ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

คุณสมบัติเด็กชงกาแฟที่เจ้าของร้านกาแฟต้องทราบ

Entry นี้จะเล่าถึงประสบการณ์จ้างลูกน้องคนหนึ่งซึ่งไม่ไหวจะเคลียร์ ….

ในช่วงเวลาหนึ่งที่คาบเกี่ยวกับการขยายธุรกิจ ที่ร้านจำเป็นต้องใช้คนอย่างน้อยสามคนยืนประจำที่ร้าน โดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนทำเงิน ต้องมีอย่างน้อยสามคน คนหนึ่งดูแลเรื่องเอสเพรสโซ่ กาแฟร้อน กาแฟปั่น อีกคนหนึ่งดูแลเรื่องการทำกาแฟเย็น กาแฟปั่น รับออเดอร์ และคนสุดท้ายดูแลเรื่องการรับออเดอร์ การรับเงิน ทอนเงิน

รับสมัครทำงานร้านกาแฟ
ในสมัยนั้นผมอยู่ร้านกาแฟกับหุ้นส่วนก็สองคนแล้ว แล้วก็มีลูกน้องอีกคนหนึ่ง หุ้นส่วนผมจะมีหน้าที่ในการรับออเดอร์ รับเงิน ทอนเงิน ทำกาแฟเย็นบ้าง ส่วนลูกน้องจะมีหน้าที่หลักคือการทำกาแฟปั่น กาแฟเย็น รับออเดอร์ เสริฟ์ ส่วนตัวผมจะมีหน้าที่ในการทำช็อตกาแฟเป็นหลัก รวมถึงการทำกาแฟร้อน ในเวลาที่เร่ิงด่วนเอามากๆ ก็จะแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนเพื่อลดเวลาการส่งมอบกาแฟลูกค้าให้ต่ำที่สุด

มาถึงช่วงหนึ่งที่กิจการกาแฟมีความจำเป็นต้องขยาย ผมเริ่มผันตัวเองสวมบทบาทเจ้าของกิจการมากขึ้น จับด้ามอัดน้อยลง แทมป์กาแฟน้อยลง เริ่มฝึกเด็กในร้านคนหนึ่งให้เข้าใจ มีความชำนาญในการทำกาแฟ ส่วนตัวผมก็ยุ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็จากจำนวนสมาชิกร้านกาแฟอินดี้มีเพิ่มขึ้นด้วย การปล่อยมือการหน้าเครื่องชงจึงเป็นความจำเป็น

ลูกน้องคนเก่งที่เน้นการทำกาแฟปั่นเป็นหลัก จึงต้องรับบทบาททุกอย่าง ชงกาแฟร้อน กาแฟเย็น เครื่องดื่มปั่น ขณะที่หุ้นส่วนผมก็รับเงิน ทอนเงินอย่างเดียว (เรื่องเงินเรื่องใหญ่) ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องรีบหาพนักงานมาแบ่งเบาภาระหุ้นส่วนและพนักงานคนเดิม

วันต่อมาผมเอาป้ายรับสมัครเด็กร้านกาแฟขนาดใหญ่มาติดที่ใกล้ๆร้าน ไม่นานเกินสัปดาห์ก็มีเด็กมาสมัครงาน ตัวผมเองก็ไม่ได้อยู่ร้านก็เลยก็มอบหมายการคัดเลือกคัดกรองเด็กให้กับหุ้นส่วนจัดการทั้งหมด จะรับไม่รับจะจ้างไม่จ้างก็ตัดสินใจได้เลย ไม่ต้องมาถามผมแล้ว

วันต่อมาก็มีพนักงานคนใหม่มาช่วยที่ร้าน ด้วยพื้นที่ที่คับแคบของร้าน ที่ดูเหมือนจะออกแบบไว้สำหรับคนเพียงสามคนเท่านั้น ผมจึงกลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย “น้องดวง” คือชื่อของเธอครับ

ผมได้มีโอกาสพบน้องดวงก่อนเริ่มงานเพียงแป๊ปเดียว เท่าที่ทราบก็คือ มีผู้ใหญ่พามาฝากด้วย ผู้ใหญ่ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครนั้นฝากฝั่งในเธอให้อยู่ในความดูแล .. แว๊บแรกทีเห็นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพาผู้ใหญ่มาด้วย แต่ในช่วงนั้นต้องการคนจริงๆ และหุ้นส่วนผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เอาเป็นว่า ลองงานสักเดือนก่อนแล้วกัน .. ไม่เสียหายนี่หว่า ..

อ่านภาษาอังกฤษไ่ม่ได้

บาริสต้า

ในช่วงแรกของสัปดาห์จะเป็นเรื่องการสอนสูตรกาแฟต่างๆ เนื่องจากหน้าที่เดิมตรงนี้จะเป็นของเด็กคนเก่า ซึ่งเด็กคนเก่าโดนดันให้ไปยืนหน้าเครื่องชงเอสเพรสโซ่เรียบร้อยแล้ว การทำกาแฟปั่นและกาแฟเย็น จึงเป็นหน้าที่ของลูกน้องคนใหม่ทันที ซึ่งคนที่มีหน้าที่สอนงานก็คงเป็นหุ้นส่วนกับลูกน้องคนเก่านั้นละครับ พวกเธอสองคนมีหน้าที่ในการสอนเด็กใหม่ให้เป็นอย่างรวดเร็ว ส่วนผมในเวลานั้นวิ่งวุ่นกับอย่างอื่นๆ แทบไม่ได้แตะกับร้านกาแฟอีกเลย

หลังจากเริ่มงานไปหนึ่งสัปดาห์นจึงพบปัญหาใหญ่ที่แลดูแล้วจะแก้ไขไม่ได้ นั้นก็คือลูกน้องคนใหม่อ่านภาษาอังกฤษๆไ่ม่ออก .. ประกอบกับที่ร้านกาแฟมีเฟเวอร์ไซรัปมากกว่าสิบแบบ ตั้งแต่คาราเมล เฮเซนัท บัตเตอร์สก็อต รัม อัลมอนด์ วนิลา ทอฟฟี่นัท อิงลิชทอฟฟี่  ซึ่งไอ้รายการเฟเวอร์ไซรัปที่กล่าวมานั้นมีสีคล้ายๆกัน

ปัญหาจึงเกิดขึ้นเมื่อมีลูกค้าสั่งกาแฟที่ใส่เฟเวอร์ไซรัป เช่น เฮเซนัทลาเต้เย็น บัตเตอร์สก็อตคาปูปั่น วานิลามอคค่า ลูกน้องใหม่คนนี้จะมีปัญหาทันทีในการทำกาแฟแก้วนั้น เนื่องจากเธอไม่ทราบว่า ไซรัปตัวไหนเป็นไซรัปที่ต้องใส่สส่วนผสมที่ว่า การทำเมนูกาแฟที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะเมนูที่มีส่วนผสมของเฟเวอร์ไซรัปจึงกลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเธอ

ในช่วงหลัง หุ้นส่วนผมที่ร้านจึงตัดสินใจเขียนภาษาไทยติดไว้ที่ขวดไซรัปด้วย ซึ่งก็พอจะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่พอไซรัปหมดก็เอาขวดใหม่มาตั้งแทน ก็ต้องมานั่งเขียนชื่อไซรัปใหม่อีกๆ บ่อยๆเข้าก็ขี้เกียจ ไม่เขียน ก็หันไปเริ่มไว้ในตำแหน่งประจำซึ่งคาดว่าน่าจะพอจำได้

ทั้งนี้เรื่องเฟเวอร์ไซรัปไม่ใช่แค่ปัญหาเดียวเท่านั้น บางครั้งที่ร้านกาแฟก็จะมีลูกค้าที่เขียนออเดอร์เครื่องดื่มแล้วเสียบไว้ที่หน้าบาร์ พอว่างก็จะรีบหยิบออเดอร์นั้นมาทำต่อ ปัญหาก็คือ บางครั้งลูกค้าเขียนเมนูเครื่องดื่มเป็นภาษาอังกฤษครับ ซึ่งเธออ่านไม่ออกจึงเดือดร้อนเพื่อนร่วมงานอีกสองครั้งที่ต้องอ่านให้ฟัง

ฉะนั้นแล้ว เกณฑ์สำคัญของการรับพนักงานในร้านกาแฟที่ดูเหมือนจะจำเป็นมากๆก็คือ อ่านภาษาอังกฤษได้ครับ คงไม่ต้องถึงกับอ่านแปลได้ทุกประโยค หรือคุยกับฝรั่งได้เป็นเรื่องเป็นราว เอาแค่อ่านอังกฤษออกก็พอ และวุฒิการศึกษาที่อ่านภาษาัอังกฤษออกน่าจะสักมัธยมสามครับ ที่สำคัญผมว่าลองเอาขวดเฟเวอร์ไซรัปให้อ่านก่อนครับ

ตัวใหญ่ เชื่องช้า

ผมไม่ได้อคติกับคนตัวใหญ่นะครับ ผมเองก็เป็นคนตัวใหญ่พอสมควร แต่ก็มั่นใจว่าเวลาทำกาแฟหรืออะไรสักอย่างก็ว่องไวพอสมควร หุ้นส่วนกับลูกน้องคนเก่าก็กระฉับกระเฉง เคลื่อนไหวตัวได้เร็ว ตอบสนองลูกค้าได้เร็ว แต่กับน้องดวงแล้ว เธอเป็นคนตัวใหญ่ที่ทำอะไรค่อนข้างเชื่องช้า

เมื่อน้องดวงทราบว่าต้องทำลาเต้เย็นหนึ่งแก้ว เธอจะหยิบแก้วอย่างช้าๆ ค่อยๆกดน้ำเชื่อมออกมาจากหัวปั้มไซรัป ค่อยๆตวงนมใส่แก้วกาแฟ หันไปตักน้ำแข็ง ด้วยความที่น้องเป็นคนตัวใหญ่จึงต้องหันตัวมาทางถังน้ำแข็งก่อน ก่อนที่จะโน้มตัวลงมาตักน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วหักจับช็อตเอสเพรสโซ่มาราด เสร็จแล้วจึงปิดฝา เสียบหลอดส่งให้ลูกค้า

ตัวใหญ่ซึ่งระยะเวลาในการทำกาแฟเย็นแก้วนั้นกินเวลาพอสมควร ช่วงเวลาที่กล่าวไว้ข้างต้น ผมปรุงกาแฟเย็นเสร็จไปสองแก้วแล้วครับ ลูกน้องคนประจำสามารถปั่นเครื่องดื่มทิ้งไว้แก้วนึง ทำส่วนผสมเสร็จเตรียมช็อตไว้สองแก้วแล้ว เป็นที่ทราบกันดีกว่า หัวใจสำคัญในการทำเงินในร้านกาแฟ คือการทำความเร็วในการส่งมอบกาแฟช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะหลังจากนั้นลูกค้าจะไม่มีแล้ว

ความเชื่องช้าตรงนี้ทำให้เกิดปริมาณสะสมของลูกค้าเพิ่มขึ้น ความดูเป็นมืออาชีพดูไม่ค่อยจะมี การทำกาแฟอย่างช้าๆ ไม่สมูธดูแล้วเหนื่อยแทน หลังๆหุ้นส่วนกับลูกน้องผมเริ่มเบื่อ เวลามีเครื่องดื่มปั่นหรือออเดอร์กาแฟเย็นเยอะๆเข้าก็เหมาทำกันเองหมด ให้น้องดวงค่อยๆำทำไปแก้วสองแก้วน่ะแหละ

ใจผมกับหุ้นส่วนก็อยากจะให้น้องดวงปรับปรุง แต่เมื่อมาคุยกันแ้ล้วก็คิดว่า คงจะปรับปรุงยากมากเพราะน้องเขาค่อนข้างตัวใหญ่และคงจะยากที่จะทำให้คล่องแคล่วงว่องไว ดูเป็นมืออาชีพเหมือนเพื่อนร่วมงานได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เหตุผลเรื่องความว่องไวอย่างเดียวนะครับ คนตัวใหญ่ๆบางครั้งแลดูแล้วไม่น่ามองเท่าคนตัวเล็ก เวลาอยู่ในร้านกาแฟหรือหน้าบาร์แล้ว แลดูไม่ค่อยกลมกลืนเท่าไหร่ คงต้องอาศัยการแต่งตัวให้ดูดีมากขึ้น

ฉะนั้นแล้ว เวลาจะรับพนักงานใหม่หรือเด็กใหม่เข้ามานั้น ควรพิจารณาถึงรูปร่างของพนักงาน ตัวใหญ่ไ่ม่ใช่เรื่องสำคัญนะครับแต่ความว่องไวสำคัญกว่า คนที่รูปร่างใหญ่มักจะเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ควรมองว่าคนที่ตัวเล็กไว้ก่อนครับ

ขาดหางเสียง น้ำเสียงห้วน ย้อกย้อน

ในช่วงสัปดาห์แรกเป็นการเรียนรู้งาน น้องใหม่ที่เข้ามาทำงานก็จะรู้สึกเขิน ไม่คุ้นเคย ไม่สนิทใจ ซึ่งก็เป็นธรรมดาในการเริ่มทำงานใหม่ ต้องใช้เวลาสร้างความคุ้นเคย ในระยะแรกผมมักจะได้ยินคำว่า “คะ” หรือ”ขอบคุณคะ” เป็นประจำ แม้จะดูไม่ค่อยแต่ถ้ามีหางเสียงในการพูดคุยก็พอจะทำเนาได้ แต่เื่มื่อทำงานได้สองสามเดือน น้ำเสียงและหางเสียงที่ว่าเริ่มหายไป

หุ้นส่วนผมก็เป็นคนที่เกรงใจลูกน้อง กลัวลูกน้องใจเสียก็เลยไม่เอาเรื่องนี้ไปกล่าวตักเตือน น้ำเสียงที่น่าฟังเริ่มกลายเป็นห้วนๆ ตอบเร็วๆและมีการย้อกย้อนเล็กน้อย เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับหุ้นส่วนเท่านั้น แต่ทะลึ่งเกิดขึ้นกับลูกค้าด้วยครับ

ตัวอย่างเช่น “ลูกค้าที่ีมาประชุมในห้องนี้ ออกไปหมดแล้วหรอ?” หุ้นส่วนผมถาม

น้องดวงตอบกลับ “กลับไปหมดแล้ว ไม่เห็นหรือไง”  ไม่เห็นหรือไง เป็นคำย้อกย้อนกลับมาที่หุ้นส่วนผม แทนที่จะตอบเฉยๆไป กลับไปแล้วคะ หรือ ไปหมดแล้ว หรือตอบอะไรก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องลงท้ายว่า ไม่เห็นหรือไง เรื่องนี้หุ้นส่วนผมเอากลับมาคุยกับผมเป็นเรื่องราวเลยครับ

เสียงร้านกาแฟการขาดหางเสียงและการย้อกย้อนไม่ได้เกิดขึ้นกับหุ้นส่วนเท่านั้น ตัวผมเองก็โดนตอบแบบห้วนๆเช่นกัน เช้าวันหนึ่งช่วงยุ่งๆผมไม่เห็นนมปรุงแต่งข้นจืด ก็เลยถามน้องดวงว่า “นมข้นจืดหมดแล้วหรอ?”

น้องดวงก็ตอบว่า”หมดไปตั้งนานแล้ว” คำตอบที่ตอบไม่มีอะไรหรอกครับ แต่น้ำเสียงในการตอบนั้นช่างยียวนกวนประสาทเป็นอย่างยิ่ง น้ำเสียงที่ตอบดูเหมือนตำหนิที่ผมไม่ตรวจสอบหรือไม่มองเองนั้นละครับ

ในบางเวลา คำย้อกย้อนและคำพูดห้วนๆนี้ก็แสดงให้ลูกค้าได้รับฟังด้วย เช่น วันหนึ่งลูกค้าได้เดินเข้ามาที่ร้านแล้วพูดเล่นๆว่า “วันนี้จะกินอะไรดีน้าาาาา หรือจะไม่กินดีกว่า” ผมเข้าใจว่าลูกค้าคงมาพูดคุยเล่นๆน่ะแหละ ตามประสาทั่วๆไป

แต่น้องดวงย้อกย้อนอย่างชัดเจนว่า “ไม่กินแล้วมาทำไมเนี่ย?” ลูกค้าหน้าแหก ซึมไปเลย … หุ้นส่วนผมต้องรีบเข้ามาคุยกับลูกค้าแทน

เรื่องการพูดคุยมีหางเสียงรวมถึงการพูดคุยย้อกย้อนนั้น คงประเมินการรับเข้าทำงานไม่ได้ ตอนเข้ามาสมัครงานก็พูดจาดีน่าฟัง แต่พอทำงานไปสักพักก็เริ่มย่อนหยาน เริ่มใช้คำพูดติดปากประจำออกมา หลังๆผมจึงบอกให้น้องดวงพูดน้อยๆ เพราะคนที่ติดนิสัยการพูดแบบใดไปแล้ว ถ้ามันแก้ไขไม่ได้หรือมันแก้ไขยากนัก เอาเป็นว่าพูดน้อยๆละกัน

ฉะนั้นแล้ว เกณฑ์หนึ่งสำคัญของการคัดเลือกเด็ก คือการพูดจาที่มีหางเสียง ไม่ย้อกย้อน ซึ่งอาจจะดูยากหน่อยในช่วงเริ่มต้น ผมแนะนำว่าให้ดูเวลาคุยโทรศัพท์กับเพื่อนหรือคนรู้จัก ก็จะเห็นลักษณะนิสัยการพูดที่ชัดเจนมากขึ้น ปกติแล้วถ้าอยากรู้ว่าเด็กที่มาสมัครงานนั้น มีนิสัยการพูดจริงๆเป็นอย่างไร ลองปล่ยอให้นั่งเฉยๆสักพักก็จะเห็นหยิบโทรศัพท์มาคุยเองล่ะครับ น่าจะนำมาประกอบการพิจารณาได้บ้างครับ

สมาธิสั้น

พนักงานใหม่คนนี้มีลักษณะแปลกๆอย่างหนึ่ง คือ เวลาทำงานดูเหมือนจะใจลอยกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ ในช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบนั้น เป็นช่วงที่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับวัตถุดิบต่างๆ เช่น เตรียมนมข้น น้ำเชื่อม นมสดเตรียมแก้ว เตรียมฝา ทำฟองนม  จิปาถะทั้งหลาย

สมาธิร้านกาแฟซึ่งถ้าหากเตรียมรายละเอียดเหล่านี้ได้ดีก่อนลูกค้าจะมาซื้อ ก็จะไ่ม่ติดขัดเวลาทำกาแฟ โดยปกติแล้วแต่ละคนจะรู้หน้าที่ตัวเองว่าต้องทำอะไร หน้าที่ของเธอคือ เตรียมหั่นมะนาว เอาน้ำแข็งเปียกออกจากถัง ทำฟองนม ลฯล

แรกๆก็ต้องคอยสอนเธอก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง แจกแจงรายละเอียดชัดเจนพร้อมกับให้เด็กคนเก่าคอยสอนงานให้ หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ก็ยังดูเหมือนต้องบอกอยู่ให้ทำอยู่ คือ ถ้าไม่บอกให้ทำก็จะไม่ทำ ..

ครั้งแรกผมคิดว่าเขาคงจะลืมเพราะบางครั้งก็หลงๆลืมๆรายละเอียดงานก็ได้ แต่พอต้องคอยบอกเรื่อยๆ คอยอธิบายเรื่อยๆก็เริ่มเบื่อครับ ประกอบกับที่เป็นคนตัวใหญ่เชื่องช้า การทำงานจึงช้าลงไปอีก เด็กคนเก่ากับหุ้นส่วน เห็นแล้วก็เบื่อหาพาลทำเองทุกอย่างเลย ขี้เกียจรอเดี๋ยวไม่ทันกิน

ผมจึงคิดเอาเองอย่างสั้นๆว่า ดูแล้วตัวพนักงานใหม่คนนี้น่าจะสมาธิสั้น เวลาทำงานอะไรเสร็จแล้วก็จะไม่ทราบว่าตนเองต้องทำอะไรต่อ อะไรบ้างที่ควรจะทำต่อ เธอจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น หรือบางครั้งก็หันไปชวนเด็กคนเก่าคุย หรือไม่ก็ทำงานกระจุกกระจิกที่ไม่ใช่งานสำคัญ หลังๆคงต้องติดรายการหน้าที่ของพนักงานให้เห็นชัดๆแล้วครับ

ฉะนั้นแล้ว เรื่องสมาธิสั้นหรือไม่ทราบหน้าที่ของตนเองนั้น คงเป็นเรื่องที่ตรวจสอบพนักงานยาก คงต้องทำงานไปสักระยะแล้วถึงจะเห็นว่าเป็นอย่างไรครับ

สรุป

หัวใจหลักการการคัดเลือกพนักงานเข้ามาทำงานในร้านกาแฟ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาหรือความรับผิดชอบเสมอไปนะครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า พนักงานที่จะทำร้านกาแฟได้นั้น อย่างแรกสุดคงต้องตื่นเช้า มีความรับผิดชอบ มนุษย์สัมพันธ์ดี ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นที่รู้ดีกันอยู่แล้ว

แต่คุณสมบัติอีกส่วนหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ ถือเป็นเกณฑ์สำคัญในเลือกใครเข้ามาทำงานในร้านกาแฟ นั้นก็ืคือเรื่องภาษา ยิ่งเมนูกาแฟสดบางร้านนี่มาเป็นภาษาอังกฤษนำมาก่อนเลย บางร้านก็เอาเฟเวอร์ไซรัปมาให้ลูกค้าได้เลือกดื่ม ถ้าพนักงานคนนั้นอ่านภาษาัอังกฤษไม่ออก ก็ยากที่จะเข้าความต้องการของลูกค้าได้

ประเด็นรองลงมาคือเรื่องของขนาดรูปร่าง คนที่รูปร่างใหญ่มีแนวโน้มการเคลื่อนไหวทำงานช้ากว่าคนที่รูปร่างเล็ก ทำให้การดำเนินช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็นแบบนั้นนะครับ แต่เท่าที่ผมเจอคนรูปร่างใหญ่มักจะเป็นคนไม่ค่อยขยันครับ และบางทีแลดูไม่เหมาะกับร้านกาแฟ ไม่ดูเป็นมืออาชีพ

หากเกณฑ์พิจารณาดังกล่าวเหมาะสมแล้ว ก็ลองให้เข้ามาทำร้านกาแฟดูก่อน  เมื่อทำไปสักระยะค่อยสังเกตุพฤติกรรมเกี่ยวกับเรื่องสมาธิในการทำงาน น้ำเสียงการพูดคุย และมนุษย์สัมพันธ์ต่อไปครับ และเป็นเรื่องที่ต้องทำไปสักพักถึงจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ..

Entry หน้าเป็นแนวทางในการบีบลูกน้องให้ลาออกจากร้านกาแฟครับ


2 Responses to “คุณสมบัติเด็กชงกาแฟที่เจ้าของร้านกาแฟต้องทราบ”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج