ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

โกงร้านกาแฟ

มีเจ้าของร้านหลายคนที่ประสบปัญหาเรื่องลูกน้องหรือพนักงานที่จ้าง เวลาเจ้าของร้านกาแฟจะตัดสินใจจ้างใครสักคนมาดูแลร้านแทนเรานั้น ถ้าใครได้เด็กที่มีความรับผิดชอบก็โชคดีไป ใครได้เด็กที่หัวเสก็ซวยได้เช่นกัน ผมโชคดีที่พนักงานร้านกาแฟผมค่อนข้างมีความรับผิดชอบอยู่แ้ล้ว เรื่องเงินๆทองๆก็เลยปล่อยให้เขาดูแล และหุ้นส่วนที่เปิดร้านกับผมก็แวะไปดูร้านทุกวัน ผมจึงมีเวลาทำเว็บไซค์นี้ล่ะครับ

เรื่องโกงหรือไม่โกงมันอยู่ที่จิตสำนักคนที่เราจ้าง หลายร้านเลิกทำร้านกาแฟเพราะปัญหาเด็กโกงรายได้ที่แท้จริง แอบหยิบฉวยเงินที่ขายกาแฟไปเป็นเงินของตัวเอง เจ้าของร้านก็คิดว่าขายได้น้อยลง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ท้อและเลิกทำไปซะก่อน Entry นี้จึงแนะนำแนวทางง่ายๆสำหรับการควบคุมพนักงานร้านกาแฟที่ต้องฝากดูแลเรื่องเงินๆทองๆใ้ห้ด้วย

นับแก้ว

วิธีดั้งเดิม คลาสสิกและร้านกาแฟทุกร้านต้องใช้ วิธีการก็คือ เราต้องนับจำนวนแก้วก่อนที่จะขายล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน และมานับจำนวนแก้วที่เหลืออีกที เมื่อหักลบแล้วขายได้กี่วันก็ต้องมีเงินตามจำนวนแก้วที่ใ้ช้ไปครับ เช่น ก่อนเปิดร้านมีแก้วอยู่ 50 แก้ว พอเก็บร้านแล้วก็เหลือ 20 แก้ว แสดงว่าวันนั้นขายได้ 30 แก้ว ถ้าขายแก้วละ 35 บาท ก็ต้องมีรายรับในวันนั้น 1,050 บาท

วิธีนี้จะดีและเหมาะสมกับร้านกาแฟที่กำหนดราคาเดียวทุกเมนู เช่น ถ้าเป็นเมนูร้อนไม่ว่าจะเป็นโกโก้ร้อน กาแฟร้อน ก็ต้องขายราคาเดียวกัน ถ้าเป็นเมนูเย็นก็ต้องกำหนดราคาเดียวกันทั้งหมด จากนั้นก็แยกประเภทแก้วไปเลย เช่น ถ้าเป็นแก้วร้อนขนาด 8 oz ลายนี้จะมีราคา 30 บาท ถ้าเป็นแก้วเย็นขนาด 16 oz จะมีราคา 35 บาท หรือถ้าเป็นแก้วขนาด 22 oz ก็ขาย 45 บาท เป็นต้น

จุดอ่อนของวิธีนี้ก็คือ พนักงานที่หัวใสก็จะก็พยายามหาแก้วกาแฟที่มีลายคล้ายๆกันมาใช้เองหรือไม่ต้องเป็นแก้วที่ลายเหมือนกันก็นำมาใช้ได้ บางคนก็เก็บแก้วเก่าที่ลูกค้ากินทิ้งไว้ไปล้าง แล้วนำมาขายซ้ำอีกรอบ เสร็จแล้วก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เห็นหลายร้านจะใช้วิธีเอาแก้วที่สกรีนลายร้านกาแฟตัวเองโดยเฉพาะเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเอาแก้วที่อื่นมาขาย เคยเห็นลายแก้วอยู่ร้านหนึ่งมีข้อความว่า “กรุณาทำลายแก้วทันทีหลังบริโภค” ผมเห็นแล้วอดขำไม่ได้

อีกจุดอ่อนหนึ่งก็คือ ถ้าร้านกาแฟของท่านมีเมนูเยอะและแต่ละเมนูมีราคาไม่เท่ากัน จะไม่สามารถนับจำนวนแก้วได้ครับ เ่่ช่น ถ้าลาเต้ปั่นขาย 35 บาท แต่มอคค่าปั่นขาย 40 บาท ลูกค้าสั่งมอคค่าปั่น พนักงานก็ปั่นมอคค่าให้ เสร็จแ้ล้วเก็บเงินลูกค้า 40 บาท เอาใส่เก๊ะร้าน 35 บาท ใส่กระเป๋าตัวเอง 5 บาท แล้วบอกว่าขายคาปูฯปั่น

นับชั่งตวงวัตถุดิบ

วิธีนี้ผมเห็นร้านกาแฟแฟรนไชส์ชื่อดังใช้ควบคู่กับวิธีการนับแ้ก้ว วิธีก็คือให้ชั่งตวงวัตถุดิบที่สำคัญๆก่อนเปิดร้านเช่น ชั่งเมล็ดกาแฟก่อนเปิดร้านว่ามีกี่กิโลกรัม เช่น มีเมล็ดกาแฟ 10 กิโลกรัมก่อนเปิดร้าน พอเก็บร้านแล้วก็มาชั่งเมล็ดกาแฟอีกรอบได้ 9 กิโลกรัม แสดงว่าใ้ช้เมล็ดกาแฟไป 1 กิโลกรัม หมายถึงยอดขายในวันนั้น อาจจะขายกาแฟเย็นไป 50 แก้ว (ใ้ช้เมล็ดกาแฟ 20 กรัมต่อแก้วหรือ 2 shot) ก็ให้ดูจำนวนแก้วที่ขายไปควบคู่ด้วย จะได้รู้ว่าขายกาแฟเย็นกี่ไปแก้ว กาแฟร้อนกี่แก้ว

ิวิธีนี้ใ้ช้ได้กับวัตถุดิบอื่นๆด้วยนะครับ พวกผงโ้กโก้ นมข้นผสม นมข้นหวาน นมขืดจืด น้ำเชื่อม ผงเฟรบเป้ ก่อนเปิดร้านก็เอาวัตถุดิบมาชั่งให้เสร็จแล้วจดบันทึกไว้ พอเก็บร้านก็มาชั่งดูอีกที แนะนำให้ใช้เป็นเครื่องชั่งดิจิตอลไปเลยจะได้เห็นตัวเลขชัดๆ ถ้าต้องชั่งวัตถุดิบพวกนี้้ด้วยแ้ล้วต้องหาภาชนะที่บรรจุวัตถุดิบใหญ่พอควร ผมเห็นร้านกาแฟชื่อดังเอาแกนลอนนมสดขนาด 2 -5 ลิตร ไปใส่นมข้นหวานเกือบเต็ม (หนักนะนั้น) แต่ทั้งนี้ก็พื่อสะดวกต่อการตรวจสอบวัตถุดิบ

ข้อจำกัดของวิธีนี้ก็คือ เจ้าของร้านต้องมาชั่งตวงทุกอย่างก่อนเปิดร้าน บางครั้งลูกค้าบางคนก็สั่งกาแฟในสูตรที่ต่างออกไป จากที่ใส่นมข้นหวานก็อาจจะไ่่ม่ใส่ อาจจะที่ใส่นมสดก็ไม่เอา จะเอากาแฟที่ใส่เอสเพรสโซ่ช็อตเดียวก็ต้องเปลี่ยน ทำให้วัตถุดิบที่น่าจะเป็นไปตามสูตรที่กำหนดต้องเปลี่ยนไปตามปากของลูกค้าแทน (ซึ่งต้องเปลี่ยนเพื่อความต้องการของลูกค้าอยู่แล้ว)

แต่เห็นว่าบางร้านไม่ได้ชั่งตวงทุกวันนะครับ 3 วันชั่งตวงทีก็ได้ 1 สัปดาห์ชั่งตวงทีก็ได้ ขึ้นอยู่ว่าจะเจ้าของร้านกาแฟจะสะดวกมากน้อยแค่ไหน แต่ยิ่งทิ้งระยะเวลาชั่งตวงบ่อย วัตถุดิบก็จะคำนวณยากขึ้นครับ วิธีนี้จะเหมาะกับร้านกาแฟที่เปิดขนาดกลาง มีโต๊ะมีที่นั่งไว้บริการ

ใช้เครื่องคิดเงินออกใบเสร็จ

เป็นวิีธีหนึ่งที่ทุกร้านใ้ช้กันทั้งหมดก็ว่าได้ โดยเฉพาะร้านกาแฟขนาดกลาง อาจจะต้องลงทุนซื้อเครื่องคิดเงินดีๆสักเครื่องและใช้เวลาเรียนรู้การใช้เครื่อง แล้วก็ต้องให้พนักงานรู้การใช้เครื่องด้วย ผมว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อาจจะต้องใช้ควบคู่กับวิธีการนับแก้วก็ควบคุมพนักงานได้มากขึ้น ปกติแล้วถ้ามีเครื่องคิดเงินเมื่อไหร่ ผมว่าพนักงานคงหาวิธีโกงไม่ได้แล้วมั้งครับ

จุดอ่อนที่สำคัญของการใช้เครื่องคิดเงินก็คือ ถ้าลูกค้ามาซื้อกาแฟแล้วจ่ายเงิน พนักงานรับเงินและทอนเงินด้วยเงินของตัวเองแทนที่เป็นเงินของร้าน ไม่ได้คีย์ข้อมูลลงเครื่องคิดเงินก็เท่ากับว่าเงินจากการขายกาแฟแก้วนั้นไปอยู่ในกระเป๋าพนักงาน เราจึงเห็นป้ายแปะไว้หน้าเคาเตอร์จ่ายเงินว่า “กรุณารับใบเสร็จทุกครั้ง” ก็เพื่อไม่ใ้ห้เกิดปัญหาพนักงานเอาเงินไปซะเองครับ

ติดกล้องวงจรปิด

บางร้านผมเห็นว่าคงกังวลพอสมควรเวลาปล่อยให้เด็กดูแลร้านให้ ก็เลยลงทุนติดกล้องวงจรปิดเพื่อไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ส่วนตัวผมมองว่าถ้าติดกล้องไว้แล้วคงไม่กล้าโกงแล้วล่ะครับ ปกติกล้องก็จะถ่ายเก็บไว้หลายๆมุม มุมหนึ่งที่สำคัญก็มุมที่เก็บเงินค่ากาแฟ อย่างไรก็ตาม ถ้าคนมันจะโกงมันก็หาวิธีโกงจนได้ล่ะครับ อาจจะหาอะไรปิดหาอะไรบังเพื่อหลบมุมกล้องเวลาทำทุจริตก็เป็นได้

การติดกล้องยังมีข้อดีว่าเราจะได้เห็นจำนวนลูกค้าในแต่ละวัน จะเห็นจำนวนแก้วที่ขาย (ถ้าคุณนั่งมอนิเตอร์หน้าจอตลอดเวลานะ) เห็นพฤติกรรมของพนักงานว่าทำงานอะไรบ้าง มีกิริยาอะไรที่ไม่เหมาะสมกับลูกค้าหรือเปล่า และที่สำคัญก็คือป้องกันการโกงเงินได้ดีในระดับหนึ่ง พนักงานไม่กล้าโกงเพราะเห็นว่ามีกล้องคอยจับอยู่นี่ละ่ครับ

ใช้ทุกวิธีร่วมกัน

จะให้ควบคุมพนักงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือต้องเอาทุกวิธีมาใช้ร่วมกันครับ แก้วกาแฟก็นับไป ก็ให้ลูกจ้างเป็นคนนับและจดบันทึก เวลาขายก็ออกใบเสร็จให้ลูกค้า กล้องก็เดินหน้าำทำงานต่อไปเวลาเราไม่อยู่ก็มอนิเตอร์ผ่านอินเตอร์เนทเอา ว่างๆก็ไปนั่งชั่งวัตถุิดิบดูว่าเหลือมากน้อยแค่ไหน คิดซะว่าเป็นการเช็คสต็อกประจำัวันประจำสัปดาห์ ทำอย่างนี้แล้วยังโดนโกงอีกก็ไม่รู้จะทำไงแล้วครับ

เตรียมวัตถุดิบไว้ให้ขาย

ิวิธีนี้ผมเคยได้ยินมาแต่ไม่ทราบว่ามีทำกันจริงๆหรือเปล่า มันค่อนข้างจะเวอร์แต่ก็เป็นไปได้ครับ วิธีการคือเจ้าของร้านจะแพควัตถุดิบเป็นชุดไว้เรียบร้อย เช่น แพคเมล็ดกาแฟจำนวน 20 กรัม แบบที่ยังไม่บดหรืออาจจะบดแล้ว แล้วก็เอานมข้นหวานนมข้นจืดผสมกันตามสัดส่วน แพคใส่ถุงเก็บในตู้เย็น ทำแบบนี้หลายๆชุด พอถึงเวลาก็เอาเมล็ดกาแฟกับวัตถุดิบที่แพคไว้ไปให้ลูกจ้างขาย เมล็ดกาแฟก็เก็บไม่ได้โดนแดดโดนอากาศ นมข้นหวานข้นจืดก็เก็บในตู้เย็น เวลาขายลูกค้าสั่งกาแฟอะไรก็ค่อยแกะเมล็ดกาแฟที่แพคไว้มาบดชง วัตถุพวกข้นหวานข้นจืดก็แกะเทใส่แ้ล้วเอามาขายได้แล้ว

วิธีนี้มีข้อดีทีว่าไม่ต้องนับแก้วให้ยุ่งยาก ก็นับชุดตามจำนวนที่ขายได้เปรียบเทียบกับยอดขายที่เกิดขึ้น แต่ข้อเสียก็คือเจ้าของร้านแพคของเหนื่อยแน่ๆ ต้องมานั่งตวงทีละสองอย่างกว่าจะเสร็จ บางครั้งลูกค้าต้องการกาแฟที่มีสูตรไม่เหมือนเดิม พนักงานก็ทำให้ไม่ได้ หรือถ้ามีช่วงเวลาขายดีพนักงานได้แกะถุงเมล็ดกาแฟ ไมได้ชงกาแฟขายกันพอดี

ผมเคยเห็นพวกร้านอาหารใหญ่ๆก็ใช้วิธีกันนะครับ เช่น ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามก็จะมีวัตถุดิบแพคมาให้เสร็จแล้ว พอมีคนสั่งก็ค่อยแกะวัตถุดิบเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร ส่วนหนึ่งก็เืพื่อรักษามาตรฐานให้เหมือนกันทุกสาขา อีกส่วนหนึ่งจะได้เช็คสต็อกง่ายๆและวัตถุดิบไม่หายด้วย

สรุป

เท่าที่ผมประสบเจอก็คือ คนที่จะทุจริตมักจะมีรายไ้ด้ไม่เพียงพอแล้วต้องการเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่า้ต้องไปเพิ่มเงินเดือนหรือให้ค่าคอมฯที่สูงขึ้นเพื่อไม่ให้โกงนะครับ ผมกำลังบอกว่า ก่อนรับเข้าทำงานหรือช่วงที่ัสัมภาษณ์งาน พยายามถามถึงเรื่องฐานะปัจจุับัน แต่งงานหรือยัง แฟนมีการมีงานหรือยัง มีลูกหรือยัง เพื่อค่อยๆตรวจสอบว่า ต้องการเงินมากๆในระยะเวลาอันสั้นหรือเปล่า

การสัมภาษณ์หรือเลือกคนเข้ามาทำงานจึงมีความสำคัญต่อการทำงานในร้านกาแฟ ถ้าเลือกคนที่มาทำงานมีนิัสัยไม่ดีก็มีแนวโน้มทุจริตได้ง่ายกว่า ผมเคยเห็นร้านไอศกรีมที่หนึ่ง เจ้าของร้านก็จ้างเด็กมาตักไอติมขาย ปรากฎว่าเด็กที่ร้านดันชวนเพื่อนๆมานั่งตากแอร์เล่น แล้วเื่พื่อนแต่ละคนนี่เด็กแว้นซ์ทั้งนั้น แล้วลูกค้าที่ไหนจะกล้าเข้าไปในร้านล่ะครับ ถึงจะไม่ตักไอติมกินซะเองแต่ก็กระทบกับยอดขายแน่นอน

อย่างที่ผมบอกในบทความ วิธีจ่ายเงินเดือนพนักงานร้านกาแฟ ครับ การได้ลูกจ้างที่ดี มีสำนักความรับผิดชอบไม่ต่างจากถูกหวย ถ้าเจอพนักงานที่ดี คุณแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้ขายเป็นอาทิตย์แล้วค่อยไปดูยังได้ แต่ถ้าลูกจ้างไม่ดีแล้วก็ต้องใช้เครื่องมือทุกอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นมาควบคุมพฤติกรรมการทำงานและป้องกันการโกง แต่คนหัวใสมันจะโกงก็โกงได้อยู่ดี

สำหรับผมแล้ว ครั้งหนึ่งเคยมีลูกจ้างที่ก่อปัญหาให้พอสมควรก่อนจะเจอกับลูกจ้างที่ดี ตอนนั้นผมกับหุ้นส่วนตัดสินใจไม่ให้เขาทำงานต่อ ขายเอง เพราะถ้าปล่อยให้ทำต่อไปเรื่อยๆ มันจะไม่ใช่แค่เรื่องเงินครับแต่จะเป็นเรื่องความสบายใจที่เราต้องฝากหลายๆอย่างให้กับลูกน้อง ผมเคยได้ยินมาว่าเคยมีลูกจ้างขโมยเครื่องชง เครื่องบดเมล็ดกาแฟไปตอนที่เจ้าของร้านไม่อยู่

สุดท้าย ไม่มีวิธีใดจะควบคุมได้ 100% ฉะนั้น ก่อนจะจ้างใครเป็นพนักงานอย่าลืมเอาสำเนาบัตรประชาชนไปถ่ายแล้วให้พนักงานเสร็จกำกับ พร้อมทำสัญญารับผิดชอบกับเงินที่สูญหายนะครับ อาจจะมองว่าโหดร้ายแต่ร้านค้าปลีกอย่างเซเว่น พนักงานที่เก็บเงินไม่ครบหรือทำเงินหายก็ต้องจ่ายแทนเลยครับ


6 Responses to “แนวทางป้องกันการทุจริตพนักงานร้านกาแฟ”

  • เตือนภัย says:

    ระวัง !! กลุ่มมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบขายของออนไลน์กันนะจ๊ะ
    เนื่องจากมีมิจฉาชีพหลายรูปแบบใช้กลโกงแอบอ้าง บัญชีพนิดา สาหล้า ของเราหลอกให้ลูกค้าโอนเงินเข้ามาทางชื่อบัญชีนี้ จึงขอความกรุณาลูกค้าทุกท่านโปรดเช็คข้อมูลชื่อผู้ขายสินค้า และบัญชีให้ดีก่อนทำการโอน มิฉะนั้นท่านอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพนี้หลอกได้ ด้วยความห่วยใย ปรารถนาดีจากเรา :’)

  • นานา says:

    อีกวิธีที่โดนมาหยกๆเลยคร่าลูกน้องมีวิธีขโมยแบบแก้วครบ ก็ลูกค้าซื้อปั่นแต่ลงราคาเย็นส่วนต่างค่าปั่น10บาทเก็บใส่กระเป๋ากับบางรายการที่ลูกค้าซื้อเมนูแพงแต่ลูกน้องคีย์เมนูถูกๆฝากด้วยนะคร้า

  • นานา says:

    อีกวิธีที่โดนมาหยกๆเลยคร่าลูกน้องมีวิธีขโมยแบบแก้วครบ ก็ลูกค้าซื้อปั่นแต่ลงราคาเย็นส่วนต่างค่าปั่น10บาทเก็บใส่กระเป๋ากับบางรายการที่ลูกค้าซื้อเมนูแพงแต่ลูกน้องคีย์เมนูถูกๆฝากด้วยนะคร้าขนาดที่ร้านติดกล้องวงจรปิด มีเครื่องคิดเงินแบบรายละเอียดบอกชนิดกาแฟแยกประเภทอย่างชัดเจน มีลูกน้องอยู่ร้าน2-3คน คนขโมยยังสามารถขโมยใด้ขโมยแม้กระทั่งขนมในร้าน ดิฉันจับใด้พร้อมหลักฐานคือใบเสร็จ และคำบอกเล่าของลูกน้องอีกคน จึงจับใด้แต่ก็ยังไม่ใด้ไล่เค้าออกโดยคิดวิธีแก้เผ็ดโดยจะหักเงินเดือนสิ้นเดือน1,000บาทแล้วหากมีอีกครั้งคือไล่ออกสถานเดียวซึ่งดิฉันก็ยังไม่รู้เลยว่ากำลังเลี้ยงงูพิษไว้รึเปล่าถ้าเผลอก็จะแว้งมากัดเราอีก ด้วยความที่สงสารลูกน้องจึงให้อภัย จึงอยากฝากเพื่อนๆที่เปิดร้านกาแฟให้เช็คเรื่องรายละเอียดต่างๆ รายการที่ลูกน้องลงในเครื่องเก็บเงินสด ตรงกับที่ลูกค้าซื้อหรือไม่ แม่แต่ไซรัป,น้ำผึ้ง,โอริโอ้,ปีโป้และอื่นๆที่เป็นออฟชั่นเสริม ก็อาจจะรั่วออกไปยังกระเป๋าลูกน้องด้วยนะคร้า เจ้าของร้านเช็คแก้วไม่มีขาดเพราะลูกน้องไม่ใด้ขโมยแก้วที่นับแต่ลูกน้องหัวใสขโมยออฟชั่นนะจร้า….เงินล้วนๆที่ร้านเมนูปั่นขายดีมากปั่นครั้งละ10บาท ขโมยกี่แก้วก็ไม่รู้10แก้วก็100บาทละคร่า นอกจากนี้ยังไม่ยอมให้ใบเสร็จลูกค้าแล้วคีย์เงินทีหลังคีย์รายการถูกๆแต่ขายรายการแพง ฝากดผุด้วยนะคร้าจะใด้รู้เท่าทันกลโกงลูกน้อง

  • HappyPOS says:

    ขออนุญาตแนะนำค่ะ.. ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้ของเจ้าของธุรกิจในราคาเริ่มต้นหลักร้อยบาทต่อเดือนค่ะ ..

    – จ่ายเท่าที่ใช้
    – ซื้ออุปกรณ์เท่าที่จำเป็น
    – ใช้ง่ายที่สุด พนักงานใช้ได้แน่นอน
    – ค้นหาและติดตั้งอุปกรณ์อัตโนมัติ
    – ใส่สูตรกาแฟ คุมคลังสินค้าและวัตถุดิบได้

    โปรแกรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายสินค้า ใช้ง่ายที่สุด ติดตั้งอัตโนมัติ
    App แท้ๆ ใช้งานบน iPad หรือ Android tablet ที่ช่วยให้คุณบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ
    – ใช้งานง่าย ใครๆก็ใช้ได้
    – Plug and Play ติดตั้งง่าย
    – รับออเดอร์ลูกค้าพร้อมกันได้หลายเครื่องด้วย iPad หรือ Android Tablet
    – เทคโนโลยีล่าสุด Real-time Cloud based System
    – ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ (MFi Cercificated) จาก Apple และ Star Micronics
    – ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบธุรกิจ ทั้งในและนอกสถานที่
    – และอื่นๆอีกมากมาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.happy-pos.com
    http://www.facebook.com/VeryHappyPOS
    LINE id : happy-pos
    http://line.me/ti/p/~happy-pos
    veryhappypos@gmail.com
    ดาวน์โหลด ฟรี ที่ AppStore และ PlayStore

  • Weladee (เวลาดี) คือระบบบันทึกเวลาการทำงานของพนักงาน โดยพนักงานสามารถบันทึกเวลาเข้าออกงานผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ หรือโดยใช้ RFID key tag บันทึกเวลาผ่านอุปกรณ์บันทึกเวลา (gate station)

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج