ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

เปิดร้านกาแฟหน่วยงานราชการ

ผมได้มีโอกาสไปทำธุระใกล้ๆกรมที่ดินมา ได้เห็นพฤติกรรมการดื่มกาแฟของกลุ่มคนที่ทำงานรับราชการหรือทำงานใกล้กับหน่วยงานราชการ เห็นแล้วก็อยากแนะนำแนวทางกลยุทธ์ การทำร้านกาแฟบริเวณหน่วยงานราชการครับ เผื่อใครได้เปิดร้านกาแฟในพื้นที่ใกล้ๆ หลงมาอ่าน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ

กลยุทธ์ทำร้านกาแฟบริเวณหน่วยงานราชการ

ไม่ได้เข้ามาขายง่ายๆ

ต้องเข้าใจก่อนเลยว่า คนที่จะเปิดร้านกาแฟในบริเวณหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเขต กรม ทบวง มหาวิทยาลัย ไปรณีย์ไทย ขนส่ง ลฯล อะไรก็ตามแต่ ไม่ได้เข้าไปขายกันง่ายๆนะครับ พื้นที่ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดก็ว่าได้ ทุกจับจองจากบุคคลกรที่รับราชการหรือคนในนั้นอยู่แล้ว ตัวเองทำงานอยู่หน่วยงานราชการ แล้วก็เปิดร้านกาแฟในพื้นที่นั้น ให้เพื่อหรือแฟนหรือลูกหลานเข้ามาขายให้

ส่วนใหญ่ที่ผมเคยพูดคุยกับร้านกาแฟที่อยู่ในบริเวณหน่วยงานราชการ มักจะมีค่าเช่าไม่แพง ค่าเช่าแบบไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งถ้าเป็นพื้นที่เอกชนคงจะสามหมื่นบาทเป็นอย่างน้อย แต่ก็ขึ้นอยู่กับระเบียบของสถาบันนั้นๆด้วย คนที่มีเส้นสายหรือตำแหน่งสูงเผลอๆไม่ต้องเสียค่าเช่า แค่ชงกาแฟให้คนดูแลฟรีวันละแก้วก็พอ

ฉะนั้นต้องรู้ก่อนเลยว่า ทำอย่างไรถึงจะเข้าไปเปิดร้านกาแฟบริเวณนี้ได้ เข้าใจว่าคนที่เปิดร้านได้ต้องมีเ้ส้นสายที่ใหญ่มากๆ ชนิดที่ต้องรู้จักกับคนวงใน หรือตำแหน่งสูงๆ ที่มีอำนาจให้สิทธิการเช่าได้  มีเงินไม่พอหรอกครับ ต้องมีเส้นสายด้วย

ใครที่มีคนรู้จักหรือเพื่อนที่ทำงานราชการหรือญาติห่างๆที่ไหนก็รีบๆตีซี้ไว้นะครับ ดีกว่าต้องไปตระเวนประมูลตามหน่วยงานราชการต่างๆ พูดถึงเรื่องประมูล เคยมีที่หน่วยงานหนึ่งที่มีพื้นที่ให้เช่าทำร้านกาแฟ ก็มีหลายคนครับที่เข้าไปประมูลพื้นที่นั้น สุดท้าย คนที่ได้พื้นที่ไปเป็นหลานในหน่วยงานนั้นเอง ผมเองก็ไม่รู้ว่าไปประมูลกันเท่าไหร่

กลยุทธ์ไม่มีแค่ชงให้ไวก็พอ

แปลกอย่างหนึ่งที่ในหน่วยงานราชการนั้น มักจะมีร้านกาแฟจำกัด ก็คือจะมีร้านกาแฟแค่ 1-2 ร้านเท่านั้นที่อยู่ในบริเวณหน่วยงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆสำหรับคนที่่สามารถเข้าไปเปิดร้านกาแฟได้ เนื่องจากปริมาณร้านกาแฟที่มีจำักัด แต่คนทำงานบริเวณนั้นเยอะมาก ทำให้ใครที่ได้ไปเปิดชงกาแฟขายไม่ทันในเวลาเร่งด่วน

เพราะไม่มีคู่แข่งและผูกขาดในสถานที่ๆนั้น และค่าเช่าไม่สูง ลูกค้าไม่มีทางเลือกไปซื้อกาแฟร้านอื่นได้ อย่างเก่งก็มีแค่กาแฟโบราณรถเข็นหรือมอไซค์ ใกล้ๆที่ทำงานครับ แต่จะเป็นกาแฟสดหรือร้านกาแฟเลยนั้น บอกตรงๆว่ายาก หรือถ้าเกิดมีขึ้น เดี๋ยวก็จะมี รปภ.มาไล่ไปเอง

ฉะนั้น กลยุทธ์ในพื้นที่หน่วยงานราชการก็คือ ไม่มีครับ แค่ทำอย่างไรให้ชงกาแฟได้เร็วๆ ในเวลาเร่งด่วน และในบางพื้นที่จะมีขาจรวนเวียนไปมาเสมอ เช่น กรมที่ดิน ที่มีพวกค้าขายที่ดิน วนเีีวียนเข้าออกประจำ (มีเงินด้วยนะนั้น) หรือกรมขนส่งที่มีขาจรวนเวียนอยู่ไม่น้อย

ล่าสุดที่ผมเพิ่งไปกรมที่ดินมา มีร้านกาแฟอยู่ร้านเดียว คนชงกาแฟมือเป็นระวิงเลยครับ เห็นเตรียมเบสส่วนผสมไว้หลายแก้วอยู่ ยังไม่พอเลย ทั้งกลุ่มคนทำงานและคนขาจร คนทำงานบริเวณนั้นไม่มีทางเลือก คงไม่มีใครลำบากนั่งวินมอไซค์ ปั่นจักรยานเพื่อไปซื้อแค่กาแฟส่วนใหญ่ก็เอาสะดวก หากาแฟกินๆเข้าไปแล้วจะได้รีบทำงานต่อ ถึงบอกครับว่าต้องชงขายให้ทัน เท่านั้นก็เหนื่อยแล้วครับ

ตั้งราคากาแฟให้แตกต่างกัน

อันนี้ผมเห็นจากประสบการณ์นะครับ ปกติแล้วร้านกาแฟที่ขายในพื้นที่ราชการนั้น ส่วนใหญ่แล้วค่าเช่าจะไม่สูงแต่ก็มีบางที่ที่ค่าเช่าก็หลายหมื่นเช่นกัน เนื่องจากได้รับสิทธิ์ผูกขาย จึงควรตั้งระดับราคากาแฟให้แตกต่างกันตามกำลังจ่ายของลูกค้าก็เพราะตำแหน่งหน้าที่หรือรายได้ของราชการค่อนข้างแตกต่าง บางคนได้ไม่เกิน 10,000 บางคนก็หลายหมื่น เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าส่วนหนึ่งหันไปกินกาแฟโบราณหรือชงกาแฟซองในสำนักงานกิน จึงควรมีบางเมนูที่ขายกาแฟราคาต่ำกว่าปกติ เพื่อดึงดูดคนที่มีรายได้น้อย หันมาซื้อกาแฟสดแทนที่จะกินกาแฟซองแทน

ถ้าเป็นได้ ผมแนะนำให้ซื้อเครื่องบดเมล็ดกาแฟมาใช้ 2 เครื่อง ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าเกรดดีๆไว้ชงให้กับลูกค้าที่มีกำลังซื้อ หรือกาแฟที่มีราคาสูง แล้วก็ใช้เมล็ดกาแฟเกรดต่ำไว้ชงให้กับลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่น้อยหรือกาแฟที่มีราคาต่ำเพื่อควบคุมต้นทุนกาแฟแต่ละแก้วให้เหมาะสมกับเมนูกาแฟและกลุ่มลูกค้า

ถ้าตัดสินใจเลือกใช้เครื่องบดตัวเดียวแล้วตักเมล็ดกาแฟใส่บดต่อแก้ว เกรงว่าจะทำกันไม่ทัน ลูกค้าสั่งเมนูหนึ่งก็ต้องเอาเมล็ดกาแฟเกรดหนึ่ง อีกคนสั่งอีกเมนูหนึ่งก็ต้องใช้เมล็ดกาแฟอีกเกรด จะบดทิ้่งไว้ก็ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าลูกค้าคนต่อไปจะทานกาแฟเกรดใด แถมถ้าบดเมล็ดกาแฟไม่หมด เผลอๆเมล็ดกาแฟเข้าไปปนกัน คราวนี้กลายเป็นเกรดผสมแล้ว

เอาเป็นว่ามีเครื่องบด 2 ตัวดีกว่าครับ จะได้จัดเกรดเมล็ดกาแฟได้ง่ายขึ้น

มีหน่วยงานควบคุมราคา

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กาแฟกลายเป็นสินค้าควบคุมอย่างหนึ่งในมหาวิทยาลัย ผมเห็นร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย กำหนดราคาขายกาแฟเย็นอยู่ที่ 25 บาทต่อแก้ว มีโอกาสเข้าไปคุยกับเจ้าของร้าน แกก็บอกว่าทางสถาบันกำหนดราคาขายมาให้ เพราะถ้าแพงเกินไป เดี๋ยวนักศึกษาหรืออาจารย์จะรับไม่ไหว ผมฟังยังงงเลยครับ คือเป็นข้าวปลาอาหาร แล้วจะควบคุมราคาข้าวนั้นก็พอเข้าใจอยู่ ข้าวยังไงก็ต้องกิน

แต่กับกาแฟสด ผมเข้าใจว่าเป็นสินค้าทางเลือก คือ กำหนดราคาขายเท่าไหร่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ขายและผู้ซื้อ คือถ้าขายแพงมากๆคนก็ไม่กินอยู่แล้ว ไปกินกาแฟซองหรือกาแฟโบราณในโรงอาหารแทน แต่ควบคุมราคากาแฟสดด้วย ทำให้เจ้าของร้านไปลดต้นทุนกาแฟแต่ละแก้วแทน ตอนที่ผมแวะไปนี่ ใช้กาแฟแบบพลาสติกเนื้ออ่อนสุดๆ เมล็ดกาแฟเกรดต่ำสุดๆ แกบอกว่า ในเมื่อคุมราคาขายแล้วก็จำเป็นต้องไปลดคุณภาพของกาแฟแทน ซึ่งก็ไม่เป็นไรอยู่ ลูกค้าไม่ชอบก็ไม่กินแต่จะไปกินร้านอื่นก็เสียเวลาออกไปทานนอกสถาบันอยู่ดี

ฉะนั้น ตรวจสอบดูนิดว่า หน่วยงานที่กำลังเช่านั้น มีการควบคุมราคาขายหรือเปล่า?

ไม่ต้องบิ้วท์บรรยากาศร้านกาแฟมาก

ร้านกาแฟที่ผมไปชิมมาที่กรมที่ดิน ขอบอกว่าพยายามสร้างบรรยากาศความเป็นร้านกาแฟมากๆ จนขาดความสะดวกซื้อไปเสีย ร้านกาแฟเป็นรูปแบบบ้านติดเครื่องปรับอากาศ ประตูเปิดปิดมีทางเดียว ซึ่งลำบากมากเวลามีลูกค้ามาซื้อกาแฟพร้อมๆกันจำนวนมาก เพราะจะเดินเข้าเดินออกก็ติดไปหมด ยิ่งคนเยอะยิ่งเหมือนแย่งอากาศหายใจ เวลาเที่ยงๆนี่ ผมต้องหนีออกจากร้านกาแฟเลยครับ ไม่ไหวเข้ากันมาเยอะมากกกกก ..

ทำช่องหรือหน้าต่างไว้สั่งกาแฟด้วย

ความจริงแล้ว น่าจะทำช่องเล็กๆหรือหน้าต่างที่เลื่อนเปิดปิดให้ัสั่งซื้อกาแฟได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดประตูเข้าร้าน ไม่ได้ต้องการมานั่งในร้าน เื่พื่อความสะดวกสำหรับลูกค้าที่มาซื้อแค่กาแฟเท่านั้น กลายเป็นว่า ลูกค้าที่จะซื้อกาแฟก็ต้องเดินมาสั่งกาแฟในร้าน สร้างเสียรบกวน แก่คนที่ใช้บริการนั่งร้านกาแฟอยู่ คงจะดีถ้ามีช่องหรือหน้าต่างไว้สั่งกาแฟสำหรับลูกค้าที่มาซื้อแค่กาแฟ จะสร้างความสะดวกทั้งคนซื้อ และคนที่ใช้บริการนั่งโซฟาอยู่ในร้านด้วย

หางานอดิเรกงานเสริมพิเศษทำในวันหยุด

ข้อเสียอย่างเดียวในการเปิดร้านกาแฟพื้นที่หน่วยงานราชการ คือ วันหยุดเยอะเหลือเกินครับ เสาร์อาทิตย์ก็หยุด เดี๋ยวก็หยุดยาว เดี๋ยวก็หยุดชดเชย ยิ่งบางเดือนนี่หยุดเป็นสัปดาห์ รายได้ก็หายไปเยอะเหมือนกัน ผมเคยคุยกับเจ้าของร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย แกบ่นว่าอยากได้รายได้เพิ่มในช่วงปิดเทอม แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

ไปๆมาๆแกเลยเอา่ช่วงเวลานั้นไปออกกำลังกายเลย คือทำอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะครับ แกบอกว่าจะหาอะไรทำก็ไม่ได้ เพราะแป๊ปเดี๋ยวก็เปิดเทอมอีกล่ะ โชคดีที่แกไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทองและรักษาสุขภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ใครที่อยากได้เงินเพิ่มในช่วงว่าง ผมแนะนำว่าให้หางานไ่ม่ประจำทำดีกว่าครับ หรืองานที่ส่งเสริมต่อการเปิดร้านกาแฟเพิ่ม อย่างไปฝึกอบเกอร์รี่ขายก็ดี หรือทำขนมว่างทานง่ายๆ เผื่อเปิดเทอมมาจะเอาผลงานตัวเองไปขายด้วย ไม่ต้องรับฝากขายแล้ว

สรุป

จริงๆแล้ว ถ้าได้เข้ามาขายจริงๆแทบไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ เอาเครื่องชงเครื่องบดมาตั้งก็ขายได้โล้ด เพราะกลุ่มลูกค้ายังไงก็ไม่หนีไปไหน แต่สิ่งที่ยากมากๆก็คือ จะเข้าทำเปิดร้านกาแฟในหน่วยงานราชการได้อย่างไร เพราะเ้ข้าไปแล้วยังไงคนก็ซื้อกาแฟกินครับ ไม่มีหน่วยงานไหนให้เปิดร้านกาแฟหลายจุดเพื่อแข่งขันกันเอง

ผมแนะนำว่า จริงๆแล้วการวิ่งเต้นเื่พื่อให้ได้มาซึ่งทำเลที่กึ่งๆจะผูกขาดในหน่วยงานราชการนั้น คุ้มค่าต่อการลงทุน จะเส้นสายหรือใต้โต๊ะอย่างไรก็ตาม อย่างที่เคยบอกไว้ใน ทำเลคือเรื่องสำคัญที่สุด ว่า ต่อให้กาแฟดีแค่ไหนแต่ทำเลไม่ดี ทำเลไม่ผูกขาด หรือทำเลไม่เอื้ออำนวยต่อลูกค้าแล้ว ก็ยากที่จะรวยบนเส้นทางกาแฟได้ ในทางกลับกัน กาแฟธรรมดาหน่อย ไม่ต้องดีมาก แต่ทำเลสุดยอด ขายยังไงก็ไม่เจ๊งครับ


3 Responses to “กลยุทธ์ทำร้านกาแฟบริเวณหน่วยงานราชการ”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج