ชุดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ โมกิต้า ชุดเลิฟเวอร์
      
****

ความแตกต่างของคนขายกาแฟสดมี 2 ประเภทครับ คือ เปิดร้านขายกาแฟสดกับทำธุรกิจกาแฟสด ดูๆแล้วอาจจะเหมือนกัน ก็ขายกาแฟเหมือนกัน อยู่ในวงการเดียวกันเป็นคู่แข่งกัน แต่ทั้ง 2 ประเภทจะมีวิธีการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างออกไปครับ ปกติแล้วการค้าขายหรือการทำธุรกิจทุกประเภทต้องมีคนซื้อเพื่อให้เงินเข้า ขึ้นอยู่กับว่าร้านไหนจะสามารถหาคนซื้อได้มากกว่ากัน เรียกง่ายๆว่ายอดขาย ขณะที่ภายในต้องอาศัยการบริหารจัดการเพื่อควบคุมคุณภาพและต้นทุน สามารถแข่งขันในตลาดได้

ปกติแล้วไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม เรามักจะใช้วิธีสร้างความแตกต่าง เช่น กาแฟของเราดีกว่าร้านเขาอย่างไร กาแฟเรามีจุดเด่นอะไรบ้าง และตลาดแบบไหนที่เราต้องการ บทความนี้ผมจะอธิบายการทำธุรกิจกาแฟสดในอีกแนวทางหนึ่ง เป็นการทำธุรกิจกาแฟสดที่ไม่มุ่งเน้นกำไรแต่มุ่งเน้นไปที่การควบคุมต้นทุนครับ

เปิดร้านขายกาแฟสด

ก่อนที่ผมจะอธิบายโมเดลการดำเนินธุรกิจกาแฟสด ผมขออธิบายข้อแตกต่างระหว่าง การเปิดร้านขายกาแฟสด กับ การทำธุรกิจกาแฟสด ก่อนนะครับ ถ้าคุณเปิดร้านกาแฟสดอยู่ 1 ร้าน ตื่นนอนประมาณตีห้า เตรียมร้านกาแฟ รอลูกค้าเดินมาซื้อ ชงกาแฟ ส่งมอบกาแฟสดให้ลูกค้า เก็บเงิน ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนถึง 6 โมงเย็น ทำแบบนี้ทุกวันๆ คุณคิดว่าจะได้กำไรจากขายเท่าไหร่ครับ สมมุติว่าคุณกาแฟแก้วละ 30 บาท กำไรประมาณ 15 บาทต่อแก้ว ขายได้ประมาณ 3,000 บาทต่อวัน กำไรต่อวันประมาณ 1,500 บาท เดือนหนึ่งคุณได้ประมาณ 45,000 บาทต่อเดือน หักค่าเช่า ค่าน้ำไฟ อีก 10,000 บาท เหลือกำไรจริงๆราวๆ 35,000 บาทต่อเดือน ก็ถือว่ากำไรไม่เลวทีเดียว

ถ้าขายกาแฟแล้วได้กำไร 35,000 บาทต่อเดือน เป็นที่น่าพอใจแล้ว ดีกว่าทำงานออฟฟิศ เป็นเจ้านายของตัวเอง อันนั้นดีแน่นอนครับ เมื่อไหร่ที่คุณมียอดขายราวๆ 3,000 บาทขึ้นไปต่อวัน ณ ราขาขายที่ 30 บาทแล้ว มีแนวโน้มสูงมากที่คุณจะมีคู่แข่งเพิ่ม

ร้านคู่แข่งอาจจะตั้งราคาเท่ากันหรือตั้งราคาถูกกว่าหรือไม่ ยังไงก็ต้องส่งผลกระทบ และอาจทำให้ยอดขายเหลือ 2,500 บาทต่อวัน มีกำไรลดลงแต่ยังเป็นที่น่าพอใจอยู่ พอขายไปอีกสัก 2 เดือน มีร้านคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอีก คราวนี้ยอดขายจะเหลือเท่าไหร่?

ฉะนั้น การเปิดร้านขายกาแฟสด ไม่ได้ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จเสมอไป จนผมได้รู้จักกับคนๆหนึ่งที่มีโมเดลการทำธุรกิจกาแฟสดที่น่าสนใจ และคิดว่าน่าจะเป็นรูปแบบการทำธุรกิจกาแฟสดที่ยั่งยืน กลยุทธ์ที่เขานำมาใช้ คือ Cost Leaderships หรือผู้นำด้านต้นทุขอเรียกว่านาย”มินิ”นะครับ มาจากต้นทุนเล็กน้อย ราคาขายก็เล็กน้อย

รูปแบบดำเนินธุรกิจกาแฟสดของนายมินิ

แนวคิดของมินิก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ได้ต้นทุนกาแฟต่อแก้วในราคาต่ำที่สุด เพื่อส่งผลต่อการกำหนดราคาขายที่ต่ำที่สุดเช่นกันมื่อราคากาแฟสดของมินิต่ำกว่าตลาดแล้ว ลูกค้าก็ซื้อกาแฟสดของมินิ โดยพิจารณารสชาติของกาแฟน้อย มินิบอกว่ากาแฟก็เหมือนๆกันหมด เจอนมข้นหวานรสชาติดีๆก็หายไปหมดแล้ว ฉะนั้นทำไมต้องใส่ใจกับมัน ในเมื่อลูกค้าสนใจราคาที่ต้องจ่ายมากกว่า

มินิเริ่มทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ที่เริ่มบูมเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนี้ประสบความสำเร็จรวยอู่ฟู่แล้วครับ แต่เชื่อหรือเปล่าว่า ทุกวันนี้มินิยังเทลาเต้อาร์ทไม่เป็น มินิบอกว่าไม่เห็นจำเป็นต้องเทอาร์ทให้ลูกค้า คนมาซื้อกาแฟเช้าๆจะรีบเข้าทำงาน ใครจะมารอให้เทเป็นรูปหัวใจก่อน เข้างานไม่ทันพอดี

มินิมองธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ทำเงินได้ ไม่ได้ทำด้วยใจรัก แต่ทำเพราะรักเงิน วิธีการขายก็คือ หาทำเลที่เหมาะสม โฟกัสกลุ่มเป้าหมายไปที่ลูกค้าประจำ เป็นลูกค้าที่ต้องมาบริเวณนี้ทุกวัน เช่น ทำงานออฟฟิศ ทำงานโรงพยาบาล หอพัก ไม่โฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายขาจร จากนั้นกำหนดราคาให้ต่ำกว่าราคาตลาด 5 บาทเสมอ ตัวอย่างก็คือ ขายกาแฟสด เครื่องดื่มเย็นแก้วละ 20 บาท แถมลดราคาให้อีก 2 บาท หากนำแก้วมาเองหรือใส่ถุงแบบกาแฟโบราณแทน

แล้วกำไรได้จากตรงไหน ? ผมถามต่อ ผมเองก็เปิดร้านกาแฟ รู้ดีกว่าไม่ว่าจะขายยังไงก็ไม่ควรขายเครื่องดื่มเย็นในราคา 20 บาท ลำพังต้นทุนก็เกือบ 15 บาทแล้ว จะเอากำไรต่อแก้วแค่ 5 บาทได้อย่างไร  มินิตอบไปว่า “ผมมีทำเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ”

แล้วในแง่อื่นๆล่ะ แก้วบรรจุภัณฑ์เลือกใช้ยี่ห้อ YODO ซึ่งมีราคาถูก และสกรีนยี่ห้อกาแฟของตนเองด้วย ฝาที่ใช้ก็เลือกที่ถูกที่สุด มินิบอกว่า ลูกค้ากินเสร็จแล้วก็ทิ้ง ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้แก้วแพงๆแต่อย่างใด ประเภทแก้ว GPPS ใบละ 2 บาท ไม่เคยอยู่ในสายตามินิเลย

แล้วต้นทุนอื่นๆละ เช่น นมข้นหวาน น้ำเชื่อม มินิตอบว่า ทุกแก้วที่ลูกค้าสั่งไม่ว่าจะเป็น เอสเพรซโซ่เย็น คาปูฯเย็น มอคค่า ฯลฯ  มินิจะใส่นมข้นหวานเท่าๆกันทุกแก้ว ประมาณ 2 ออนซ์ ที่เหลือมินิจะปรับเปลี่ยนเฉพาะความหวานจากน้ำตาลทรายขาว  ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกค้าสั่งเอสเพรซโซ่ ก็จะใส่น้ำตาลทราย 1 ช้อน ถ้าสั่งลาเต้ก็ใส่ 2 ช้อน ถ้าสั่งคาปูฯก็ใส่  3 ช้อน โดยทุกเมนูนั้นมีนมข้นหวานทั้งหมด ถือว่าไม่มีต้นทุนนมข้นจืดสักบาท

ผมตอบต่อไปว่า ถ้าใส่ส่วนผสมอย่างนั้นแล้วก็ได้น้ำแค่ 4 ออนซ์ ไม่น่าพอสำหรับกาแฟเย็นแก้ว 16 ออนซ์ เนื่องจากไม่เต็มแก้ว มินิบอกว่า มินิเลือกใช้น้ำแข็งบด เพราะน้ำแข็งบดสามารถอัดน้ำแข็งได้มากกว่าน้ำแข็งหลอด ถ้าใช้น้ำแข็งหลอด ต้องมีของเหลวรวมแล้ว 6-7 ออนซ์ แต่ถ้าน้ำแข็งบด มีของเหลวแค่ 4 ออนซ์ก็เพียงพอแล้ว และมินิเทน้ำกาแฟ 4 ออนซ์ ใช้แก้วที่ใช้น้ำแข็งบดให้ผมดูด้วย เออ!! มันเต็มแก้วจริงๆด้วย

แล้วลูกค้าจะคิดว่ามีคุณภาพหรือ? ในเมื่อคุณขายแก้วละ 20 บาท ลูกค้าจะไม่คิดว่าเอาของไม่ดีมาให้เขากิน มินิตอบว่า ลูกค้าบางกลุ่มมองอุปกรณ์ที่ใช้ชงกาแฟ ผมเลยเอาเครื่องชง 2 หัวมาตั้งให้ลูกค้าเห็นเต็มตา เครื่องบดก็ใช้ขนาดใหญ่ แม้ผมจะใช้แก้วราคาถูก แต่ก็ยังเป็นแก้วใสแถมสกรีนโลโก้ร้านอีกต่างหาก ฉะนั้น คำว่าคุณภาพของกาแฟ ผมคิดว่าเป็นเพียงความรู้สึกของลูกค้า ไม่อย่างนั้นแล้วคนที่ขายกาแฟแก้วละ 80 บาท ทำไมใช้เครื่อง Oscar ราคา 30,000 กว่าบาท

แล้วเรื่องของยอดขายละครับ? ผมถามต่อไป มิินิตอบว่า เมื่อตอนผมเปิดร้านกาแฟแรกๆ ผมลดราคาจาก 20 บาทเหลือ 18 บาทเท่านั้น ไม่มีโปรฯ 10 แถม 1 ปัจจัย แค่เรื่องราคาอย่างเดียวเท่านั้นที่ลูกค้าพิจารณา 3 เดือนที่ผมขาย ผมดึงลูกค้าประจำจากร้านกาแฟร้านอื่นที่ขาย 25 บาท ส่วนลูกค้าที่ไม่ซื้อกาแฟสดของผมกิน มี 2 ประเภท คือ ไม่อยากรอคิวกาแฟร้านผมเพราะคนซื้อเยอะ และลูกค้าที่พิถีพิถันการเลือกกินกาแฟสดจริงๆซึ่งผมคิดว่ามีจำนวนน้อยมาก  ที่สำคัญ ลูกค้าบางคนที่ซื้อกาแฟโบราณแก้วละ 15 บาท ก็หันมาซื้อกาแฟสดแก้วละ 20บาทกับผมแทน

มินิยังเล่าต่อไปว่า ปัจจุบันมินิมีร้านกาแฟสดที่ใช้โมเดลแบบนี้อยู่ 4 ร้าน ทุกร้านขายได้มากกว่า 200 แก้วขึ้นไป มีพนักงานประมาณ 8-10 คน ผมทำธุรกิจกาแฟสด ไม่ได้เปิดร้านขายกาแฟสด

สรุป

ผมสรุปเนื้อหาได้ว่า โมเดลการทำธุรกิจกาแฟสดของมินิคือ เป็นผู้นำด้านต้นทุน (Cost Leaderships) เปิดร้านกาแฟให้มากพอสำหรับขนาดที่ลดต้นทุนได้  และกำหนดราคากาแฟต่อแก้วให้ต่ำกว่าตลาด เชื่อว่าลูกค้าคำนึงถึงราคาเป็นหลักมากกว่ากลิ่นและรสชาติ สร้างภาพลักษณ์ให้ลูกค้าเชื่อว่าเป็นของคุณภาพโดยใช้เครื่องชงขนาดใหญ่

ผมคิดว่าเป็นโมเดลการทำธุรกิจกาแฟสดที่ไม่เลว ตอนนี้มินิกำลังมองหาทำเลเปิดร้านเพิ่มอยู่ โดยโฟกัสไปที่กลุ่มพนักงานออฟฟิศ ที่ๆมีตึกๆ ที่ๆมีช่องเล็กๆให้เปิดขายกาแฟสดได้ หวังว่าที่ๆมินิกำลังจะเปิดคงจะไม่ใกล้กับร้านกาแฟสดของผู้อ่านนะครับ


8 Responses to “กลยุทธ์กาแฟสด Cost LeaderShip ผู้นำด้านต้นทุนแบบนายมินิ”

เขียนความคิดเห็น

เมล็ดกาแฟคั่ว
เมล็ดกาแฟคั่วราคาขายถูกขายส่ง  
เรียนชงกาแฟฟรี
สูตรกาแฟสด
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
เครื่องปั่นสมูทตี้
อุปกรณ์ชงกาแฟ
รีวิวเครื่องชงกาแฟ
แนะนำร้านกาแฟ
เมล็ดกาแฟคั่ว
ชงชาสด
กลยุทธ์เปิดร้านกาแฟ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟ
เปิดร้านกาแฟ
เรื่องเล่าร้านกาแฟ
แบรนดดิ้งร้านกาแฟ
เรื่องเล่า Pantip.com
กาแฟถุงกระดาษ

 
เพิ่มเพื่อน
line@coffeeindy

Line ID : benzcoffeeindy

ass

atlinecoffeeindy

 
claseecoffeeindy
หม้อต้ม bialetti
bialetti  
เชฟไอซ์

ผงชาเขียวมัชชะ
ผงชาเขียวมัชชะ
YOUTUBE
FACEBOOK

Protected by تحميل برنامج