สูตรชานมเย็น

ชานมเย็นเป็นเครื่องดื่มที่ขายดีมานมนานแล้ว ตั้งแต่ร้านกาแฟโบราณ ร้านกาแฟสด เครื่องดื่มบรรจุขวด ระยะหลังมีการใส่สีใส่กลิ่นหรือใส่รสชาติเพิ่มเติมด้วย เช่น ชานมกลิ่นโกโก้ ชานมรสใบเตย ฯลฯ มีต้นทุนต่ำสามารถสร้างกำไรต่อแก้วได้สูง จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราเห็นร้าน ชานมไข่มุก ที่เน้นขายชาแต่เพิ่มความหลากหลายเข้าไป หรือจะเป็นร้านชาชัก ที่โชว์การชักชาสร้างจุดเด่นให้ร้านได้ แม้จะไม่รู้ว่ามันอร่อยหรือเปล่า

แม้ชานมเย็นจะขายดีแต่ก็สร้างปัญหาให้ร้านกาแฟสดก็คือ กระบวนการทำชานมเย็นน่ะสิครับ ที่ค่อนข้างยุ่งยาก ต่างจากชงกาแฟสดที่ขั้นตอนสั้นกว่า บทความนี้ผมจะบอกสูตรชานมเย็น วิธีการชงพร้อมกับข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีด้วย

อบใบชานมเย็น

ภาพชานมเย็น

วิธีทำสำเร็จ ชานมเย็น = ใบชา 75 กรัม + ต้มน้ำร้อน 2 ลิตร ต้มน้ำร้อนให้เดือดปุดๆ จากนั้นให้เอาใบชาใส่ลงในหม้อ แนะนำว่าหาซื้อแบบที่บรรจุผ้าขาวบางจะได้ไม่ต้องกรองใบชาออก หลังจากเอาใบชาใส่แล้วให้ปิดไฟและปิดฝาหม้อเพื่อกันกลิ่นชาออก ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ระหว่างทิ้งไว้อาจจะกวนๆใบชาหรือจุ่มๆใบชาเพื่อเอาความหอมของชาออก ส่วนสีของใบชาขึ้นอยู่ระยะของการต้ม ถ้าอยากให้สีเข้มๆจัดๆก็ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ถ้าให้สีมันอ่อนๆก็ทิ้งไว้แค่ 15 นาทีก็ได้ ส่วนตัวแล้วอยากให้ทิ้งไว้แค่ 30 นาทีพอ สีชากำลังสวยดีครับ

เมื่อทิ้งไว้ครบ 30 นาทีแล้ว ให้ตักใบชาออกให้หมดหรือกรองใบชาทิ้ง เราก็จะชาดำเย็นจำนวน 2 ลิตร จากนั้นให้ใส่น้ำตาลทรายขาว 2 ขีด กวนให้น้ำตาลทรายละลาย จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นจนอุณหภูมิปกติ หรือถ้าใจร้อนก็หาน้ำแข็งมาโป๊ะรอบๆหม้อจะได้เย็นไวๆ ใส่นมข้นหวาน 1 กระป๋อง (388 กรัม) และนมข้นจืด 1 กระป๋อง เป็นอันเสร็จ หลังจากนั้นให้หาภาชนะบรรจุชานมเย็นที่สะอาด ล้างด้วยน้ำยาล้างจานและลวกน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรค ถ้าภาชนะที่เก็บสะอาดจะสามารถเก็บได้ถึง 7 วัน

ข้อดีของวิธีนี้ก็คือ เราจะได้ชานมเย็นที่มีมาตรฐานทุกแก้ว เพราะสูตรกำหนดตายตัวอยู่แล้ว เวลาลูกค้าสั่งก็เทให้ลูกค้าได้เลย สะดวกและเร็ว ยิ่งเราแช่ชานมเย็นไว้ที่เย็นมากๆแล้วเทใส่แก้วเต็มน้ำแข็ง ยิ่งจะทำให้ชาโคตรหอมอร่อย  แต่ข้อเสียสำคัญก็คือ เวลาลูกค้าสั่งชานมเย็น แล้วเราเอาที่ชงสำเร็จแล้วมาให้ลูกค้า ลูกค้าจะรู้สึกว่าไม่ใช่ของดี เพราะร้านกาแฟสดควรจะชานมเย็นสดๆด้วย ฉะนั้นคุณค่าของชานมเย็นในสายตาคนซื้อจะลดลง ข้อเสียอีกอย่างคือ ชานมเย็นจะมีโอกาสเสียสูงมากถ้าภาชนะที่เก็บไม่สะอาดและไม่ได้เก็บในที่เย็น  นอกจากนั้นหากลูกค้าสั่งชานมเย็นหวานน้อยจะไม่สามารถทำให้หวานน้อยได้เพราะปรุงสำเร็จไปแล้ว

ทำชานมเย็นเสร็จครึ่งเดียว

อีกวิธีหนึ่งที่ร้านกาแฟสดนิยมใช้กันคือ ทำชาดำเย็นให้เสร็จ โดยไม่ใส่น้ำตาลทราย เสร็จแล้วกรองใส่ขวดเก็บไว้ในที่เย็น พอลูกค้าสั่งชานมเย็น เราก็เอาชาดำเย็นมาเทใส่แก้วประมาณ 5 ออนซ์ ใส่นมข้นผสม 3 ปั้ม ใส่น้ำเชื่อม 1 ปั้ม ก็จะได้ชานมเย็นปริมาณ 7 oz แล้วค่อยใส่น้ำแข็งเต็มแก้ว บางร้านที่อยากให้ดูมีคุณค่าหน่อยก็ใส่ส่วนผสมทั้งหมดในกระบอกเช็ค ใส่น้ำแข็งลงไปเล็กน้อยแล้วเขย่าๆๆ ก็จะได้ชานมเย็นที่ดูดีในสายตาของลูกค้าเพิ่มขึ้นและยังเพิ่มความหวานได้ตามที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย ข้อเสียคืออาจจะเสียเวลาในการทำเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ใส่ใบชากับเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่

นอกจากการใช้วิธีต้มใบชาแล้ว อาจจะใช้วิธีใส่ใบชาลงก้านอัดกับเครื่องชงเอสเพรซโซ่ก็ได้ แต่วิธีนี้ไม่แนะนำเพราะจะทำให้กลิ่นใบชาติดอยู่ที่หัวกรุ๊ปของเครื่อง พอมาชงกาแฟกลิ่นก็ปนเปหมด บางร้านอาจจะเพิ่มเครื่องชงเอสเพรซโซ่แบบถูกๆไว้สำหรับชงชาอย่างเดียว วิธีทำก็คือเอาใบชาใส่ก้านอัดให้เต็มจากกนั้นกลั่นชาออกมาประมาณ 4-5 ออนซ์ ใส่นมข้นผสม 3 ปั้ม ใส่น้ำเชื่อม 1 ปั้ม ก็จะได้ชานมเย็นปริมาณ 7 oz ข้อดีของวิธีนี้คือ เป็นชานมเย็นที่มีคุณค่าในสายตาลูกค้า เพราะชงสดให้เห็นต่อหน้า ข้อเสียคือ ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อเครื่องชงแยกเว้นแต่กลั้นใจใช้หัวชงเดียวกันกับชงเอสเพรซโซ่ และการกลั่นใบชาจากเครื่องชงจะไม่ได้กลิ่นหอมและสีชาเท่ากับการต้มใบชา ชาที่ได้จากการกลั่นจะร้อนมาก เมื่อผสมนมข้นหวานใส่น้ำแข็งจะทำให้น้ำแข็งละลายและจืดในท้ายที่สุด

ต้มใบชาแบบกาแฟโบราณ

วิธีสุดท้ายของการต้มชาคือ ถ้าร้านกาแฟพอมีพื้นที่ให้ตั้งเตาไฟฟ้าหรือเตาแก๊สไว้ ใช้วิธีการต้มชาแบบร้านกาแฟโบราณ คือต้มชาเสร็จแล้วอุ่นไว้ตลอดด้วยไฟเบาที่สุด พอลูกค้าสั่งแล้วค่อยตักน้ำชาออกมาใช้ ประมาณ 4-5 ออนซ์ ใส่ใส่นมข้นผสม 3 ปั้ม ใส่น้ำเชื่อม 1 ปั้ม ก็จะได้ชานมเย็นปริมาณ 7 oz ข้อควรระวังคืออย่าใช้ใบชาซ้ำกับน้ำต้มใหม่ เพราะสีกับกลิ่นจางไปหมดแล้ว พอใช้น้ำชาดำเย็นหมดแล้วก็ทิ้งใบชาไปเลย เอาใบชาใหม่มาใช้แทน

ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

สุดท้าย ไม่ว่าจะชงชาด้วยวิธีใดก็ตาม ชานมเย็นสำหรับร้านกาแฟสด ควรจะใช้ใบชาชงทีเดียวแล้วทิ้ง อย่าเอามาใช้ซ้ำเหมือนร้านกาแฟโบราณ ร้านกาแฟโบราณจะใช้ใบชาต้มซ้ำๆกันเพื่อให้สีออกแต่กลิ่นมักจะไม่หอมแล้ว และร้านกาแฟสดที่ขายชานมเย็น ควรจะใส่แต่นมข้นหวานไม่ควรใช้น้ำตาลทราย  ที่สำคัญอย่าทะลึ่งซื้อชานมเย็นแบบผงมา แบบนั้นลูกค้าซื้อกินที่ 7/11 ก็ได้ครับ

น้ำตาลทรายควรใช้ทรายขาว ไม่ควรใช้น้ำตาลทรายแดงเพราะกลิ่นน้ำตาลทรายแดงจะกลบกลิ่นชา นมข้นหวานและนมข้นจืดแนะนำยี่ห้อคาร์เนชั่น ส่วนตัวแล้วเคยใช้ยี่ห้ออื่นแล้วรู้สึกว่าความกลมกล่อมสู้คาร์เนชั่นไม่ได้ น้ำแข็งควรใช้น้ำแข็งก้อนสีเหลี่ยมใหญ่ หรือก้อนเล็กกลม ไม่ควรใช้น้ำแข็งบด  สุดท้าย พยายามชงชานมเย็นให้ต่างจากร้านกาแฟโบราณให้ได้ หากไม่มีความต่างแล้วลูกค้าคงหันไปกินชานมเย็นจากร้านกาแฟโบราณครับ

ผมทำภาพเมนูชานมเย็นไว้ด้วย เผื่อใครจะอยากพิมพ์ไว้แปะที่ร้านครับ  >>>คลิกที่นี่เพื่อโหลดภาพชานมเย็น <<< นอกจากชานมเย็น หาสูตรชานมไข่มุกได้ที่นี่ครับ ชานมไข่มุกก็มีต้นทุนต่ำและเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆด้วยครับ

9 Responses to “สูตรชานมเย็นสำหรับร้านกาแฟสด”

  • นิติพน พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับสูตรดีๆแบบนี้

  • kae พูดว่า:

    ขอบคุณสำหรับสูตรนะค่ะ ขอบคุณที่ทำให้มีอาชีพขอให้คุณมีความสุขความเจริญทุกๆด้านนะค่ะ

  • Jarunee พูดว่า:

    อยากทราบว่าใบชายี่ห้อไหนคะที่ใช้ต้มทำชานมไข่มุกและชาเขียวมัทฉะ

  • Jarunee พูดว่า:

    ตอนนี้กำลังจะเปิดร้านค่ะแต่ยังไม่มีสูตรชงแบบมาตรฐานรบกวนขอคำแนะนำค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

  • นภา พูดว่า:

    อยากทราบว่าชาและครีมเทียมยี่ห้อไหน ใช้ทำชานมไข่มุกดีค่ะ ขอบคุณค่ะ ^_^

เขียนความคิดเห็น

กาแฟสด กาแฟสด กาแฟสด
สูตรกาแฟสด
เมล็ดกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟของสมาชิก
ผลิตภัณฑ์กาแฟคั่ว
กลยุทธ์ทำร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟของลูกค้า
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
เตรียมตัวเปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟใน Pantip
แบรนด์ดิ้งร้านกาแฟ
ค้นหาข้อมูลในเว็บ
อบรมเปิดร้านกาแฟ
วัตถุดิบคอฟฟี่อินดี้
ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
เซมิโพรเสส
แจกภาพกาแฟฟรี
แจกภาพกาแฟ
โฆษณาร้านกาแฟฟรี!!
แนะนำร้านกาแฟฟรี
สมัครงานร้านกาแฟ
สมัครงานร้านกาแฟ
รับคั่วกาแฟ
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج