ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

ถามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำเล

เปิดร้านกาแฟก่อนทำสัญญาเช่า

เืมื่อไม่นานมานี้มีคนรู้จักห่างๆท่านหนึ่งได้มาหาที่ร้านครับ เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง ไม่ค่อยได้คุยหรือสนิทสนมเท่าไหร่ จู่ๆวันหนึ่งก็มาหาผมที่ร้าน บอกกับผมว่ามีเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟจะเล่าให้ฟังถ้าอยากฟังให้ชงกาแฟมาให้ชิมซะก่อน ..

สูตรกาแฟสดถ้าไม่ได้เป็นคนรู้จักหรือเพื่อนสนิทคงไม่มีทางได้กินกาแฟกันฟรีๆแต่ในเมื่อเกริ่นจนผมอยากรู้ก็เลยชงกาแฟเย็นเข้มๆกระแทกปากซะหนึ่งแก้ว หลังจากดูดได้ครึ่งแก้วก็เอียงหลังพิงกับเบาะแล้วเริ่มเล่าประสบการณ์การทำร้านกาแฟของเขาให้ผมฟัง

ผมขอเรียกบุคคลนี้ว่า “ไอ้หนึ่ง” ละกันครับ ไอ้หนึ่งมีความตั้งใจจะเปิดร้านกาแฟ เมื่อสองปีก่อนได้มาหาผมที่ร้านกาแฟหน้าร้านข้าวมันไก่ เพื่อนผมได้พาไอ้หนึ่งมาด้วย ครั้งแรกที่มาหาผมนึกว่าจะมาลิ้มลองกาแฟที่ผมชงแต่ที่จริงแล้วจะมากินข้าวมันไก่ต่างหาก หลังจากทานข้าวมันไก่เสร็จก็มาตั้งวงกินกาแฟคุยกัน เพื่อนผมก็เลยบอกผมว่า ไอ้หนึ่งอยากจะเปิดร้านกาแฟ … ขอคำแนะนำคร่าวๆหน่อย

ตัวผมเองนานๆจะได้มีโอกาสโชว์ภูมิความรู้อันน้อยนิด พอมีโอกาสก็เลยบรรยาถึงความอร่อยของกาแฟ อวดเครื่องชงกาแฟราคาเกือบแสน สูตรกาแฟลับเฉพาะ ในเมื่อขอคำแนะนำคร่าวๆ ก็ให้กันคร่าวๆอย่างที่บอก

ผ่านไปสองปี ไอ้หนึ่งได้เปิดร้านกาแฟสมใจอยาก .. จากนั้นก็มาหาผมที่ร้าน

ไอ้หนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า .. หลังจากได้พูดคุยกับผมเมื่อสองปีก่อน ก็พอจะรู้แนวทางในการเปิดร้านกาแฟแบบคร่าวๆแล้ว จากนั้นก็เริ่มค้นคว้าหาความรู้เรื่องกาแฟใส่ตัว เริ่มตั้งแต่อินเตอร์เนท ร้านหนังสือ งานคอฟฟี่แอนด์ที ร้านกาแฟอินดี้ชื่อดัง ร้านกาแฟแฟรนไชส์ยอดนิยม กระทั่งแฝงตัวเองไปทำงานร้านกาแฟเชนระดับโลก

หลังจากเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ได้ปีกว่า ไอ้หนึ่งก็พร้อมที่เปลี่ยนตัวเองจากบาริสต้าประจำร้านกาแฟ(ของคนอื่น) มาเป็นเจ้าของร้านกาแฟตัวจริงเสียงจริง โชคดีที่ไอ้หนึ่งเป็นคนไม่ใช่เงิน หาได้เท่าไหร่เก็บหมด ทั้งนี้ก็เพื่อความฝันเปิดร้านกาแฟ แม้จะขาดเหลือเท่าไหร่ก็ได้ส่วนต่างจากครอบครัวและเพื่อนสนิท (แต่ไม่มีเงินผมนะ)

เงินลงทุนของไอ้หนึ่งประมาณหนึ่งแสนสามหมื่นบาท เป็นส่วนของเครื่องชงและเครื่องบดประมาณเจ็ดหมื่นบาท เป็นส่วนของการตบแต่งร้านอีกสามหมื่นบาท ที่เหลืออีกสามหมื่นสาบเป็นเงินสำรองหมุนเวียนในยามที่ไม่มีกิน

ไอ้หนึ่งยังกล่าวต่อไปว่า .. ช่วงเวลาหนึ่งที่ยากที่สุดคือการหาพื้นที่ทำเลขายกาแฟ โชคดีมากที่จู่ๆก็มีคนมาเชิญให้เปิดร้านกาแฟในตึกออฟฟิศ บริเวณพื้นที่ศูนย์อาหาร ปกติแล้วในตึกออฟฟิศหลายๆที่จะมีศูนย์อาหาร ซึ่งในพื้้นที่นั้นจะมีคนที่เช่าพื้นที่ศูนย์อาหารทั้งหมด แล้วนำพื้นที่ต่างๆแบ่งออกเป็นล็อกๆ ปล่อยให้ร้านอาหารเช่าต่อหรืออาจจะเก็บแบ่งเป็นเปอร์เซนต์ขาย

เมื่อมีคนมาเชิญไอ้หนึ่งไปดูสถานที่ก็ไม่รีรอช้าที่จะไปดู เมื่อได้ไปดูแล้วจึงตัดสินใจเช่าพื้นที่ทันที ด้วยเหตุผลว่ามีจำนวนคนออฟฟิศอยู่มากกว่าสองพันคน เอาเป็นว่าต้องขายได้อย่างต่ำมากกว่าร้อยแก้ว เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้วจึงตัดสินใจทำสัญญาเช่ากับคนดูแลพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ว่างจึงต้องสั่งทำเคาเตอร์กาแฟใหม่เพื่อมาเป็นบาร์ชงกาแฟด้วย

เรื่องรสชาติกาแฟ ฝีมือการชงกาแฟ และเครื่องไม้เครื่องมือที่ใ้ช้ ถือได้ว่าอยู่ในระดับดีทีเดียว เมื่อบวกกับพื้นที่ทำเลที่เหมาะสม ยังไงก็ต้องรอดเผลออาจจะรวยได้ด้วยซ้ำ แต่เมื่อไอ้หนึ่งกลับบอกว่าได้เปิดร้านกาแฟที่ว่านั้นแค่สองสัปดาห์!?

ทำไมเปิดร้านแค่สองสัปดาห์

เปิดร้านกาแฟสองสัปดาห์ไอ้หนึ่งเล่าต่อไปว่า วันแรกที่เริ่มขายได้ยอดขายเกือบร้อยแก้ว วันที่สองได้ประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบแล้ว และตั้งแต่วันที่สามจนกระทั่งวันสุดท้ายที่เปิดร้าน ขายได้ประมาณสองร้อยแก้วทุกวัน ถือว่าเป็นยอดขายที่น่าพอใจทีเดียว แต่ทำไมถึงปิด ทำไมไม่ดำเินินกิจการต่อ .. ไอ้หนึ่งถอนหายใจพร้อมบอกว่ามีคำสั่งให้ปิด

เรื่องของเรื่องก็คือ คนที่ดูแลพื้นที่บริเวณศูนย์อาหารนั้นเช่าเหมาพื้นที่ทั้งหมด แต่ไม่ได้แปลว่าจะนำร้านอะไรมาเปิดก็ได้ ก่อนที่จะเปิดร้านอะไรก็ต้องแจ้งกับคนดูแลอาคารก่อน เพื่อให้ได้คำอนุมัติให้ชัดเจนเสียก่อน เมื่อคนดูแลอาคารรับทราบแล้ว คนดูแลอาคารก็ต้องแจ้งให้ทางเจ้าของอาคารทราบอีก ว่าจะมีร้านกาแฟมาเปิดนะ เมื่อเจ้าของอาคารทราบถึงจะอนุมัติให้เปิดได้

แต่สิ่งที่ไอ้หนึ่งเจอก็คือ คนดูแลพื้นที่ศูนย์อาหารบอกกับไอ้หนึ่งว่า เปิดร้านกาแฟได้เลย ไม่มีปัญหา แค่วางเงินค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือน ก็หอบเคาเตอร์เครื่องชงกาแฟมาตั้งได้เลย ไอ้หนึ่งก็เลยสั่งทำเคาเตอร์กาแฟสุดสวยพร้อมถอยเครื่องชงกาแฟป้ายแดงมาทันทีหลังจากวางเงินมัดจำค่าเช่า

เมื่อขายกาแฟไปได้สัปดาห์หนึ่ง ไอ้หนึ่งก็ได้รับข่าวลือแปลกๆจากเด็กล้างจานในศูนย์อาหารว่า “มีผู้ใหญ่ข้างบนเขาจะไม่ให้ขายแ้ล้วพี่ เพราะคนที่ดูแลศูนย์อาหารเขาไม่ได้แจ้งกับทางฝ่ายอาคาร” ไอ้หนึ่งได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มใจไม่ดี ทุกครั้งที่เจอคนดูแลพื้นที่ก็จะถามไถ่เรื่องพื้นที่ที่ตนเช่าอยู่ เขาก็บอกว่า “ไม่มีปัญหา ขายต่อไปได้เลย”

เมื่อขายได้เกือบสองสัปดาห์ ผู้ดูแลอาคารก็เดินมาหาไอ้หนึ่ง พร้อมกับบอกว่า พรุ่งนี้ห้ามขายเครื่องดื่มชา-กาแฟแล้วนะ จะขายอาหารหรืออะไรก็ได้แต่ห้ามขายชา-กาแฟ ไอ้หนึ่งก็งงๆไม่รู้จะขายอะไร ในเมื่อทุนเครื่องชงกาแฟยังไม่ได้ถอนทุนเลย ไ้อ้หนึ่งเลยสอบถามกับผู้ดูแลพื้นที่ว่าจะทำอย่างไร คนดูแลพื้นที่ก็บอกว่าคงต้องเป็นไปที่ผู้ดูแลอาคารบอก จะขายอะไรต่อก็ได้ พื้นที่ตรงนี้ยังใช้ได้ต่อ

ไอ้หนึ่งรู้สึกเซ็ง ตั้งใจจะมาเปิดร้านกาแฟโดยเฉพาะแต่ดันไม่ให้ขายกาแฟ ก็เลยจะขอเงินค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือนคืน คนดูแลพื้่นที่ก็บอกว่า ไม่ได้ให้ปิด แต่ให้ขายอย่างอื่นแทน หรือหาคนอื่นมาเช่าแทนก็ได้ ?!

กลายเป็นว่าไอ้หนึ่งต้องเสียเงินจากการลงทุนเครื่องชงเครื่องบดเครื่องปั่น ค่าทำเคาเตอร์กาแฟและค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือน โดยเพิ่งจะเริ่มคืนทุนเพียงไม่กี่บาทนั้นเอง

วันต่อมาไอ้หนึ่งก็มาหาผม ..

ถามคนที่เคยเช่า-คนดูแลพื้นที่-เจ้าของพื้นที่

ตึกให้เช่าขายกาแฟจากประสบการณ์ของไอ้หนึ่งทำให้ผมเรียนรู้ว่า ก่อนจะเปิดเช่าพื้นที่เปิดร้านกาแฟหรือทำธุรกิจใดๆก็ตาม ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ มีความสำคัญมากๆที่ต้องสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ทราบผลกระทบตั้งแต่คนเล็กไปจนถึงผู้ใหญ่

ฉะนั้น ก่อนจะเช่าพื้นที่เปิดร้านกาแฟในพื้นที่แปลกๆ แลดูดีเหลือเชื่อจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีทำเลแบบนี้หลงเหลือให้สงสัยไว้ก่อนว่า มันต้องมีอำนาจลึกลับปกคลุมอยู่ ก่อนจะเช่าพื้นที่ไม่ใช่แค่ถามจากคนที่ดูแลพื้นที่บริเวณนั้นเพียงคนเดียว แต่ควรถามจากคนที่ดูแลพื้นที่ในอาคาร และควรถามกับคนที่เป็นเจ้าของอาคาร

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เคยมีตัวอย่างย่านพาณิชย์แห่งหนึ่งที่จัดสรรพื้นที่แบ่งไว้เป็นล็อกเล็กๆเพื่อแบ่งให้เช่า เจ้าของพื้นที่ก็จะจ้างคนดูแลพื้นที่ทั้งหมด คนดูแลพื้นที่ก็ต้องหาคนมาเช่าในแต่ละล๊อกต่อ เมื่อมีคนมาเช่าพื้นที่ก็จะจัดเก็บค่าเช่าจากผู้เช่าตามที่ตกลงกันไว้

แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างหรือข้อจำกัดบางอย่าง เช่น เ้จ้าของพื้นที่เปิดร้านไอศกรีมอยู่ แล้วเจ้าของก็ไม่อนุญาติให้ผู้เช่าขายไอศกรีมเด็ดขาด เนื่องจากกังวลว่าจะมาขายแข่งกับเขา เมื่อมีคนเช่าล็อกเรื่อย ถึงเวลาหนึ่งก็จะมีคนประกาศเซ๊งบางล็อกให้คนอื่นมาเช่าต่อ

คนเช่าคนเดิมก็อยากจะเลิกไม่อยากทำต่อ คนที่จะเ่ช่าต่อก็อยากจะเปิดใจแทบขาด พอคุยกับคนดูแลพื้นที่ก็บอกว่าเปิดร้านไอศกรีมได้ แต่พอถึงเวลาเปิดจริงๆ ใช้เงินลงทุนไปแล้ว เจ้าของพื้นที่หรืออาคารมาเห็นเข้า ก็ไม่อนุญาติให้ขายทันที พร้อมกับไล่ให้ไปอ่านในรายละเีอียดสัญญาเช่า คนที่เช่าหรือเซ๊งต่อก็ซวยกันไป

อย่างกรณีไอ้หนึ่งที่โดนสั่งให้ปิดเนื่องจาก ลูกเจ้าของอาคารเปิดร้านกาแฟอยู่บริเวณชั้นอื่น พอไอ้หนึ่งมาเปิดร้านกาแฟเพิ่มก็เลยมีผลกระทบต่อยอดขาย ไอ้หนึ่งจึงซวยด้วยประการนี้

สรุป

ฉะนั้นแล้ว ก่อนจะเช่าเพื่อเปิดร้านกาแฟหรือจะเซ๊งร้านกาแฟต่อ มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องไถ่ถามรายละเอียดให้ถี่ถ้วน ที่ว่าถามนีี่ไม่ใช่ถามกับคนที่ปล่อยให้เช่าอย่างเดียวนะครับ แต่ต้องถามกับคนที่เป็นคนดูแลพื้นที่และคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย ยิ่งเป็นประเภทร้านกาแฟด้วยแล้ว ยิ่งต้องถามให้แน่ใจ เนื่องจากร้านกาแฟที่เปิดเพิ่มมักจะมีผลกระทบโดยตรงกับร้านที่เปิดอยู่ก่อนอย่างมาก และส่วนใหญ่ร้านกาแฟนั้นมักจะเป็นเจ้าของพื้นที่ทำเองอยู่แล้วด้วย ไม่ค่อยปล่อยให้คนอื่นทำหรอกครับ


One Response to “ถามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทำเลเปิดร้านกาแฟก่อนทำสัญญาเช่า”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج