ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

เปิดร้านกาแฟยังไงให้เจ๊ง #1 ต้นทุนคงที่สูง

ผมเชื่อว่าหลายคนมักจะได้ยินว่า เปิดร้านกาแฟสดแล้วรวยเร็ว คืนทุนไว ลงทุนน้อย กำไรเยอะมากกกก เปิดยังไงก็ไม่เจ๊ง มีแต่รวยมากหรือรวยน้อย Entry นี้ จึงแนะนำวิธีทำร้านกาแฟให้เจ๊งครับ ในเมื่อทราบกันดีกว่า กาแฟนั้นเป็นเครื่องดื่มที่ทุกคนต้องบริโภคกันทุกวัน และเป็นกินกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มูลค่าหลายล้านเป็นรองแค่น้ำมัน มาดูวิธีการเปิดร้านกาแฟให้เจ๊งกันดีกว่าครับ

ค่าใช้จ่ายคงที่สูง

ต้นทุนร้านกาแฟค่าใช้จ่ายคงที่ หรือเรียกหรูๆว่า Fix Cost หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเท่าๆกันทุกเดือน อันได้แก่ ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าไฟ ค่าดูแลพื้นที่ส่วนกลาง ค่าใช้เหล่านี้ ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในที่คงที่ กล่าวคือ ไม่ว่าจะขายเครื่องดื่มได้มากหรือน้อยเท่าไหร่ ก็จำเป็นต้องจ่ายเท่าๆกันทุกเดือน จะขายกาแฟได้ 10 แก้วต่อวัน หรือ 300 แก้วต่อวัน ก็ต้องจ่ายเท่ากันตลอด

ตัวอย่างเช่น ค่าเช่าที่ขายกาแฟวันละ 200 บาท หรือ 6,000 บาทต่อเดือน ถ้าขายกาแฟในวันนั้น 100 แก้ว ก็ต้องจ่าย 200 บาทในเจ้าของสถานที่ หรือถ้าวันนั้นอยากหยุดชิลๆไปเที่ยวเล่น ไม่ได้ขายสักแก้วก็ต้องจ่าย 200 บาทให้เจ้าของสถานที่นะครับ

ค่าจ้างที่สูงขึ้น

ในกรณีจ้างลูกน้อง ถ้าวันนั้นขายกาแฟได้ 100 แก้วต่อวัน เจ้าของร้านก็ต้องจ่ายลูกน้องวันละ 300 บาทต่อวัน แต่ถ้าวันนั้นฝนตก ทำถนน แผ่นดินถล่ม มีก่อสร้างใกล้ๆ แต่ลูกน้องคนขยันมาทำงาน และขายไม่ได้สักแก้ว เจ้าขอบงร้านก็ต้องจ่ายลูกน้อง 300 บาทอยู่ดีนะครับบบบบ

ฉะนั้นแล้ว ค่าใช้จ่ายคงที่นั้น หมายถึง ไม่ว่าวันๆหนึ่งจะทำรายได้วันไหร่ จะไม่เปิดร้านกาแฟหรือเกิดเหตุอะไรก็ตามแต่ ไฟดับ น้ำไม่ไหล จราจลทางการเมือง ประกาศห้ามออกจากบ้าน จะเกิดอะไรก็ตาม เจ้าของร้านกาแฟก็ต้องจ่ายค่าเช่าสถานที่และก็ต้องจ่ายให้กับลูกน้องนะครับ

สิ่งเหล่านี้เรียกกว่าเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องจ่ายเป็นตัวเงินที่แน่นอน และมีแนวโน้มจะสูงเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น ลูกน้องคนหนึ่งทำงานชงกาแฟที่ร้านมาได้ 3 เดือนแล้ว ตอนนี้เป็นโคตรเซียนบาริสต้า ชนิดที่เห็นหน้าลูกค้า 500 เมตร ก็กลั่นเอสเพรซโซ่รอได้เลย พร้อมจะปรุงเครื่องดื่่มที่กระชากใจเสริฟ์ให้ค่าจ้างคนชงกาแฟ

แน่นอนครับว่า ระยะเวลา 3 เดือนในการดูแลร้านกาแฟและใส่ใจกับลูกค้าแบบนี้ ถือได้มีความพร้อมในการลีลาและเพิ่มค่าตัว ด้วยการเรียกร้องค่าแรงจากวันละ 300 บาทเป็น 350 บาทต่อวัน ถ้าไม่ให้ก็จะไม่มาทำงานให้นะจ๊ะ

เจ้าของร้านที่มีกิจการหลายอย่างหรือมีงานประจำก็ต้องผ่อน เจรจายอมความหาจุดที่ใกล้เคียง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถ้าเจ้าของร้านไม่อยู่ ผมเห็นยอมกันทุกคนล่ะครับ เท่านี้ค่าใช้จ่ายคงที่ก็จะเพิ่มวันละ 50 บาท หรือ 1,500 บาทต่อเดือน

ค่าจ้างที่สูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ายอดขายในร้านกาแฟนั้นจะสูงขึ้นตาม ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นหมายถึงภาระที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้าง ในชั่วโมงเวลาเท่าเดิมและทำงานเท่าเดิม ลูกจ้างได้เงินเพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรของนายจ้างลดลง

สำหรับร้านกาแฟที่มียอดขายสูงๆไม่ค่อยเป็นปัญหาหรอกครับ แต่สำหรับร้านกาแฟที่กระอักกระอ่วนอยู่ ลุ่มๆดอนๆ เมื่อค่าใช้จ่ายต้องเพิ่มขึ้น 1,500 บาทต่อเดือน ก็ทำให้กระวนกระวายใจได้ไม่น้อย และสำหรับร้านกาแฟที่มีลูกน้องหลายคน บางร้านมีเรื่องอาหารหรือเบเกอรี่ หรือจำนวนโต๊ะที่มากกว่า 5 โต๊ะขึ้นไป ผมว่าถึงกับปาดเหงื่อเหมือนกันล่ะครับ

ในฐานะเจ้าของร้านกาแฟ การควบคุมค่าจ้างลูกน้องนั้น จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างความสามารถในการทำกำไรของร้าน และภาระหน้าที่ของลูกจ้าง ผมเคยพบว่า ร้านกาแฟที่มียอดขายสูงๆ หนักๆ งานเหนื่อยๆ มีคนที่ดูแลร้านกาแฟเพียง 2-3 คนเท่านั้น จำนวนคนที่มากกว่านี้ ทำให้การทำงานลดลงไปเฉย ประมาณว่ามีคนช่วยเยอะ ทำๆไปเดี๋ยวก็เสร็จ

คุณภาพนักงานในร้านกาแฟ มีความสำคัญกว่าปริมาณพนักงาน แต่จะหาคนเก่งเทพได้นั้นก็ไม่ง่ายครับ

ค่าเช่าที่สูงขึ้น

ผ่านไป 6 เดือน ด้วยเศรษฐกิจที่ครุกรุ่นๆ เจ้าของสถานที่มีเงินไม่พอจะส่งลูกเรียนเมืองนอก ก็เลยมาแจ้งกับเจ้าของร้านกาแฟว่า ตอนนี้อะไรๆก็แพงไปหมด มีความจำเป็นต้องเพิ่มค่าเช่าเพื่อให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจในปัจจุบัน พร้อมยกตัวอย่างค่าเช่าสถานที่ละแวกใกล้เคียง

ซึ่ีงแน่นอนกว่าก่อนจะเพิ่มค่าเช่านี้ ได้มีการตรวจสอบแล้วว่า ร้านกาแฟมีลูกค้าติดมากน้อยแค่ไหน แถมประเมินรายรับในแต่ละวันได้ เมื่อถึงเวลาก็แจ้งไปโลดว่า ต้องเพิ่มค่าเช่าให้เหมาะสมกับเศรฐกิจในปัจจุบันนะค่าาา

ค่าสถานที่ร้านกาแฟเจ้าของร้านกาแฟที่เริ่มขายได้สักพัก ลูกค้ากำลังติดกาแฟ กำลังไปได้สวย ก็ต้องเจอกับภาระที่จ่ายเพิ่มหน้าตาเฉย ครั้นจะไม่จ่ายก็ไม่ได้ ครั้นจะวิ่งไปหาสถานที่ใหม่ก็ต้องเริ่มหาลูกค้าใหม่อีก เลยต้องยอมจ่ายค่าเช่าเพิ่มเพื่อให้มีกินต่อปายยยยยยยยยยยย

ค่าใช้จ่ายคงที่เหล่านี้ ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่น่ากลัว ซึ่งมักจะแลกเปลี่ยนกับความเข้าถึงของลูกค้า ยิ่งค่าใช้จ่ายคงที่สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความจำเป็นต้องขายให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านั้น แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ราคาขายกาแฟนั้นยังคงเดิม

ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น เป็นค่าใช้จ่ายคงที่และมักจะเกิดขึ้นกับทุกๆร้าน โดยธรรมชาติแล้วเจ้าของสถานที่ชอบที่จะเพิ่มราคาค่าเช่าเมื่อเห็นว่าผู้เช่านั้น มีเงินเข้าร้านจำนวนมาก มีลูกค้าที่ติดเครื่องดื่มจากทีี่ร้าน โดยให้เหตุผลต่างๆ มันเป็นเรืองปกติที่จะเกิดขึ้นครับ

ผมเคยเจอร้านกาแฟที่เจอค่าเช่าจากหนึ่งหมื่นสองพันเป็นสองหมื่นในระยะเวลาหกเดือน ไอ้เจ้าของร้านกาแฟก็ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ จะเลิกสัญญาก็พร้อมที่จะมีรายอื่นเข้ามาจับจอง ไอ้จะเช่าต่อก็หมายถึงกำไรที่หดหายไป มันเป็นความรู้สึกถึงความโหดร้ายของโลกร้านกาแฟ

สิ่งที่่ร้านกาแฟทำได้คือการทำคำมั่นสัญญากับเจ้าของสถานที่ว่าจะไม่เพิ่มค่าเช่าสูงกว่าที่เป็นอยู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง พูดแล้วก็ดูดีล่ะครับแต่เอาเข้าจริงแล้ว เจ้าของพื้นที่จะเพิ่มซะอย่างยังไงมันก็เพิ่มครับ ถ้าไม่พร้อมจะจ่าย ยังคงมีร้านกาแฟอื่นๆพร้อมจะรับช่วงตลอดครับ

เปิดร้านกาแฟยังไงให้เจ๊ง #2 ค่าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น

 


One Response to “เปิดร้านกาแฟยังไงให้เจ๊ง #1 ต้นทุนคงที่สูง”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج