ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ EM18
        
โปร Hot

โปรชุดเปิดร้านกาแฟ

ชุดโปรโมชั่น B1

โปร โดซานต้า 3 ปุ่ม

ชุดบัตเตอร์ฟลายและเดลิซิโอ้


รู้จักคู่แข่งร้านกาแฟ

การเปิดร้านกาแฟสดหลีกเลี่ยงเรื่องคู่แข่งไม่ได้ เคยมีคนวิเคราะห์ 5 Force โมเดลไว้ว่าธุรกิจกาแฟสด เป็นธุรกิจที่ไม่มีบาเรียป้องกัน แปลความหมายก็คือ ใครจะเปิดร้านกาแฟสดก็ได้ ก็คือทุกคนที่มีเงินอย่างต่ำ 30,000 บาท ก็เปิดร้านกาแฟสดได้แล้ว  มีเงินน้อยก็ลงทุนพอประมาณ มีเงินทุนเยอะก็ลงทุนซื้อเครื่องไม้เครื่องมือดีๆหน่อย ผมเคยเขียนไว้ในบทความเก่าๆไว้ว่า เมื่อไหร่ที่คุณมียอดขายดี เริ่มสะสมลูกค้าประจำได้ ใกล้ๆเกือบจะมียอด 100 แก้วต่อวัน เพื่อนร่วมอาชีพคุณจะมาหาขายเป็นเพื่อนครับ เป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน

บ้านเราประเทศทุนนิยม ใครอยากขายอะไรก็ขาย ใครจะอยากทำอะไรก็ทำ จะหาเงินด้วยวิธีไหน แบบไหน ไม่มีใครว่า ตราบใดที่ยังทำบนพื้นฐานของกฏหมายและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร  เมื่อไหร่ที่คุณเปิดร้านกาแฟ นั้นหมายความว่า คุณกำลังแย่งลูกค้าจากร้านกาแฟร่วมอาชีพไปแล้ว เช่นเดียวกันถ้ามีใครมาเปิดร้านกาแฟใกล้ๆคุณทีหลัง คุณก็อาจจะเสียลูกค้าได้เช่นกัน หนึ่งแก้วที่ลูกค้าซื้อดื่ม เงินที่ได้จากการขายกาแฟหมายถึงอีกร้านหนึ่งที่ไม่ได้ขาย ..

Entry นี้จึงจำแนกระดับความน่ากลัวของคู่แข่ง ไม่ใช่ให้เกิดความกลัวแต่เพื่อเรียนรู้ ตั้งรับและปรับตัวให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ระดับน่ากลัวน้อยๆจนน่ากลัวชิบหาย! รวมถึงแนวทางที่จะเปิดร้านกาแฟให้อยู่รอดในสถานการณ์ที่ร้านกาแฟที่มีมากกว่ารถเข็นขายขนมครก

ศักยภาพคู่แข่งร้านกาแฟ

เมื่อก่อนผมคิดว่าร้านกาแฟที่น่ากลัว สามารถแย่งลูกค้าจากร้านอื่นๆได้ ก็คงจะเป็นร้านกาแฟอินดี้แบบเราๆท่านๆที่มีใจรักกาแฟ พยายามทำร้านกาแฟให้มีจุดเด่นและแตกต่างจากตลาด พยายามทำแบรนด์ดิ้งร้านกาแฟของตัวเองและสื่อสารตัวตนของเราผ่านการกลั่นเอสเพรสโซ่ชั้นเลิศ

แต่เมื่อขายไป 2 ปี ความคิดก็เปลี่ยน ร้านกาแฟหลายรูปแบบตั้งแต่คีออส หรือเป้นร้านมีโต๊ะนั่งแค่ 2 โต๊ะหรือรถเข็นแบรนด์ชื่อดัง ต่างก็มีจุดยืน ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกหลากหลาย เมื่อผ่านไประยะหนึ่งตลาดก็จะเริ่มลงตัว กลายเป็นว่าลูกค้าใครลูกค้ามัน เผลอเมื่อไหร่ก็ไปซื้อกาแฟร้านอื่นแทน ชงแปลกนิดหน่อยลูกค้าก็เปลี่ยนร้านซื้อ เปิดร้านสายไปหน่อยลูกค้าก็รอไม่ได้ไปซื้อร้านคู่แข่งแทน ท้ายสุดแล้วลูกค้าก็วนเวียนอยู่แถวนั้นล่ะครับ ไม่หายไปไหนแต่อาจจะเปลี่ยนร้านซื้อก็มีบ้าง (เว้นแต่ย้ายที่ทำงานย้ายบ้าน)

แต่ก็จะมีร้านกาแฟบางประเภท ที่เข้ามาในตลาดเมื่อไหร่ จะสร้างปรากฎการณ์แปลกๆในตลาดเกิดขึ้น จากที่คนแถวนั้นไม่ดื่มกาแฟสดกันก็กลายเป็นติดกาแฟกันงอมแงม จากที่เคยซื้อกาแฟดื่มวันละแก้วก็กลายเป็นกินวันละ 3-4 แก้ว จากที่เคยเรียกกาแฟเย็นก็กลายมาเป็นคาปูชิโน่เย็น และหากร้านกาแฟไอ้แบบนี้เกิดขึ้นในย่านใดก็ตาม ผมคิดว่าร้านกาแฟละแวกนั้นจะอยู่รอดยากมาก หรืออาจจะรอดได้แต่ก็ไม่รวย ร้านกาแฟนั้นก็คือคัดสรรของซีพีครับ

ผมเคยค้นข่าวทางกูเกิ้ลเกี่ยวกับบร้านกาแฟคัดสรร หรือหาข่าวผ่านทาง NewsCenter ก็หาข่าวยากมาก ข่าวล่าสุดที่ออกมาก็เมื่อกลายปี 2554 ก่อนน้ำท่วม จากนั้นจน ณ ตอนนี้ยังไม่เห็นมีข่าวกาแฟคัดสรรอีกเลย ไม่รู้ว่าเิดินเกมส์เงียบๆแข่งกับอเมซอนอยู่หรือเปล่า

ล่าสุดไปเจอเฟสบุคของกาแฟคัดสรร  http://www.facebook.com/welovekudsan เพื่อสร้างหน้าเฟสบุคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2555 นี่เอง    ในเฟสบุคมีจำนวนสาขามาบอกกับลูกค้า ส่วนใหญ่อยู่ในกทม. ที่เหลืออยู่ในจังหวัดอื่นๆ ผมเ็ห็นแล้วก็ช็อค ไม่คิดว่าจะเพิ่มจำนวนสาขาได้เร็วขนาดนี้ แถวบ้านผมก็มีเซเว่นที่มีกาแฟคัดสรรเปิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนี้เห็นขายเรื่อยๆ ทั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีร้านกาแฟสดก็ไม่เห็นใครกิน ระแวกบ้านผมก็เป็นชุมชน กินกันแต่กาแฟโบราณทั้งนั้น ตอนนี้เอะอะก็ฝากซื้อกาแฟเซเว่นที่หน้าปากซอย ร้านกาแฟโบราณก็ดูจะเงียบไปถนัดตา

อย่างที่เกิ่นไว้ว่า ครั้งหนึ่งผมคิดว่าร้านกาแฟที่น่ากลัวคือร้านกาแฟที่มีเงินทุนเยอะ สามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบแต่ละแก้วได้ ทำให้กำหนดราคาต่ำกว่าตลาด แต่ตอนนี้ผมว่าร้านกาแฟคัดสรรเนี่ยแหละน่ากลัวที่สุดแล้ว เนื้อหาข้างล่างผมแบ่งระดับความน่ากลัวของคู่แ่ข่งที่มาเิปิดร้านกาแฟ โดยใช้อารมณ์และเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ วิเคราะห์จากสายตาที่เห็นและประสบการณ์ที่เจอมา โดยจะอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันเสรีและมีจำนวนคนดื่มกาแฟสูง กล่าวคือ ในพื้นที่นั้นๆไม่ได้เป็นพื้นที่เปิดร้านกาแฟผูกขาดอย่างในโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ลฯล แต่เป็นพื้นที่อิสระที่ใครจะขายอะไรก็ได้ ตราบเท่าที่คนขายยังมีเงินทุนและยังมีคนกินกาแฟครับ

ระดับความน่ากลัวของคู่แข่งร้านกาแฟ

น่ากลัวระดับ 1  คู่แข่งที่ซื้อแฟรนไชส์ ผมคิดว่ากลุ่มคนที่ซื้อแฟรนไชส์นั้นจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก เนื่องจากพวกเขาจะถูกกำหนดสูตรกาแฟตายตัวอยู่แล้ว ชื่อเสียงแฟรนไชส์ในตลาดก็ไม่ได้ีดีอะไรมากมาย อาจจะมีส่วนสำคัญให้ลูกค้ามาซื้อบ้าง แต่สุดท้ายลูกค้าก็จะพิจารณาจากรสชาติ ราคา  กลุ่มคนที่ซื้อแฟรนไชส์จะมีข้อจำกัดเรื่องการใช้วัตถุดิบ (ก็คือไม่สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบหลักบางอย่างตามที่ตัวเองต้องการได้ เนื่องจากทำสัญญาไว้ ) จึงทำให้ปรับตัวแ่ข่งขันในตลาดยาก ส่วนตัวผมเคยมีร้านกาแฟแฟรนไชส์มาแข่งอยู่ แต่ท้ายสุดก็หายไป

กลุ่มคนที่ซื้อแฟรนไชส์จะน่ากลัวเป็นพิเศษ ถ้าหากผู้ขายแฟรนไชส์มีระบบสนับสนุนที่ดี และสร้างจุดแข็งให้ร้านกาแฟแต่ละสาขาที่ขายไปได้ แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเห็น พอขายแฟรนไชส์แล้วก็มักจะปล่อยๆไป อาศัยสัญญาผูกมัดให้ซื้อวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว จึงเป็นภาระของผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่้ต้องพยายามทำตลาดด้วยตัวเอง บนเงื่อนไขผูกมัดที่ว่าด้วย

น่ากลัวระดับ 2 คู่แข่งประเภทที่อยากจะเปิดร้านกาแฟ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ยินข่าวมาว่ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกทม. จัดอบรมการสร้างอาชีพให้นักศึกษาชั้นอุดมศึกษาปีสุดท้าย โดยธุรกิจหลักที่จะนำมาอบรมนั้น คือการเปิดร้านกาแฟ! เหตุผลก็คือ ร้านกาแฟอยู่ในช่วงเจริญเติบโตและเป็นที่นิยม ทางมหาวิทยาลัยจึงหยิบธุรกิจกาแฟมาเป็นแนวทางให้นักศึกษาก่อนเรียนจบ โดยจะมีอาจารย์สอนวิธีเขียนแผนธุรกิจกาแฟและจะมีผู้ประกอบการร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จแล้วมาบรรยายด้วย

กลุ่มที่อยากเิปิดร้านกาแฟกลุ่มนี้ จะอยากทำร้านกาแฟเฉยๆ อยากมีร้านกาแฟ แต่ไม่ได้หวังจะรวยมากๆจากการทำร้านกาแฟ แรกๆก็มาร้านกาแฟเป็นประจำ ทำสื่อทำป้ายโฆษณา ทำโปรฯ ผ่านไป 3 เดือนก็จ้างเด็กมาขายกาแฟแทน จากนั้นก็ไ่่ม่มาที่ร้านอีกเลย ร้านนั้นก็ขายไปเรื่อยๆ ยอดขายที่ประมาณการณ์ก็ไม่น่าจะเกิน 30-40 แก้วต่อวัน

ที่ว่าไม่น่ากลัวก็เพราะ เจ้าของร้านรวยอยู่แล้วครับ แค่มาเปิดร้านกาแฟเล่นๆเปิดเฉยๆ ขายได้เยอะก็ดีไป ขายไม่ได้ก็ไม่เสียหายยังมีเงินใช้อยู่ตลอด เจ้าของร้านจึงไม่ได้ใส่ใจหรือทุ่มเทกับร้าน

เช่นเดียวกับกลุ่มนักศึกษา เดี๋ยวมีเห็นมีนักศึกษาอยากเป็นผู้ประกอบการเอง ไม่อยากทำงานเป็นลูกจ้าง ก็เลยอยากเปิดร้านกาแฟ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นร้านกาแฟด้วย ในเมื่อธุรกิจอื่นๆมีอีกเป็นร้อยเป็นพัน น้องๆนักศึกษาที่อยากเปิดร้าน ส่วนหนึ่งก็มีเงินทุนพอประมาณจากที่บ้าน บวกกับหัวใจที่อยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากจะลองวิชาที่ร่ำเรียนมา

แต่เมื่อลงตลาดจริงเมื่อไหร่ ลงทุนจริง ต้องเปิดร้านเอง เก็บร้านเอง ทำไปสักพักก็จะเริ่มเบื่อและเลิกซะก่อน ถ้าน้องๆนักศึกษาไม่เอาใจใส่ก็จะหายไปจากตลาด ผมเองก็มาจากนักศึกษาด้วยเช่นกัน ยังไม่ได้ลองทำงานออฟฟิศ อยากจะลองของโดยเปิดร้านกาแฟนี่แหละ เพิ่งจะรู้ความจริงว่าไอ้ที่เอามาจากตำรามันใช้ไม่ได้ทุกเรื่อง

น่ากลัวระดับ 3 คู่แข่่งร้านกาแฟอินดี้อย่างที่ๆเราเปิดๆอยู่กันล่ะครับ คนเปิดร้านกาแฟอินดี้จะแสวงหาข้อมูลและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ผมมีเพื่อนอยู่คนที่เปิดร้านกาแฟอินดี้นี่แหละ เทลาเต้อารท์ได้สวยมาก จำชื่อลูกค้าได้หมด ตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายบุคคลได้ ผมคิดว่าตัวเองโชคดีด้วยซ้ำที่ไม่ได้เปิดเป็นร้านคู่แข่งกับเขาโดยตรง โชคดีที่เขาหรือผมเปิดห่างกันอยู่เกือบกิโลฯ เขาจึงไม่ได้เป็นคู่แข่งผม แต่ใครไปเปิดแถวนั้นคงต้องเหนื่อยพอสมควร

ที่ดูน่ากลัวก็เพราะว่าพวกเขาจะเอาใจใส่ร้านกาแฟมากๆ เรียกว่าเป็นวิถีชีวิตเลยก็ว่าได้ เช้ามาเปิดร้านกาแฟมาปรับเครื่องบดเมล็ดกาแฟ ทดสอบชงเทสก่อนลูกค้าจะมาซื้อ พอตกบ่ายก็เทสอีกรอบ มีโปรฯใหม่ๆ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า มีใจรักกาแฟอย่างแนบแน่น วันไหนไม่ได้เสพกาแฟหรือจับก้านอัดจะเป็นจะตายให้ไ้ด้ เพราะแรงผลักดันตรงนี้ทำให้ร้านกาแฟอินดี้หลายท่าน พยายามทำทุกอย่างให้ร้านกาแฟนั้นออกมาดีที่สุด และสู้จนตัวตายจริงๆ

หลายคนที่เปิดร้านกาแฟอินดี้จะมีพื้นหลังจากคนชอบทานกาแฟ หลงรักในกาแฟอยู่แล้วจึงเป็นพลักผลักดันให้อยากเปิดร้านกาแฟ บางคนถึงกับกู้ยืมเงินมาลงทุนเปิด เมื่อมีเรื่องเงินทองมาเกี่ยวข้องก็ยิ่งเร่งให้พัฒนาร้านกาแฟตัวเองอยู่ตลอดเวลา ผมเชื่อว่าหลายคนที่อ่านเว็บนี้ก็น่าจะเป็นคล้ายๆกันผมเองก็เป็นแบบนี้

คนกลุ่มนี้รวมทั้งผม ผมเชื่อเอาเองว่าถ้าหากเปิดร้านกาแฟไปสักระยะอาจจะ 2-3 ปี ก็จะเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำธุรกิจได้และจะเริ่มมองตลาดได้เก่งมากขึ้น คนที่เก่งจริงๆก็จะสามารถยกระดับตัวเองไปอยู่ในแนวหน้าวงการกาแฟได้ จะเริ่มขยายธุรกิจตัวเองในแนวลึกขึ้น เริ่มขายวัตถุดิบบางอย่างที่เกี่ยวกับกาแฟมากขึ้น โชคดีที่ว่าเท่าที่ผมเห็นส่วนใหญ่จะหยุดที่ 1 สาขาเท่านั้น เพราะเมื่อไหร่ที่จะเพิ่มสาขาแล้ว จะเริ่มมีัปัญหามันจำเป็นต้องเก่งมากกว่าเรื่องกาแฟแล้วครับ ต้องเก่งเรื่องการทำธุรกิจกาแฟด้วย

น่ากลัวระดับ 4 กลุ่มคนที่รวยจากทำร้านกาแฟโดยเฉพาะ ผมเชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอร้านกาแฟที่แบบว่า ขายถูก รสชาติพอกินได้ ทำเลก็ดีสุดยอด กลุ่มนี้มักจะเริ่มทำร้านกาแฟมาหลายปีแล้ว ผมเคยเจอคนๆหนึ่งทีีมีส่วนในวงการวิชาการกาแฟ มีส่วนในวงการการผลิตเครื่ืองไม้เครื่องมือของธุรกิจกาแฟ ท่านเป็นอาจารย์ด้วย แกบอกกับผมว่าแกอยู่ในวงการกาแฟมีเกือบ 10 ปีแล้ว ตอนนี้มีร้านกาแฟ 4 ร้าน … แต่ละร้านอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของในแต่ล่ะย่าน แต่ละวันก็จะมีรถตู้รับส่งพนักงานไปประจำร้าน

มันจึงไม่ใช่แค่เปิดร้านกาแฟครับ แต่มันกลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินจากการเปิดร้านกาแฟ โมเดลเปิดร้านกาแฟหลายๆสาขาๆ โดยลงทุนในแต่ละสาขาต่ำมากๆ เปิดเป็นแบบคีออสเท่านั้น ทำให้เพิ่มจำนวนสาขาได้เยอะ ขณะที่ขายราคาต่ำทำให้เ้ข้าตลาดได้เร็ว พวกเขาเก่งในเรื่องทำเล และการตัดสินใจเลือกทำเลเพื่อเ้ข้าสู่ตลาดได้เก่ง เผลอๆเก่งเรื่องพวกนี้มากกว่าเรื่องชิมกาแฟ ชงกาแฟซะอีก เท่าที่ผมเจอ 2-3 คนที่ทำร้านกาแฟโมเดลนี้ มักจะเริ่มมาหลายปีแล้วครับ เริ่มต้นแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้วนู้น

พวกเขามองการแข่งขันจากภาพรวม ไม่ได้มองการแข่งขันแบบแบ่งเป็นย่า่นๆ เช่น อย่างผมเวลามองการแข่งขันก็จะมองแค่คู่แข่งที่อยู่ในละแวกนั้น พฤติกรรมการดื่มกาแฟในย่านนั้นๆ แต่คนกลุ่มนี้มองแค่ว่าในทำเลย่านนั้นๆขายกาแฟได้รึเปล่า ถ้ามีที่ทางนิดเดียวก็เปิดร้านได้เลย   ด้วยราคาที่เท่ากันหรือต่ำกว่าตลาด จากนั้นก็ปล่อยให้ตลาดหรือคนซื้อกาแฟเป็นผู้ตัดสินใจเอง ถ้าดีทำกำไรก็ทำต่อ ถ้าไม่รอดก็เลิก เปลี่ยนที่ขายใหม่ อย่าลืมว่าพวกเขาลงทุนต่ำกว่าใครทั้งหมด และรวมถึงต้นทุนกาแฟต่อแก้วก็ต่ำด้วย คล้ายๆว่าอาจจะแพ้ศึกแต่ชนะสงครามในภาพรวม

ที่น่ากลัวก็เพราะ ถ้าเขามาเปิดร้านกาแฟอยู่แล้ว แล้วผมไปเปิดก่อนหรือเปิดหลังก็ตาม พวกเขาก็ขายต่อไปอยู่ดีครับ แค่คำนึงถึงกำไรที่จะได้รับในร้านนั้นๆ ไม่ได้สนใจว่ามีร้านใหม่มาเปิดหรือไม่ ร้านนั้นมาแย่งลูกค้าหรือเปล่า พวกเขาเงินทุนสูงและมีประสบการณ์มายาวนาน ขณะที่ผม ร้านกาแฟอินดี้เล็กๆ ต้องดิ้นเพื่อสู้กับร้านกาแฟในลักษณะนี้ เนื่องจากมีแค่ร้านเดียว ถ้าขายไม่ได้ โดนแย่งลูกค้าก็หมายถึงการปิดกิจการ

ตัวอย่างหนึ่ง มีย่านถนนสายกาแฟที่หนึ่ง บริเวณนั้นมีร้านกาแฟราวๆ 10 ร้าน แต่ใครจะรู้หรือเปล่าว่า ร้านกาแฟกว่าครึ่งนั้นมีเจ้าของคนเดียว?! จะไปซื้อร้านไหนก็ต้องเจอเจ้าของเดียวกัน แน่นอนว่าแต่ละร้านก็ทำแบบหรือสูตรไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ร้านอื่นที่ทำโดยคนอื่นๆก็ทำได้เพียงแค่อยู่ได้แต่ไม่รวย รอดแต่ไม่ล่ำซ่ำนั้นเอง ทุกวันนี้ผมก็เจอร้านกาแฟแบบนี้อยู่ 2 ร้าน เจ้าของทั้ง 2 ร้านเหมือนกันเป๊ะๆ ก็คือมีหลายสาขา แต่ละสาขาๆเล็กๆ แต่ก็ขายได้ดีเหมือนกัน

ในอดีตเคยมีวลีหนึ่งที่ว่า คนเก่งไม่กลัว กลัวคนขยัน .. ปัจจุบันอาจจะเป็นว่า คนขยันไม่กลัว กลัวพวกมีเงินทุนและประการณ์ ผมเองก็อยากขยับตัวเองไปอยู่ในจุดที่มีร้านกาแฟหลายๆสาขาได้ แต่ความสามารถและเงินทุนแล้ว ทำไม่ได้จริงๆ

น่ากลัวระดับ 5  กาแฟคัดสรรจากซีพี อันนี้ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ที่ไหนที่มีร้านกาแฟคัดสรร บริเวณรอบนั้นจะไม่มีร้านกาแฟอะไรเกิดขึ้นเลย หรืออาจจะมีแต่เป็นร้านกาแฟที่เงียบเหงามาก จนเดาได้ว่าีอีกไม่นานต้องประกาศเซ๊งแหงๆ

ทุกธุรกิจไม่เว้นแม้แต่กาแฟ ผู้ที่น่ากลัวที่สุดคือผู้ที่มีเงินทุนมหาศาลและแข่งขันได้ในทุกระดับ กาแฟคัดสรรเป็นแค่หน่วยหนึ่งในธุรกิจของซีพี ที่สร้างขึ้นเพื่อทำกำไรในอนาคต กลายเป็นว่าเซเว่นหรือซีพีนั้นมีทุกอย่าง คือทุกอย่างจริงๆ แล้วมีขายในระดับราคาใกล้เคียงหรือเท่ากับตลาดด้วย

ผมไปยืนดูเมนูกาแฟในซีพี กาแฟเย็นขาย 35 บาททุกแก้ว ขณะที่ร้านกาแฟอินดี้อย่างพวกเราก็ขายกาแฟเย็น 35 บาทเช่นกัน บางร้านขายแพงกว่าด้วย..  ในเมื่อราคาเท่ากันแล้ว ทำไมลูกค้าจึงจะไม่ซื้อกาแฟคัดสรร หันมาซื้อกาแฟของเราแทน? เป็นโจทย์ที่ผมคิดว่า ชาิตินี้อย่าให้ต้องคิดเลยครับ แค่คิดก็มืดแปดด้านแล้ว

ตอนร้านกาแฟคัดสรรเกิดขึ้นครั้งแรก ผมคิดว่าน่าจะเป็นเหมือนร้านกาแฟอเมซอนที่ไม่สามารถรักษามาตรฐานรสชาติกาแฟแต่ละแก้วไ้ด้ ประกอบกับกาแฟแต่ละแก้วมีราคาสูง แก้วละ 50-60 บาท ยังไงลูกค้าก็เลือกกาแฟโดยพิจารณาจากราคาด้วยอยู่แล้ว แต่กาแฟคัดสรรไม่ใช่เช่นนั้น กาแฟคัดสรรมีระบบรักษามาตรฐานกาแฟแต่ละแก้วสูงมาก ผมเห็นเครื่องชงบางสาขานี่ตัวละ 100,000 ขึ้นทั้งนั้น เครื่องชง 2 หัว เครื่องบดก็ใช้อย่างดี แต่ดันขายแก้วละ 35 บาท ผมเคยเห็นพนักงานชงกาแฟแล้วกลั่นน้ำออกมาเร็วไป พนักงานเทช็อตกาแฟทิ้ง ชงใหม่เลย ไม่เสียดายไอ้ที่เททิ้งเลย (ก็คนชงไม่ได้จ่ายนี่หว่า)

ได้ยินมาว่าซัพพลายเออร์ที่ส่งวัตถุดิบให้กาแฟคัดสรรเห็น ก็เป็นผู้ผลิตกาแฟยักษ์ใหญ่ในวงการเช่นกัน  เมื่อ 2 ยักษ์รวมกันแล้วผู้ใดจะสู้ได้ล่ะเน้อ? เมื่อสัปดาห์ก่อน แถวร้านกาแฟผมมีร้านเครื่องเสียงเก่าๆขายมา 20 กว่าปี ขนาด 2 คูหา จู่ๆก็เลิกขายไปเฉยๆ มีรถมาขนอุปกรณ์ก่อสร้างกันใหญ่ ครั้งแรกผมนึกว่าจะโดนกาแฟคัดสรรซะแล้ว เนื่องจากพื้นที่ขนาด 2 คูหานั้น เพียงพอจะเปิดเบเกอร์รี่คัดสรรได้ โชคดีที่กลายเป็นโลตัส ร้านผมจึงรอดตัว ไม่ต้องเผชิญร้านคัดสรร ครั้งนี้ยังรอดอยู่แต่คราวหน้ามันก็ไม่แน่ ..

สรุป

ไม่ว่าคู่แ่ข่งจะเป็นใคร อนาคตอาจจะเป็นผมหรืออาจจะเ็ป็นคุณ จะเป็นแฟรนไชส์หรืออินดี้ หรือจะกาแฟคัดสรร เราก็ต้องมองหาทางพัฒนาร้านกาแฟให้ดีขึ้นเสมอ แต่การพัฒนาร้านกาแฟนั้นต้องพัฒนาอย่างมีทิศทางนะครับ คือต้องตอบตัวเองได้ว่ากำลังจะเป็นร้านกาแฟในลักษณะใดในอนาคต นับจากวันนี้ไปอีก 3-5 ปี จะเป็นร้านกาแฟแบบไหน จะมียอดขายเท่าไหร่ อย่างสตาร์บัคส์ัยังกำหนดให้ตัวเองเป็นธุรกิจอื่นๆเพิ่มด้วย หลังจากการตัดคำว่า Coffee ออกจากโลโก้ สตาร์บัคส์กล้าทำเพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะไปในทิศทางไหนต่อ

นอกจากนั้น พยายามหาลู่ทางอื่นๆที่ทำเงินจากธุรกิจอื่นๆที่ไม่ใช่กาแฟด้วยครับ จริงอยู่ที่ว่าอัตราการบริโภคกาแฟนั้นเติบโตขึ้น แต่อัตราคู่แข่งหรือการเปิดร้านกาแฟใหม่ก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน จนอดคิดไม่ได้ว่าเป็น การเปิดร้านกาแฟเป็นกับดักของคนที่อยากเป็นกิจการด้วยตัวเองหรือเปล่า

Entry นี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ให้กลัวหรือกังวลจนเกิดเหตุ เพียงแต่อยากให้ชวนตั้งคำถามกันว่า ถ้าหากเราเปิดร้านกาแฟแล้วมีแฟรนไชส์มาเปิดแข่งจะทำอย่างไร? ถ้าหากมีกาแฟคัดสรรมาเปิดแข่งจะทำอย่างไร? กลุ่มที่น่ากลัวกลุ่มที่ 4 หรือกลุ่มที่ 5 นั้น เวลาเขาเปิดร้านกาแฟ เขาไม่มานั่งคิดว่าจะเปิดร้านกาแฟสไตล์ไหนดี? จะใช้เมล็ดกาแฟพันธุ์อะไร? จะออกลายแ้ก้วแบบไหน? แต่พวกเขาคิดแค่ว่า เขาจะขายกาแฟให้คนทั้งย่านนั้นอย่างไร และร้านกาแฟที่เปิดจะทำกำไรเท่าไหร่? 

ผมเคยคิดไว้เล่นๆว่า ถ้าร้านกาแฟอินดี้เริ่มรวมตัวกันแล้วหาลู่ทางช่วยเหลือกัน ก็พอจะต่อสู้กับร้านกาแฟใหญ่ๆได้ เมื่อเริ่มรวมกลุ่มกันก็จะเริ่มมีอำนาจในการต่อรองซื้อวัตถุดิบ มีการแบ่งปันความรู้ สูตรกาแฟดีๆ และป้ายต่างๆ รวมถึงแหล่งเงินทุนด้วย เพียงแต่นิสัยคนไทยมักจะรวมกันอยู่แล้วแย่ แยกกันอยู่แล้วรอด(แต่ไม่รวย) ก็เลยกลายเป็นว่าต่างคนต่างอยู่ ต่างแข่งขันในตลาดของตัวเอง  เหมือนที่ในอดีตโชว์ห่วยพยายามรวมตัวกันเพื่อสู้กับห้างปลีกต่างชาติหรือเซเว่น สุดท้ายก็ไปไม่รอดอยู่ดี

ปิดท้่าย Entry ด้วยจำนวนสาขา 109 สาขา และทั้งตั้งของร้านกาแฟคัดสรร เผื่อใครคิดจะเปิดร้านกาแฟแล้วจะลองของกับกาแฟคัดสรรดู ผมจะนับถือมาก ใครที่เิปิดแข่งกับคัดสรรได้ อย่าลืมบอกผมนะครับ จะขอไปศึกษากลยุทธ์และยุทธวิธีด้วย

kudson_01

kudson_02

kudson_03

kudson_04


เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج