดลงตาม

เป็นเงื่อนไขของเครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก หรือที่หลายคนเรียกกว่า เครื่องชงกาแฟโฮมยูส นั้นก็เพราะ เครื่องชงกาแฟไม่สามารถสกัดกาแฟได้คงที่ เทียบเท่ากับเครื่องชงกาแฟขนาดกลางหรือหรือขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งนี้แล้ว ก็เหมาะสมกับค่าตัวของเครื่องชงกาแฟ

ไม่ใช่ว่าชงขายไม่ได้

หนึ่งคำถามที่ทางผมมักได้ยินเสมอ คือ เครื่องชงกาแฟขนาดเล็กนี้ สามารถชงกาแฟได้กี่แก้วต่อวัน  ถ้าให้ตอบจริงๆ คือ ชงได้มากกว่า 100 แก้วต่อวันครับ และในชั่วโมงเร่งด่วน ที่มียอดขายกาแฟปริมาณ 100 แก้ว ต่อ 2 ชั่วโมง (ในเวลาช่วง 7.30 – 9.30) เครื่องชงกาแฟตัวนี้ ก็ชงได้เช่นกัน แต่ต้องทราบก่อนว่า คุณภาพของกาแฟที่ออกมานั้น จะไม่คงที่ จะแก่วงไปมา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทักษะ ความชำนาญและความเข้าใจของคนชงกาแฟด้วย

แม้เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก หรือเครื่องชงกาแฟโฮมยูส แลดูจะมีข้อเสียเหมือนๆ จะเปิดร้านกาแฟไม่ดี ไม่เหมาะสมสำหรับการเปิดร้านกาแฟ แต่ที่จริงแล้ว เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก จะเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นกิจการกาแฟเล็กๆ หรือดำเนินธุรกิจประเภทอื่นอยู่ แล้วจะนำกาแฟสดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเดิม

สรุป

เครื่องชงกาแฟขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่าโฮมยูสนั้น เป็นเครื่องชงกาแฟที่รองรับการชงกาแฟได้ต่อเนื่องจำนวนหนึ่ง และคุณภาพจะตกลงเมื่อต้องชงกาแฟต่อเนื่องจำนวนมาก ไม่ค่อยมีความสะดวกในการใช้งานสำหรับการปรับเปลี่ยนโหมดชงกาแฟ หรือโหมดเป่าฟองนม สำหรับร้านค้าที่ต้องการเริ่มต้น ทดสอบตลาด หรือเสริมธุรกิจเดิมก็ถือว่า พอใช้ได้ชงกาแฟได้ครับ


เขียนความคิดเห็น

ุชุดเปิดร้านกาแฟราคาประหยัด
เครื่องปั่นสมูทตี้
เครื่องตีฟองนมราคาถูก
เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ผลิตภัณฑ์
ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج