ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

ชิงทำเล#3

นำเสนอกาแฟสดให้คณะกรรมการ

เท่าที่ทราบจากผู้จัดงานก็คือจะมีคณะกรรมการทั้งหมด 8 คน และต้องนำเสนอเมนูกาแฟพื้นฐานจำนวน 4 เมนู ประกอบด้วย เอสเพรสโซ่ ลาเต้ คาปูชิโน่และมอคค่า ตามลำดับ แต่เมื่อถึงเวลาจริงคณะกรรมการที่เดินทางมามีมากกว่า 20 คน

ลำดับการเสริฟ์เมนูกาแฟ

ผู้จัดงานได้เดินมามอบลำดับเมนูกาแฟที่ต้องนำเสนอให้คณะกรรมการ เมนูกาแฟไม่ได้เรียงกันอย่างคิดไว้ ครั้งแรกผมคิดว่าเมนูคงจะเรียงจาก เอสเพรสโซ่ ลาเต้ คาปู มอคค่า ทำเป็นเมนูกาแฟร้อนทั้งหมดก่อน แล้วค่อยตามด้วยเมนูเย็นไปตามลำดับ

แต่ลำดับในการทำเมนูนั้นกลับกลายเป็นการเริ่มต้นด้วยลาเต้ร้อนเสียก่อน จากนั้นก็เป็นลาเต้เย็น เสร็จแล้วจึงเป็นคาปูิชิโน่ร้อน แล้วก็เป็นคาปูชิโน่เย็น จากนั้นก็เป็นมอคค่าร้อน มอคค่าเย็น และปิดท้ายด้วยเอสเพรสโซ่ร้อน และเอสเพรสโซ่เย็น

เตรียวตัวก่อนชงกาแฟ

หลังจากทราบลำดับการทำเมนูกาแฟแล้ว ผมจึังหันมาใส่ใจกับอุณหภูมินมให้มากขึ้น เดิมทีแกนลอนนมเมจิขนาด 2 ลิตรนอนอยู่ในน้ำแข็งประมาณ 3 แกนลอน ผมเปลี่ยนใจเอาไปแช่ในถึงน้ำแข็งที่ละลายไปบ้างแล้วเพื่อให้นมทั้งแกนลอนจมอยู่ภายใตัความเย็นให้หมด ผมกลัวว่านมจะไม่เย็นพอ

เพื่อนของหุ้นส่วนผมก็เริ่มเขียนชื่อร้านและชื่อเมนูลงในปลอกสวมแก้วกาแฟร้อน แก้วกาแฟร้อนที่ผมเตรียมมานั้นเป็นแก้วแบบดับเบิ้ลวอลล์ มีความหนามากพอที่จะไม่ให้ร้อน แต่ใจผมก็ห่วงจะร้อนมืออยู่จึงเตรียมปลอกสวมแก้วกาแฟไว้ด้วย

ขณะที่หุ้นส่วนผมก็เริ่มเตรียมเบสส่วนผสม ใส่หัวปั้มลงในขวดน้ำเชื่อม นมข้นผสมและโกโก้ผสม เตรียมผงมัชชะชาเขียวและมะนาววางไว้ใกล้มือ ในช่วงเวลานั้นแต่ละร้านเริ่มมีความตึงเครียด ยิ่งเห็นคณะกรรมการที่มากกว่าที่คิด ความกังวลต่างๆจึงเริ่มตามมา โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบที่เกรงว่าจะเตรียมมาไม่พอ

คณะกรรมการนั่งอยู่ในพื้นที่ตรงข้ามกับร้านกาแฟทั้ง 3 ร้าน แต่ละท่านนั่งบนเก้าอี้มีพนักพิงและมีโต๊ะสีเหลี่ยมขาวไว้สำหรับวางแก้วกาแฟ มีน้ำเปล่าไว้คนละหนึ่งแก้ว คงจะเตรียมไว้สำหรับล้างปากระหว่างชิมกาแฟ

มั่วตั้งแต่เริ่มต้น

แข่งขันกาแฟเจ้าหน้าที่เดินมาบอกร้านแต่ละร้านว่า ให้เริ่มทำเมนูกาแฟลาเต้ร้อนได้พร้อมเสริฟ์ให้กับคณะกรรมการได้ทันทีเมื่อชงเสร็จ หลังสิ้นเสียงผมหันหน้าเข้าเครื่องบด เปิดสวิทต์ให้เครื่องทำงาน โดรสผงกาแฟที่ตกค้างในโถพักออกให้หมด จากนั้นก็เริ่มนำด้ามอัดไปรองผงกาแฟที่เพิ่งบดมาสดๆ ทำการแทมป์ปิ้งกาแฟ และกดน้ำที่เครื่องชงเพื่อไล่ความร้อนหัวกรุ๊ป

ก่อนที่จะใส่ด้ามอัดเข้าหัวชง ผมเปลี่ยนใจแงะตะแกรงออกมาแล้วนำไปชั่งกับตาชั่งดิจิตอล อยากจะรู้วาผงกาแฟในตะแกรงนั้นมีน้ำหนัก 14-6 กรัมอย่างที่คิดไว้หรือเปล่า เมื่อชงแล้วก็พบว่าได้น้ำหนักอย่างที่ต้องการจึงยัดตะแกรงใส่กลับด้ามอัดเหมือนเดิมและนำไปกลั่นช็อตเอสเพรสโซ่ทันที

ระหว่างที่ผมงุ่นง่านกับช็อตแรกของลาเต้ร้อน หุ้นส่วนผมหยิบนมที่วางไว้บนโต๊ะ เทนมลงในพิชเชอร์ 200 ซีซี เปิดวาล์วสตรีมเพื่อไล่ลมแล้วเริ่มสตรีมนมทันที ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมหันไปทำช็อตกาแฟต่อ เพราะการเสริฟ์กาแฟไม่ได้ทำแค่ 2 แก้ว แต่ต้องทำถึง 8 แก้ว สมาธิจึงอยู่ที่ด้ามอัดกับเครื่องบดเท่านั้น

หันมาดูหุ้นส่วนอีกที เขากำลังตักฟองนมหยาบๆใส่ลงในแก้ว ผมรีบบอกกับหุ้นส่วนว่า อย่าใช้นมแกนลอนนั้นมาทำฟองนม น้ำนมมันยังเย็นไม่พอ  อย่างที่บอกไว้ว่าหุ้นส่วนผมไม่เข้าใจว่านมนั้นต้องเย็นมากขนาดไหน ถึงจะทำฟองนมนุ่มๆได้ นมที่ผมตั้งใจไว้สตรีมนมอยู่ยังนอนอยู่ในถังน้ำแข็ง อันที่จริงแล้วก็เป็นความผิดของผมด้วยที่ไม่ได้บอกเขาตั้งแต่เนิ่นๆ หุ้นส่วนก็มีความตั้งใจไม่น้อยกว่าผมเช่นกัน

แบ่งงานกันทำ

ย้อนกลับไปก่อนที่จะเริ่มชงกาแฟร้อนแก้วแรก ผมกับหุ้นส่วนและเพื่อนคุยกันว่า ผมจะมีหน้าเตรียมวัตถุดิบให้อย่างเดียว หุ้นส่วนผมจะมีหน้าที่ในการทำช็อต การปรุง เตรียมส่วนผสมในแต่ละแก้ว รวมถึงสตรีมนมด้วย ผมไม่ทำอะไรเลย .. ทั้งนี้มองว่า คนทำกาแฟแต่ละแก้วนั้นควรเป็นคนเดียว น่าจะคล่องตัวกว่าทำ 2 คน

ครั้งแรกก็วางแผนไว้แบบนั้นแต่เมื่อถึงเวลาจริงผมเกิดอาการไม่ไว้ใจหุ้นส่วนแล้วครับ โดยเฉพาะเรื่องสตรีมนมกับทำช็อตกาแฟ จริงๆแล้วผมก็ไม่เก่งเทพอะไรแต่พอจะรู้หลักการอยู่บ้าง ผมจึงบอกกับหุ้นส่วนว่าไม่ต้องสตรีมนมแล้ว เดี๋ยวผมจะสตรีมเอง ส่วนการเทนมลาเต้หรือตักโฟมนมนั้น ยังคงเป็นหน้าที่ของหุ้นส่วนเหมือนเดิม

จุดอ่อนที่ผมห่วงมากมันแสดงผลออกมาตั้งแต่แก้วแรก ผมพอจำได้ลางๆได้หลังจากสตรีมนมเสร็จต้องทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้ฟองนมมันขึ้น ต้องกวนๆนมหรือหมุนๆนม และต้องฟักโฟมนมที่ไม่เนียนออกไปด้วย ก่อนที่จะทำจำได้ทุกอย่างแต่พอถึงเวลาจริงๆ ดูเหมือนผมกับหุ้่นส่วนจะลืมสนิท ได้แต่ทำๆไปตามอย่างที่เคยทำ

เผลอแป๊ปเดียว ร้านคู่แข่งอีก 2 ร้านนำกาแฟไปเสริฟ์ก่อน หุ้นส่วนผมยังละเลียดกับฟองนมอยู่เลย

ขนาด รูปลักษณ์ และปริมาณ

แข่งกาแฟสดลาเต้ร้อนทั้ง 8 แก้วได้เสริฟ์ไปยังคณะกรรมการแต่ละท่าน อ้อ..ผมลืมบอก คณะกรรมการที่มากกว่า 20 คนนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนหรือกองเชียร์ช่วยชิมของคณะกรรมการอีก ผมนึกว่าเป็นคณะกรรมการทั้งหมดเสียอีก แล้วที่คิดไว้อีกอย่างหนึ่งก็คือ นึกว่าคณะกรรมการจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบริษัท แต่แท้จริงแล้วก็คือพนักงานในบริษัท พูดง่ายๆก็คือผู้ทีคาดว่าอาจจะได้เป็นลูกค้าในอนาคต ถือว่าเอาคนซื้อหรือกลุ่มเป้าหมายมาเป็นคณะกรรมการ

หลังจากเสริฟ์ลาเต้ร้อนทั้ง 8 แก้ว ผมเหลือบหันไปดูกาแฟบนโต๊ะคณะกรรมการ พบว่ากาแฟแต่ละแก้วโดยชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อยเท่านั้น ก็คงจะไม่มีใครกินทั้งหมดเพราะต้องเหลือท้องไว้ชิมเมนูอื่นๆอีก แก้วร้อนร้านผมจะใช้แก้วกระดาษสีขาวสวมปลอกกาแฟ ส่วนร้านกาแฟอีกสองร้านใช้แก้วเนื้อแข็งใส ผมจึงเห็นร่องรอยของการกินกาแฟร้านอื่นแต่ไม่ใช่ร้านผมเนื่องจากความทึบของแก้ว

ไม่นานเกินรอ ทางเจ้าหน้าที่ก็มาแจ้งว่าให้ทำเมนูลาเต้เย็นต่อได้เลย ทำในจำนวน 8 แก้วเท่าเดิม ปรุงตามสูตรกาแฟที่ตัวเองถนัดและเสริฟ์ให้คณะกรรมการได้ทันทีเมื่อชงเสร็จ

จะแบ่งชั้นหรือไม่แบ่งชั้น?

โดยปกติแล้วเวลาผมกับหุ้นส่วนขายกาแฟกัน มักจะชอบแบ่งชั้นกาแฟกับนมเพื่อให้เกิดความสวยงาม อีกส่วนหนึ่งก็เพื่อแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าเป็นเครื่องดื่มที่ใส่นมสด แต่ในเวลานี้ผมอยากจะให้กวนกาแฟกับนมผสมกันไปเลย ผมค่อนข้างห่วงเรื่องความเย็นของกาแฟแต่ละแก้ว อยากให้กาแฟมันเย็นสุดๆแบบที่คณะกรรมการดูดได้เลยทันที

ขณะที่หุ้นส่วนผมกลับคิดต่างออกไป เขายังอยากจะนำเสนอกาแฟที่แบ่งชั่นระหว่างนมกับกาแฟ เขาเลือกที่จะรักษาเอกลักษณ์ลาเต้เย็นด้วยการเทนมลงไปก่อนแล้วตามด้วยน้ำแข็ง ปิดท้ายด้วยช็อตเอสเพรสโซ่ ผมอยากจะค้านวิธีการนำเสนอแต่ในเวลานั้นต้องปล่อยให้หุ้นส่วนตัดสินใจของเขาเอง

หลังจากเสริฟ์ลาเต้เย็นไปสักพักก็พบว่า กาแฟบางแก้วนั้นถูกดูดไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น กาแฟยังไม่ได้ถูกกวนให้เนื้อกาแฟกับนมรวมเป็นตัวเดียวกันเลย คณะกรรมการปล่อยไว้ให้กาแฟละลายไปเรื่อยๆ ผมเริ่มกังวลว่าเดี๋ยวพอเมนูคาปูชิโน่เย็นกับมอคค่าเย็นจะเป็นแบบนี้อีก จึงบอกกับหุ้นส่วน แต่หุ้นส่วนก็ยังยืนยันคำเดิมว่า เขาจะแบ่งชั้นระหว่างกาแฟและนม ละทิ้งความเย็นของกาแฟแต่เลือกแบ่งชั้นเครื่องดื่ม

เวลาผ่านไป

หลังจากที่เสริฟ์ลาเต้เย็นทั้ง 8 แก้วแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ได้มาแจ้งต่อว่าให้ทำเมนูกาแฟมอคค่าได้ต่อเลย คราวนี้ไม่ต้องทำถึง 8 แก้วแล้วแต่ทำแค่ 4 แก้วก็พอ เนื่องจากคณะกรรมการเริ่มมีอาการเอียนกาแฟกัน และคณะกรรมการก็ตั้งใจว่าจะแบ่งกาแฟกันชิม ผมมีความตื่นเต้นน้อยลง เริ่มทำช็อตกาแฟได้นิ่งขึ้น ไม่ได้ชั่งตวงผงกาแฟเหมือนแก้วแรกๆแต่ก็ไม่ลืมที่จะจับเวลาทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นมสดที่เตรียมไว้ 3 แกนลอนดูเหมือนจะไม่พอ ต้องเดือดร้อนน้องชายของหุ้นส่วนวิ่งไปซื้อนมที่เซเว่นใต้ตึกและต้องกลับไปที่ร้านเพื่อเอานมข้นผสมและน้ำเชื่อมมาเพิ่ม เมล็ดกาแฟที่เตรียมมาประมาณ 2 กิโลกรัม ก็กลัวว่าจะไม่พอด้วยเช่นกัน ขณะที่่ร้านกาแฟอีก 2 ร้านเปลี่ยนวิธีการเสริฟ์กาแฟแค่ครึ่งแก้ว ก็คือชงกาแฟเต็มๆแล้ว แล้วเทแบ่งครึ่งเป็น 2 แก้ว เพื่อให้มีใช้เพียงพอถึงเมนูสุดท้าย

การแย่งชิงพื้นที่ยังดำเนินต่อไป น้ำแข็งหมดไป 1 กระติก ต้องเปิดฝาใช้อีก 1 กระติก เศษน้ำแข็งก้นๆมีน้ำเปล่าจากน้ำแข็งละลายปนมากเกินไป หากใช้น้ำแข็งนี้จะทำให้กาแฟจืดเร็วมาก หุ้นส่วนผมไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย เขามีสมาธิต่อการปรุงส่วนผสมกาแฟแต่ละแก้วมากเกินไป


One Response to “ชิงทำเล#3 นำเสนอกาแฟสดให้คณะกรรมการ”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج